วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2555

รายงานผล การทานไข่ดองน้ำส้มสายชูหมัก


ผมได้ทำน้ำหมักชีวภาพไว้แล้วตั้งแต่ 10 เดือนก่อน ทุกวันนี้ก็ยังทำเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากผลไม้หลาย ๆ ชนิด และยังหมักไว้หลายสูตร ที่หมักเพื่อเป็นเป็นน้ำส้มสายชูโดยเฉพาะก็มี ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องไปซื้อน้ำส้มฯ เอาของที่มีอยู่นี่แหละ เดี๋ยวมาลองดูกัน ว่า อีตาคนเขียนบล็อกนี้ จะตายเพราะยาตัวเองหรือไม่
ก่อนอื่น ก็ต้องคัดเลือกน้ำหมัก ผมเลือกใช้ถังที่เปรี้ยวมาก เปรี้ยวจนบาดคอ แสดงว่ามีกรดอะซิติกหรือกรดน้ำส้ม  ตามสูตรท่านให้ใช้น้ำส้มฯ 4.2 – 5 เปอร์เซ็นต์ ผมไม่มีเครื่องวัด จึงอาศัยการสังเกตุดูว่าสามารถทำให้ไข่เกิดฟองก๊าซทันทีได้หรือไม่แค่นั้น ซึ่งเป็นวิธีเช็คแบบทันสมัยและเป็นธรรมชาติสุด ๆ  (บ้านนอกก็ไม่ว่า:คนอ่าน)
เมื่อได้น้ำหมักแล้ว ก็หา ไข่เบอร์ 3 เตรียม โหล แล้วเริ่มเลย let’s go

ผมจะทานไปเรื่อย ๆ จะเป็นหนูทดลองเอง และจะบรรยาย รสชาด สรรพคุณ และผลข้างเคียงไปพร้อม ๆ กัน เลย เผื่อว่าคนที่สนใจ แต่ยังกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่ จะได้ใช้เป็นข้อมูลเพิ่มเติม

ชุดที่ 1
1. ผมนำน้ำส้มสายชูหมักจากกล้วยซึ่งหมักไว้ประมาณ 7 เดือน
มาดองไข่  ชุดแรก 6 ฟอง สาเหตุที่ดองแค่ 6 ฟอง เพราะว่า ถ้าดอง 8-10 ฟอง
รู้สึกว่า ไข่ช่วงหลัง ๆ รสชาดมันแย่มาก เหมือน ๆ จะเน่า
และอีกอย่าง มันพอดีกับโหล และถ้วยที่เรามีอยู่ด้วย ไม่ต้องเสียเงินซื้อใหม่


2. โฟกัสดูใกล้ ๆ สังเกตเห็นฟองขึ้นทันทีหลังจากที่เติมน้ำส้มฯลงไป
3. หลังจากที่ดองได้ 5 วันแล้ว จึงนำไข่มาทาน  โดยเลือกไข่ฟองที่รู้สึกนิ่มที่สุดออกมาทานก่อน ตอนที่ล้างไข่นั้น  เปลือกไข่ยังไม่สามารถล้างออกได้หมด  ต้องรอถึงวันที่ 8 จึงจะลอกเปลือกออกได้หมด ไม่เป็นไร ล้างเสร็จ เทใส่ถ้วย แล้วใช้ไม้จิ้มฟันจิ้ม เอาเปลือกไข่ทิ้งไป จะเหลือไข่แดงกับไข่ขาว  ไข่แดงรสชาด ดีหน่อย ส่วนไข่ขาวนั้น รสออกขม ๆ และเปรี้ยว ๆ นิด ๆ ทานแล้ว บีบมะนาวตบท้ายหน่อย ก็ โอเค
4. ผมปฏิบัติตามข้อห้ามอย่างเคร่งครัด  คือ ไม่ดื่มน้ำเย็น หาอะไรทำไปพลาง ๆ หลังจาก ทานไป 2-3 ชม. และดื่มน้ำตลอดทั้งวัน
5. วันแรก อาการทั่วไป ก็ปกติทุกอย่าง บางคนบอกว่ามึนหัว  ผมก็ไม่เป็น  บางคนบอกว่ามันปวดไปหมด ผมก็ไม่เป็น บางคนบอกว่าไข้ขึ้นเลย ผมก็ไม่เป็น ผมเป็นโรคกระเพาะอยู่ก็ไม่แสบกระเพาะ ทุกอย่างเป็นปกติอยู่
6. เมื่อทานไป 2-3 วัน รู้สึก ความง่วงเวลากลางวัน ลดลงไปเล็กน้อย  มีการกระตุ้นพลังทางเพศเล็กน้อย



ชุดที่ 2
1. เมื่อชุดแรกหมดไป แล้ว ก็ดองชุดที่ 2  ซึ่งผมดองตั้งแต่เริ่มทานฟองแรกของชุดแรก
โดยดองกับน้ำส้มสายชูหมักจากสับปะรดที่หมักไว้ประมาณ 4 เดือน แต่ยังไม่เปรี้ยวเท่าชุดแรก

ทดสอบ  ใส่ไข่ลงในแก้ว แล้วเทน้ำส้มฯ ลงไป เกิดฟองขึ้นทันที โอเค น่าจะใช้ได้



2. ไข่ฟองนี้ ดองได้ ประมาณ 8 วัน ล้างน้ำจนเปลือกไข่หลุดออกหมด เหลือแต่เยื่อยุ้ม
มองเห็นไข่แดงเลย

3. จิ้มไข่ซะเลย อิอิ  รู้สึกว่าไข่แดงจะจับตัวแข็งเป็นก้อน
4. สรุปผลการทานชุดที่ 2  รสชาดก็แตกต่างจากชุดแรกเพราะดองด้วยน้ำส้มฯสับปะรด แต่ก็คล้าย ๆ กัน คือไข่แดง จะกินง่าย ออกมัน ๆ แต่ไข่ขาวรสมันขม ๆ ปะแล่ม ๆ
ผลในชุดที่สองนี้ ก็เหมือนชุดแรก 



ชุดที่ 3
ไข่ดอง ชุดที่ 3 หมักจากน้ำส้ม กล้วย ผสม สับปะรด   ดองประมาณ วันที่ 8 
เปลือกไข่บางส่วนยังออกไม่หมด


เจาะเปลือกออก ไข่แดง กลม จับกันเป็นก้อน


     ผลการทาน ชุดที่ 3 ก็เหมือนกับชุด 2 ไม่มีอะไรต่างกัน  จากที่ได้ลองทาน มา 3 ชุด จึงพอสรุปสำหรับตัวผมเองได้ว่า ไม่มีผลข้างเคียง ถ้าทำตามสูตร หรือมีก็น้อยมาก จนแทบไม่รู้สึกอะไร การขับถ่ายก็เป็นปกติดี แต่บางท่านอาจทานแล้วมีผลข้างเคียงมาก คงเป็นเพราะมีโรคภายในอยู่มาก อาจจะมีการขับพิษออกบ้าง ซึ่งแต่ละคนคงจะไม่เหมือนกัน

      ส่วนในด้านการรักษาโรคผมนั้น ผมมีโรคประจำตัวเล็กน้อย คือโรคภูมิแพ้  โรคกระเพาะ และมีโรคเส้นเล็กน้อย ก็ไม่มีปัญหาอะไรกับโรคประจำตัว
  1. โรคภูมิแพ้และเป็นหวัดง่ายเป็นโรคประจำตัวที่เป็นมาตั้งแต่เกิด ก็เป็นปกติ ไม่กำเริบ เพราะผมทานนมบัวหิมะธิเบตอาการก็ดีขึ้นมากแล้ว บางวันก็หยุดเอาแช่ตู้เย็นไว้ แล้วเปลี่ยนมาทานน้ำเอนไซม์บ้าง มาช่วงนี้ก็งดหมด เพื่อมาทานไข่ดองฯ เพื่อจะลองดูผลข้างเคียงของมัน
  2. โรคกระเพาะที่เป็นอยู่ก็ไม่กำเริบอะไร เพราะธรรมดา จะปวดท้องช่วงตอนเย็น แทบทุกวันพอดี ช่วงเดือนที่ผ่านมา ได้ไปประเทศอินเดีย ได้ยามากิน เป็นน้ำมันสะระแหน่ชนิดแคปซูลกลม ๆ อาการก็ไม่กำเริบตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แม้จะทานไข่ดองฯ อาการก็ไม่กำเริบ
  3. เป็นโรคเส้น รู้สึกมันขัด ๆ พาดมาตั้งแต่หลังขึ้นมาไหปลาร้าและวิ่งลงไปที่หน้าอก มันเป็นไม่มาก เกิดจากการหกล้ม เมื่อ 8 ปีก่อน  จึงลองทานไข่ดองฯและทำกายภาพบำบัดด้วย ผลหลังจากทานก็รู้สึกว่าไม่มีอาการปวดกำเริบขึ้นมา
  4. ผมเป็นความดันผมต่ำเล็กน้อย เมื่อทานไข่ดองฯแล้ว วัดดูก็เพิ่มขึ้น คือ 118/74 ก่อนทานจะอยู่ในช่วง  114/71  ประมาณนี้  มันไม่แน่นอนในการวัดแต่ละครั้ง
  
           บางท่านอาจจะผิดหวัง เพราะว่าผมไม่ได้พรรณนาสรรพคุณของยาซักเท่าไหร่ เลย ก็เพราะว่าผมไม่ได้เป็นโรคอะไรเกี่ยวข้องชัดเจน  เช่น เบาหวาน ความดัน หรือโรคหัวใจ จึงบอกผลไม่ได้ แต่ผมขอรับรองความปลอดภัยในเบื้องต้นได้ สำหรับผู้ที่ไม่เป็นโรคไตหรือโรคตับแล้ว ผลข้างเคียงมีน้อยมาก ครับ มันยากก็ตรงรสชาดนี่แหละครับ บางคนทานไปฟองเดียวเลิกเลย สำหรับท่านที่มีประสบการณ์ในการทานไข่ดองฯ ขอเชิญแสดงความคิดเห็นได้นะครับ


มารายงานผลต่อครับ วันที่ 30 มีนาคม 2555
ชุดที่ 4

ชุดนี้ดองไข่จากน้ำส้มสายชูหมักจากกล้วย
ดองตั้งแต่ วันที่ 27 มีนาคม 2555
จนครบกำหนด 5 วัน ก็จะเริ่มรับประทานฟองแรก





น้ำส้มสายชูหมักจากกล้วย ซึ่งผมได้หมักไว้ประมาณ 4 เดือน
โดยหมักในถัง 2 เดือน จนเมื่อกล้วยจมก้นถังแล้ว ผมดูดน้ำมา
หมักในถุงพลาสติก อีก 2 เดือน รวมเป็น 4 เดือน
จึงได้น้ำกล้วยใส ๆ สีอำพัน อย่างที่เห็นนี้แหละครับ
ชุดนี้เป็นสีอำพัน เพราะใช้น้ำตาลทรายแดงธรรมดา
ส่วนชุดแรก ที่ออกสีน้ำตาล เพราะใช้น้ำตายอ้อย (brown sugar)
รสชาดนั้นเปรี้ยวมากครับ แต่ยังไม่มากเท่าชุดแรก และยังมีกลิ่นแอลกอฮอลล์เล็กน้อย
แต่แปลกที่ว่าเปรี้ยวน้อยกว่า แต่ว่าละลายเปลือกไข่ได้ดี
ซึ่งบ่งบอกว่าน้ำส้มที่ผมหมักเองนั้นมีคุณภาพดี เหมาะจะนำมาดองไข่ (ขี้คุยจัง:ผู้อ่าน)





 ไข่ฟองแรกของชุดนี้เมื่อล้างเปลือกแล้ว ยังเหลือรอยเล็กน้อย





หลังจากเจาะเปลือกไข่แล้ว ก็ได้ไข่ขาวและไข่แดง
สีสวย ๆ ดังที่เห็นครับ ครั้งนี้รู้สึกว่าจะทานง่ายกว่าที่ผ่าน ๆ มา
เพราะมีกลิ่นแอลกอฮอลล์เล็กน้อย
ช่วยดับกลิ่นคาวของไข่ขาวได้บ้าง
ไข่แดงรสชาดมัน ๆ ดี ผมชอบทานนะ
ส่วนไข่ขาวก็ออกขม ๆ เปรี้ยวนิด ๆ ทานยากหน่อย
ถ้าใครมีมะนาวตบท้ายคงจะดีไม่น้อย

ผลการทานก็เหมือน ๆ เดิม แต่รู้สึกพะอืดพะอมเล็กน้อย
และตอนเย็นรู้สึกจะ มีปวด ๆ กล้ามเนื้อเล็กน้อย ไม่รู้ว่า
อุปาทาน หรือเกี่ยวกันรึเปล่า เพราะอาการมันน้อยมาก
คล้าย ๆ อาการของคนเริ่มเป็นไข้

โดยรวมก็เป็นปกติดีครับ  แต่รู้สึกว่าเมื่อเช้าการขับถ่ายจะดีมาก
มาเป็นขบวนเดียว รวดเดียว ไม่มีขาดตอน สีสันก็ออกเหลือง ๆ ดี
อิ อิ... (จะบอกอะไรละเอียดขนาดนั้น:ผู้อ่าน)






วันที่ 2 มีนาคม 2555
มาเริ่มต่อครับ ฟองนี้เป็นใบ 2 ของชุดที่ 4
แค่ล้างน้ำยังไม่ทันถูเปลือกก็จะหลุดหมดอยู่แล้วครับ
แสดงว่าน้ำส้มที่ผมหมักเองนี้คุณภาพดีจริง ๆ (คุยอีกแล้วตานี่:ผู้อ่าน)





ถูเบา ๆ ก็หลุดหมด สีสวย นุ่ม นิ่ม ดี
แต่ต้องประคองหน่อย เดี๋ยวจะแตกเสียก่อนที่จะได้เจาะไข่แดง !อิอิ!





เอาไม้จิ้มฟัน เจาะเปลือกไข่ (ก็เห็นอยู่จะบอกทำไม:)ผู้อ่าน






จะได้ไข่สีสวย ๆ  ดังนี้ครับท่าน




บีบมะนาว แต่งรสชาดซักหน่อย




อ้า..อ้า..อ้าม..อ้ำ...เอื๊อก!!


น้ำส้มสายชูหมักที่หมักเองนั้น มักจะมีกรดที่เป็นประโยชน์หลายชนิด
เช่นกรดแลคติค กรดอะซิติก และผ่านการหมักมานานซึ่งไม่เหมือนกับน้ำส้มที่ขายทั่วไป ที่เร่งการหมัก ภายในอาทติย์สองอาทิตย์ และน้ำส้มที่เราหมักเองนั้นไม่ผ่านการต้มฆ่าเชื้อ ดังนั้นทำให้สารอาหารต่าง ๆ มีโมเลกุลเล็กซึมเข้าเซลล์ได้ดี แต่ก็มีข้อด้อยกว่าตรงที่ใช้จุลินทรีย์จากธรรมชาติ ทำให้กรดน้ำส้มอาจจะน้อยกว่าที่วางจำหน่ายทั่วไป คือมีข้อดีและข้อเสียต่างกันไป 
            ผมรับประทานไข่แดงก่อน รสชาด ก็ มัน ๆ ดี ทานง่ายครับ
ที่เหลือก็ไข่ขาว ก็ทานไม่ยากแล้วครับ สงสัยจะเริ่มชิน ใช้มะนาวช่วยก็ดีขึ้น
ช่วยแก้ไขรสขมและกลิ่นคาว  ๆได้ดีครับ วันนี้บีบมะนาวลงไป
จึงไม่รู้สึกพะอืดพะอมเหมือนเมื่อวาน  แต่รู้สึกแสบท้องจากมะนาวเล็กน้อยครับ
อาการทั่วไปก็ปกติดีทุกอย่างครับ



วันที่ 3 มีนาคม 2555
รายงานต่อครับ ฟองนี้เป็นใบ 3 ของชุดที่ 4
วันนี้รวมรูปเข้าด้วยกันเลย เพื่อง่ายต่อการอัพโหลด และเพื่อความเป็นหมวดหมู่ครับ
สาเหตุที่ผมต้องการโชว์รูปให้หมด ทั้ง ๆ ที่ซ้ำ ๆ กัน ในแต่ละวัน ก็เพื่อให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนครับ เพราะการหมักในชุดที่ 4 นี้รู้สึกว่า จะให้ผลดี ทั้งในแง่ของ รูปลักษณ์ รสชาด และสรรพคุณครับ

1. ไข่ที่ดองไว้ แค่เพียงล้างน้ำ เปลือกก็หลุดออกหมดแล้ว
2. ถึงจะใช้มือถูลออกเปลือกออก ก็แทบไม่มีผลอะไร เพราะแค่น้ำล้างเปลือกก็ออกหมดแล้ว
3. เจาะไข่ใส่ถ้วย
4. บีบน้ำมะนาวใส่ เพื่อลดความขมและคาว มะนาวแพงกว่าไข่อีกครับ !!
5. จัดการรับประทานไข่แดง รู้สึกว่า จะจับตัวเป็นก้อนเพิ่มขึ้น 
6. ที่เหลือก็เป็นไข่ขาว ที่บีบน้ำมะนาวใส่

ผล ของการรับประทาน ก็รู้สึกรสชาดดีขึ้นครับ สงสัยทานจนชินแล้ว ตอนทานไข่แดงก็อร่อยดีครับ มัน ๆ เปรี้ยว ๆ ผมชอบ ส่วนไข่ขาว ก็ทน ๆ เอาครับ  มันขม ๆ เปรี้ยวหน่อย ๆ 
ตั้งแต่ ทานมารู้สึกว่า การขับถ่ายดีขึ้นครับ ตี 5 ครึ่ง ทุกวัน ซึ่งสรรพคุณนั้น ผมคิดว่า เกี่ยวข้องกับน้ำส้มสายชูที่ใช้ด้วยว่าหมักจากอะไร ส่วนด้านอื่น ๆ นั้นก็เหมือนเมื่อวันก่อน ๆ ครับ ผลข้างเคียงอะไรก็ไม่มีครับ ร่างกายทั่วไปปกติดีทุกอย่างครับ

 ไข่ดอง






วันที่ 4 มีนาคม 2555
รายงานต่อครับ ฟองนี้เป็นใบ 5 ของชุดที่ 4

1. ล้วงไข่ขึ้นมาแล้วเอามาล้างเหมือนเดิม
2. ไข่ดอง คล้าย  ๆ ดราก้อนบอลเลย
3. รู้สึกว่าไข่แดงจะจับกันเป็นก้อนกลมขึ้น
4. อันนี้เป็นไข่ขาวครับ

ผลของการรับประทาน ก็รู้สึกว่าไข่แดงจะกลมขึ้น ส่วนผลนั้นก็เหมือน ๆ เดิม และเริ่มรู้สึกว่า การทานไข่ดอง  มันจะเป็นปกติเรื่องปกติเสียแล้ว ไม่ได้มีความยากลำบาก และผลกระทบใด ๆ ต่อชีวิตทั้งสิ้น

ผลที่ได้จากการทานไข่ดอง สำหรับตัวผมเอง
1. ระบบขับถ่ายดี
2. ระบบเลือดดี สังเกตดูจากเล็บจะเป็นสีชมพู
3. ภูมิแพ้ ซึ่งจะมีคัดจมูกเวลาเช้า ดีขึ้น
4. กลางวันกระฉับกระเฉงขึ้น เล็กน้อย

ไข่ฟองนี้เป็นฟองสุดท้ายของชุดนี้แล้ว และผมยังไม่ได้ดองอีก เพราะจะกลับไปเลี้ยงนมบัวหิมะธิเบตซักพักนึงก่อน แช่ไว้ในตู้เย็น 2 อาทิตย์แล้ว กลัวจะตายเสียก่อน แล้วมีโอกาสหน้า ผมจะกลับมารายงานใหม่ ครับ ช่วงนี้ จบแค่นี้ก่อนนะครับ




Chicken ball   อิอิ..
รูปแต่งน่ะครับ ดูขำ ๆ




113 ความคิดเห็น:

ผมทานไป 2 วัน 2ฟองแล้ว ปรากฏว่า ความดันขึ้นสูง (160/100 ) ก่อนทานไข่ความดันปกติ(ไม่เป็นโรคความดัน) แต่ที่เป็นคือ ชาที่ไหล่และ มือ ข้างซ้ายและปวดฝ่าเท้าทั้ง 2 ข้าง ความดันขึ้นสูง ทำให้วิงเวียนศีรษะ ยังไม่รู้ว่าจะทานต่อไปดีหรือไม่ ช่วยแนะนำด้วย

สำหรับผู้ป่วยบางรายสำหรับกรณีที่รับประทานน้ำผักปั่น อาจจะเกิดอาการปวดขึ้นนั่นเป็น เพราะขบวนการขับของเสียซึ่งกว่าร่างกาย?จะเข้าสู่ระบบที่สมดุลจึงจำเป็นต้องใช้เวลา หากเปรียบแล้วก็เหมือนท่อน้ำซึ่งมีคราบสกปรก ต้องใช้เวลานานกว่าปกติในการล้าง
ที่มา:
http://friutenzyme.blogspot.com/2009/08/blog-post_20.html

การทานไข่ดองน้ำส้มสายชูหมักน่าจะคล้าย ๆ กันนะครับ อยู่ที่คุณจะเลือกนะครับ จะทานต่อหรือจะหยุด
เพราะถ้าหยุด อาการเหล่านี้จะหายไป
ผมคิดว่าคุณน่าจะมีอาการของหินปูนพอกตามกล้ามเนื้อและผังผืดที่เท้านะครับ คนที่มีอาการหินปูนพอกมักจะมีเสียงก๊อบแก๊บตามข้อเวลาขยับร่างกาย
ผมเคยเป็นโรคชิคุณกุนย่า ทำให้มีอาการปวดตามข้อและปวดตามผังผืด แต่เมื่อได้ทานน้ำหมัก อาการเหล่านั้นก็หายไปครับ เพียงแค่ 2 วันเท่านั้น
แต่ยังไงขอทราบรายละเอียดที่มากกว่านี้บ้างได้ไหมครับ อายุ โรคประจำตัว ไข่และน้ำส้มที่ใช้ครับ
แต่ส่วนมากคนที่มีโรคประจำตัว ก็มักจะมีอาการปวดอย่างนี้แหละครับในช่วงแรก ๆ เพราะมันจะไปขับของเสีย ทีนี้ก็แล้วแต่ทางเลือกล่ะครับว่า จะทานต่อหรือจะหยุด ถ้าหยุดอาการเหล่านี้ก็หาย แต่ก็ต้องพึ่งยาหมอต่อไปครับ

ขอขอบคุณครับคุณ KAIDANG ที่แนะนำ ผมขอแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้ครับ
-อายุ 64 ปี มีโรคประจำตัวเป็นภูมิแพ้ -แพ้ฝุ่นละออง และหอบหืด แต่หอบหืดนาน ๆ จึงเป็น ส่วนใหญ่ถ้าไอหรือจามก็จะมีอาการหอบหืด ใช้ยาพ่นจมูกก็หาย
-ต่อมามีอาการชาที่ไหล่ซ้าย-มือซ้ายและปวดเจ็บที่ฝ่าเท้า 2 ข้าง เป็นมา 2 ปีกว่า การรักษาทานยาจาก รพ.มาตลอด ถึงวันนี้ก็ยังทานยาคลายกล้ามเนื้อ แต่ยังไม่ดีขึ้น
-จากการตรวจและเอกซ์เลย์ ไม่เป็นกระดูกทับเส้น
-ต่อมาเพื่อนแนะนำให้ทานไข่ดองน้ำส้มสายชูหมัก จึงได้ไปซื้อโหลแก้วพร้อมน้ำส้มสายชูหมักสับปะรดที่ห้างฟูดแลนด์รามอินทราแล้วซื้อไข่เบอร์ 3 มาดอง 8 ฟอง พอครบ 5 วัน เริ่มทานวันละ 1 ฟอง ทานได้ 2 ฟอง ได้ไป รพ.ธรรมศาสตร์ฯ ตรวจวัดความดัน วัดได้ 160/100 เวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง วัดความดันใหม่ วัดได้ 160/100 เท่ากับครั้งแรก ปกติผมไม่เป็นโรคความดัน ไม่เป็นเบาหวาน
-ตอนนี้กินไข่ดองวันที่ 3 และ 4 กินเฉพาะไข่ขาว(เอาไข่แดงออกทิ้ง) ตรวจวัดความดัน วัดได้ 131/85
วันที่ 30 ก.ค.55 จะไปตวจวัดความดันที่ รพ.อีกครั้งและจะไปตรวจวัดความดันอย่างต่อเนื่อง เพราะกลัวความดันขึ้นสูงกว่าปกติจะเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ และจะแจ้งผลให้ทราบต่อไป
-การทานเฉพาะไข่ขาว ไม่ทราบว่าจะได้ผลหรือไม่ จะลองทานให้ครบ 8 ฟอง หากความดันยังปกติไม่สูงมากและไม่มีผลข้างเคียงอย่างอื่นก็ว่าจะทำทานต่อไปอีกแล้วจะแจ้งผลให้ทราบ
-กรุณาให้ความเห็นที่ทานไข่ขาวอย่างเดียวด้วยครับ

-ขออนุญาตเรียกว่าคุณลุงนะครับ
คุณลุงทานไข่ดองถึงวันที่ 4 แล้ว วัดความดันได้ 131/85
คุณลุงอายุ 64 อายุความดันระดับนี้ถือว่ายอดเยี่ยมที่สุดแล้วครับ
ถ้าไปวัดรอบหลังความดันเท่านี้อยู่ ก็ตัดกังวลเรื่่องความดันไปได้เลย
-เรื่องแคลเซียมและหินปูนนั้น เป็นเรื่องที่ซับซ้อนวุ่นวายมาก ๆ เลย
สำหรับมนุษย์เราทุกคน แม้แต่หมอก็ยังไม่ทราบกลไกที่ชัดเจนของมัน
ต่อร่างกายนัก ว่าทำไมหินปูน(แคลเซียม) ถึงไปเกาะตามส่วนต่าง ๆ
ของร่างกายได้ ไม่ว่าจะเป็นในหลอดเลือด ในตับ ไต เส้นเอ็น หมอนรองกระดูก ฯลฯ
แต่มีรายงานวิจัยบางชิ้นระบุว่าเกิดจากการขาดโปรตีน
- เวลาที่เส้นเอ็น ผังผืด หรือกระดูกข้อต่อ เกิดอาการอักเสบรุนแรง อาจเกิดจากการ
หกล้ม การออกกำลังกายหนัก ๆ ใช้แรงงานหนัก ๆ ต่อเนื่อง จนอวัยวะส่วนนั้นเิกิดการอักเสบ
ร่างกายก็จะนำหินปูน(แคลเซียม) ไปอุด เปรียบเหมือนน้ำรั่ว มีอะไรอุดได้ก็อุดไปก่อน
เมื่อร่างกายเอาหินปูนไปไปอุดเส้นเอ็นแล้ว ก็เกิดอาการนิ้วล็อกบ้าง ไหล่ติดบ้าง
เมื่อร่างกายเอาหินปูนไปอุดผังพืดก็ทำให้เจ็บปวดในจุดนั้น และขยับลำบาก ซึ่งผังผืดก็มีอยู่ที่ฝ่าเท้าด้วย
ผมเคยเป็นโรคชิคุณกุนย่า ก็ทำให้เจ็บผังผืดที่เท้าเหมือนกัน ผมเป็นอยู่เกือบ 6 เดือน
.
แต่บางคนเข้าใจว่า ทานอาหารที่มีแคลเซียมมาก ๆ เช่นนมทำให้เกิดหินปูนพอกกระดูก อะไรเหล่านี้
อันนี้เป็นความเชื่อที่ผิดนะครับ จริงอยู่ว่าที่พอกกระดูกน่ะคือหินปูน แต่สิ่งที่นำหินปูนไปพอกคือระบบ
ของร่างกายเราเอง
.
- ผมคิดว่า ตัวกรดอะซิติก(กรดน้ำส้ม) ในน้ำส้มสายชูหมักนี่แหละเป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการ
นำไปละลายหินปูนที่อุดอยู่ แล้วค่อย ๆ นำสารอาหาร เช่นโปรตีนในไข่ ไปซ่อมแซมอีกทีหนึ่ง
ดังนั้นจึงเป็นการจับคู่ที่ลงตัวอย่างมาก (แต่อันนี้ผมวิเคราะห์เอาเองนะครับ)
คือลองสังเกตได้จากผลไม้ที่มีอยู่ตามธรรมชาติจริง ๆ ก็จะมีเปรี้ยว มีหวานปนเปกันไป ดังนั้น
ผลไม้เปรี้ยวก็เป็นสิ่งที่ร่างกายนำมาใช้ประโยชน์เหมือนกัน
- ดังนั้นอาการปวดก็น่าจะเกิดจากหินปูนที่ละลายออก แล้วร่างกายค่อย ๆ ทำำ
การซ่อมแซมเนื้อเยื่อส่วนนั้นนั่นเอง
- ถ้าถามหมอแผนปัจจุบัน(ที่มักใช้สารเคมีสังเคราะห์มารักษาโรคของมนุษย์) เค้าจะบอกว่าไม่มีหรอกยาที่ละลายหินปูนได้ แต่ถ้าถามผม ผมตอบได้ว่ามีครับ ไ่ข่ดองน้ำส้มสายชูหมักนั่นเองครับ ก็ลองดูที่เปลือกไข่ซึ่งเป็นหินปูน(แคลเซียม)สิครับ ยังโดนกัดกร่อนได้เลย
- ส่วนการทานแต่ไข่ขาวนั้น ถ้าสบายใจก็ลองทานไปก่อนดูก็ได้ครับ สัก 1 ชุด ต่อจากนั้นลองทานทั้งไข่ขาวและไข่แดงดูว่าเป็นยังไง ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติแล้ว ผมแนะนำทานทั้งไข่ขาวและไข่แดงดีกว่าครับ เพราะมันเป็นกลไกของร่างกายที่จะนำโปรตีนในไข่ไปซ่อมแซมครับ ผมคิดว่าคุณลุงคงไม่มีปัญหาคลอเลสเตอรอลอุดตันเส้นเลือดครับ เพราะว่าความดันเป็นปกติ คงจะทานไข่แดงได้โดยไม่มีปัญหาอะไร
- ถ้ามีอาการปวดมากจากการทานไข่ดองน้ำส้ม ทีแรกผมคิดว่าจะแนะนำให้ใช้น้ำส้มสายชูหมักที่มีกรดอ่อนลงหน่อย ๆ เช่นน้ำส้มสายชูหมักจากข้าวของ qp แต่คุณลุงบอกว่าความดันลดลงเป็นปกติแล้ว ก็ขอแนะนำใช้ของไดมอนด์แบบเดิมดีกว่าครับ ของเค้าดีจริง แรงจริง ครับ
.
- ผมก็เป็นภูมิแพ้เหมือนกันครับ และตอนเด็กก็มักเป็นหอบหืดด้วย ผมก็อาศัยหลีกเลี่ยงสิ่งที่เราแพ้ก็ไม่มีปัญหาอะไร และคิดว่าไข่ดองน้ำส้มนี้จะช่วยได้มากเลยครับ ถ้าภูมิแพ้ไม่เป็น หอบหืดก็ไม่เป็นเหมือนกันครับ เพราะหอบหืดเกิดจากภูมิแพ้โดยแสดงอาการที่หลอดลมเล็ก ๆ ในปอด. ทุกวันนี้ผมสบายมากไม่มีอาการน้ำมูกไหลและจามตอนเช้าเลย อยู่ใกล้คนเป็นหวัดก็ไม่ติด ทำงานตากฝนบ้างก็ไม่เป็นหวัดครับ แต่ก่อนไม่ได้เลย เปลี่ยฤดูทีไรเป็นหวัดทุกที เฉลี่ยเป็นปีละ 3-4 ครั้ง แต่เดี๋ยวนี้ไม่เป็นเลย (แต่ผมทานนมบัวหิมะทิเบตเป็นหลักนะครับ โฆษณาหน่อย^_^) แต่คิดว่าไข่ดองน้ำส้มนี่ก็ช่วยได้เหมือนกันครับ อาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ แต่ผมชอบนมบัวหิมะเพราะมีแคลเซียมเยอะหน่อยเพิ่มความแข็งแรงของกระดูก เพราะผมเคยเห็นคนเป็นโรคกระดูกพรุนแล้วน่ากลัวมากครับ เดินไปดี ๆ กระดูกสันหลังหักเปร๊าะ... ตายก็ไม่ตาย ทรมานอยู่อย่างนั้นตลอดชาติ
- สุดท้ายผมขอแนะนำคุณลุงว่า ควรทำตามสูตรอย่างเคร่งครัดหน่อยนะครับ คือ ทานหลังอาหารไม่เกิน 10 นาที -ไม่นอนภายใน 3 ชม. ให้ทำอะไรพลาง ๆ และพยามดื่มน้ำอุ่น ๆ มากขึ้นสักหน่อย หรือน้ำเปล่าธรรมดาก็ได้ ให้ดื่มทั้งวัน เพื่อให้ยาเดินได้สะดวก และงดน้ำเย็นครับ

ครู ยอดนักรบ
เพิ่งรับประทานวันแรก ขอเล่าบรรยากาศก่อนรับประทานให้ฟังก่อน เมื่อตักไข่ออกจากโหล นำมาล้างน้ำเหลือแต่ไข่นิ่ม ๆ ดิ้นไปมา การจิตนาการของรสชาติไข่ดิบเริ่มพรั่งพรูออกมาโดยมิได้นัดหมาย แต่สุดท้ายก็ยอมรับประทานจนได้

-คุณ KAIDANG ครับ ยินดีครับที่เรียกผมว่าลุง ผมชื่อ PHAIROJ ครับ วันนี้ 30 กค. ผมไปวัดความดันที่ รพ. วัดได้ 144/90 ชีพจรเต้น 90 ครั้ง ต่อนาที แล้วนั่งพัก 15 นาทีวัดใหม่ วัดได้ 133/87 ชีพจรเต้น 85 ครั้งต่อนาที ก่อนไปวัดความดันก็ทานไข่ดองแล้ว(เฉพาะไข่ขาว)ยังเหลือไข่ดองอีก 2 ฟอง ก็จะทานให้หมดและทำตามคำแนะนำอยู่แล้ว ปกติผมก็ดื่มน้ำมากทุกวันอยู่แล้ว เพียงแต่ตอนเช้าผมทานกาแฟกับขนมปังหรืออย่างอื่นพออิ่มท้อง แล้วประมาณ 5-7 นาที ก็ทานไข่ดองครับ จากนั้นก็ขับรถไปส่งภรรยาทำงานแล้วกลับมาบ้าน ใช้เวลาประมาณ 40 นาที อยู่บ้านก็ทำงานบ้านและออกกำลังกายแบบเดินอยู่กับที่ประมาณ 45-60 นาทีและจะนอนพักผ่อนก็ตอนประมาณเวลา14.00-15.30 น.
-ทานไข่ดองมา 6 วันแล้ว( 2 วันแรกทานทั้งไข่แดง - ไข่ขาว , 4 วันต่อมาทานเฉพาะไข่ขาว) สภาพร่างกายยังปกติคือ อาการชาที่ไหล่ - ข้อมือซ้ายและปวดฝ่าเท้า 2 ข้าง ยังเป็นเหมือนเดิมและจะทานไข่ดองให้ครบ 8 ฟอง แล้วจะไปวัดความดันอีกครั้ง จากนั้นก็จะทำทานต่อไป ส่วนจะทานทั้งไข่แดง - ไข่ขาว หรือไม่จะตัดสินใจอีกครั้งครับ
-เห็นมีบาง Web ได้แนะนำว่า เมื่อนำไข่ดองใส่แก้วแล้วให้นำน้ำส้มสายชูหมักมาใส่ผสมกับไข่ดองอีก 1 ช้อนโต๊ะแล้วคนให้เข้ากันก่อนดื่มให้หมด ไม่ทราบว่าจะมีผลอย่างไรหรือไม่
-อยากขอจะแนะนำให้ผู้ที่จะทำไข่ดองทาน หากท่านเป็นโรคความดันหรือไม่เป็นความดัน เมื่อเริ่มทานไข่ดอง ก็ควรตรวจวัดความดันอย่างต่อเนื่อง หากความคันขึ้นสูง หรือสูงมาก อาจเป็นอันตรายต่อท่านได้

ขอเล่าต่อนะ ครั้งที่แล้วเล่ายังไม่จบ เมื่อตัดสินใจที่จะรับประทานแล้ว ก็หาตัวช่วยมากมาย อาทิเช่น ผ้าปิดจมูก มะม่วงดิบ น้ำอุ่นขันเบ้อเริ่มเลย น้ำสไปร์ ตามด้วยน้ำเขียว เมื่อเตรียมตัวช่วยเสร็จเรียบร้อยก็ใช้ไม้จิ้มฟันเจาะไข่ใส่แก้ว แล้วแบ่งใส่แก้ว 3 ใบ แก้วใบที่ 1-2 เป็นไข่ขาว แก้วใบสุดท้ายเป็นไข่แดง หลังจากนั้นก็เติมน้ำสไปร์เพื่อดับกลิ่นคาว แต่ไม่เติมมากเพราะกลัวเบาหวานจะมาเยือน ด่านสุดท้ายก็คือหยิบผ้าปิดจมูกมาใส่ เท่านั้นยังไม่พอแถมท้ายด้วยการกลั้นลมหายใจ แต่แก้วที่เป็นไข่แดงกลัวน้ำสไปร์ดับกลิ่นไม่ได้เติมน้ำเขียวลงไปอีก ขอบอก ณ ที่นี้เลยว่า ทานได้ไม่ยากอย่างที่คิด หลังจากรับประทานเสร็จจะรู้สึกอุ่น ๆ ที่สันหลัง แล้วนั่งพักระยะหนึ่ง หลังจากนั้นก็ขึ้นเตียงจะนอน (รับประทานตอนเย็น) ปรากฎว่าเส้นเอ็นที่ใต้หัวเข่าลั่นดังเปรี๊ยะ ๆ ตื่นเช้าขึ้นมาก็รู้สึกสบาย ปรกติจะปวดขาประจำ แต่จะเป็นการอุปทานหรือเปล่าก็ไม่ทราบ ก็ลองทำต่อไปก็แล้วกัน

- สวัสดีครับ คุณลุงไพโรจน์ ลองทานเรื่อย ๆ ดูนะครับ ผมก็ขอเป็นกำลังใจให้ยานี้จะช่วยรักษาโรคของคุณลุงให้หายนะครับ สูตรไข่ดองนี้ผมลองแค่สูตรนี้สูตรเดียว ถ้าอย่างคุณลุงว่ามาผมไม่เคยลองนะครับ ก็ไม่ทราบผลเหมือนกัน
- มีคนเล่าให้ฟังมาอีกที เค้าบอกว่าหลวงพ่อที่วัดแถว ๆ หัวหิน เป็นโรคปวดหัวเข่า จะนั่งพับเพียบนาน ๆ ไม่ได้ ท่านก็ได้ทานไข่ดองน้ำส้มนี่แหละครับ 90 ฟอง ก็หาย สามารถนั่งรับแขกญาติโยมได้ทั้งวัน ส่วนคนที่เล่าให้ผมฟังนั้นก็ทานไข่ดองเหมือนกันแต่ดองกับน้ำส้มสายชูกลั่น(ไม่ยอมใช้น้ำส้มสายชูหมัก)เป็นโรคเส้นปวดตั้งแต่เอวมาถึงขา มันตึงและปวด เมื่อทานจนครบ 90 ฟองแล้ว ก็ไม่หาย เพียงแต่ดีขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น แต่เค้าบอกว่าคงจะเป็นเพราะกรรม เพราะว่าเค้าเคยเอาหมาไปปล่อย แล้วหมามันกลับมาที่บ้าน ทีนี้เค้าเลยเอาไปปล่อยอีก พอดีมีอยู่วันนึงก็ไปเจอหมาตัวนั้นแหละ มันดีใจวิ่งเข้ามาหา เค้ากลัวมันตามกลับบ้าน เลยตีหมาเสียหลังหักและขาหักโดยไม่มีความสะทกสะท้านหรือสงสารใด ๆ แม้แต่น้อย. เค้าเลยคิดว่าคงเป็นกรรมที่ทำกับหมาไว้ ที่เค้าเล่าให้ผมฟังเพราะเห็นผมหมักกล้วยจนเป็นน้ำส้มแล้ว ตอนนั้นผมยังไม่รู้จักสูตรไข่ดองน้ำส้มครับ
.
- คุุณครูยอดนักรบครับ ตอนผมทานใบแรก ๆ นะครับ รู้สึกว่า เส้นเลือดที่ริมฝีปากมันเต้นตึ้บ ๆ ตามจังหวะหายใจเลยครับ แต่ทานใบที่ 3 ไปก็ไม่เป็นแล้วครับ และตั้งแต่ทานมาก็รู้สึกว่าตามข้อต่าง ๆ มันเคลื่อนไหวได้สะดวก เหมือนว่ามีน้ำหล่อลื่นดีขึ้น ก็ไม่แน่ใจว่าอุปาทานรึเปล่า
- แต่ผมขออนุญาตแนะนำนิดหนึ่งนะครับ น่าจะทานหลังอาหารเช้า ไม่เกิน 10 นาที แล้วทำอะไรพลาง ๆ ตามสูตรดีกว่านะครับ เพราะยาจะได้เดินสะดวกน่ะครับ

ร.ต.ต.เรวัติฯ อายุ ๕๓ สูง ๑๗๒ หนัก ๖๘ มีปัญหา คอเลสเตอรอล,ไตรกลีเซอรายด์ และยูริค
กินไข่ดองมา ๘ ใบแล้ว อยากแสดงความคิดเห็น

เรียนคุณไกแดง ขอบคุณที่สามารถแสดงความคิดเห็นได้
ใช้น้ำส้มหมักเอง(แกนในสับปะรด+น้ำตาลทรายแดง หมัก ๔๕ วัน)
- ใบที่ ๑ ไม่มีอาการใดๆ กินง่ายกรึบเดียวหมด เพียงแต่อึดท้องเล็กน้อย
- ใบที่ ๒-๓ มีอาการมึนๆหัวเหมือนคนเมายา อึดท้องเล็กน้อย ตื่นตอนดึกตี๒ตี๓ กว่าจะหลับลงก็ ตี ๔ตี๕ ไปทำงานตอนเช้าเพลียมาก ปกติจะงีบกลางวัน
- ใบที่ ๔-๕ ยังคงมึนหัว อึดท้องเล้กน้อย แต่ไข่กินยากขึ้นนะ ต้องแบ่งเป็น ๓ กรึบ คือกินน้ำเหลวๆของไข่ขาวก่อน ตามด้วยน้ำเหนียว ๆ ของไข่ขาว และไข่แดง เริ่มมีอาการปวดต้นคอร้าวลงมาถึงหัวไหล่๒ข้าง เหมือนความดันสูงซึ่งปกติไม่เป็น แต่วัดแล้ว ๑๓๙/๙๕ หัวใจ ๗๒ ปกติ(นะ) ยังคงตื่นตอนดึก
- ใบที่ ๕-๖ ยังคงมึนหัวส่วนไข่นอกจากจะแบ่งกิน ๓ กรึบแล้ว ต้องตามด้วยมะนาวจิ้มเกลือไม่งั้นออกแน่ อาการปวดมากขึ้นลามลงมาถึงกลางหลังก้นกบเหมือนคนเป็นนิ้วปวดไตบีบนวดอย่างไรก็ไม่หาย แต่คิดว่าตัวเองไม่ได้ไปทำอะไรมา ไม่ได้ยกของหนักหรือทำผิดท่าผิดทาง จึงไม่ได้กินยาหรือไม่หาหมอ ยังคงตื่นกลางคืน
- ใบที่ ๗ ปวดมากกว่าเดิมตั้งแต่ต้นคอลงไปถึงก้นกบ เรียกว่าปวดจนหลังแอ่น แต่มีอาการแปลกเพิ่มขึ้น คือ ปกติเวลาพับข้อศอกจะมีเสียงดังแกร็กๆ เป็นมา ๔-๕ปีแล้ว เคยฉีดยา,นวดน้ำมันงา,ประคบ ไม่หาย แต่วันนี้ เวลาพับมีเสียงดังเพียงงึดๆเบาๆ อีกอย่างคือปกติจะงีบกลางวัน แต่วันนี้ไม่ง่วงเลย ออกกำลังกายตอนเย็นก็ไม่เหนื่อย ปกติจะเดินๆวิ่งๆได้ประมาณ ๔๕ นาที วันนี้ถึง ๑ ชม.
- ใบที่ ๘ อยากจะให้เป็นไข่ใบสุดท้าย เพราะกินยากมากแค่เห็นไข่ก็ม้วนท้องแล้ว แต่ก็ทนกิน หมดมะนาวไปครึ่งลูก แต่แปลกว่า ตื่นวันนี้สดชื่นมาก ไม่เพลียไม่แป๋ อาการปวดหายไปถึง ๙๐% เหลือแค่กลางหลังกับก้นกบเล็กน้อย ไม่ตื่นตอนดึก
ก่อนจะเปิดโหลใหม่ของซักถามสักเล็กน้อย
๑. กินไข่แดงทุกวันจะทำให้มีปัญหากับคลอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอรายด์หรือไม่และกรดน้ำส้มจะทำให้ยูริคเพิ่มมากหรือไม่
๒. อาการปวดดังกล่าว เกิดจาการกิน"ไข่"ใช่หรือไม่
ขอกำลังใจในการเปิดโหลที่ ๒ ด้วยครับ

ขอเพิ่มอีกเล็กน้อย อาการเสียงดังแกร็กๆที่ข้อศอกหายไปแล้วครับ ความดันเลือด อยู่ที่ ๑๓๓/๙๒ หัวใจ ๖๗ ปกติ(มั้ยครับ)

สวัสดีครับคุณ(ผู้หมวด) เรวัติ
- ผมเคยอ่านเจอในเน็ตนี่แหละครับเค้าบอกว่า ถ้ามีหินปูนพอกที่กระดูกต้นคอ ก็จะทำให้ปวดตั้งแต่คอลงมาถึงแขน ถ้าพอกที่กระดูกสันหลังก็จะทำให้ปวดหลังลงมาถึงขา คิดว่าคุณเรวัติคงมีอาการหินปูนพอกนะครับ ถ้าให้แน่ใจต้องไปหาหมอดูนะครับ
- ผมขออนุญาตแนะนำหน่อยนะครับ ผมเคยให้ผู้ชายคนนึงอายุประมาณ 40 ทานไข่ดอง เพราะเค้าเคยเป็นอัมพฤกษ์แต่ตอนที่เจอนั้นเค้าดีขึ้นแล้ว ทีแรกผมเห็นเล็บเค้าขาวซีด ผมเลยบอกว่า "คุณน่าจะมีปัญหาเรื่องระบบเลือด ลองไข่ดองดูไหม" เค้าก็สนใจ และลองดู ผลการทานก็ปรากฎว่า เค้ารู้สึกได้เลยว่า มีก้อนเล็ก(คิดว่าคงเป็นหินปูน) หลุดออกมา และมันก็ขยับไป วันละนิด ๆ ตามเส้นเลือด ผมก็สงสัยว่า เอ ถ้ามันขยับไปเรื่อย ถ้าไปถึงหัวใจมันไม่อุดเส้นเลือดหัวใจจนหัวใจวายตายเหรอ แต่ก็เป็นเพียงความวิตกเท่านั้น ทุกวันนี้เค้าก็ีดีขึ้นในระดับที่กำการงานได้เหมือนคนปกติ (แต่ตอนนั้นเค้าก็ไปหาหมอเส้นด้วย) ในจุดนี้เองผมจึงพิจารณาว่า บางทีมีหินปูนหลุดออกมาตามกระแสเลือดแล้ว ควรจะทานไข่ให้ต่อเนื่อง ไม่อย่างนั้นมันอาจจะไปอุดที่จุดอื่นได้อีก (อันนี้เป็นความกังวลส่วนตัวผมเอง) ผมจึงขอแนะนำทุกท่านที่มีปัญหาเรื่องหินปูนเกาะในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ควรจะทานให้ครบชุดนะครับ (100 ฟอง) เพราะการที่ตัวยาจะไปละลายหินปูนได้หมดนั้น ต้องอาศัยเวลาเหมือนกัน เพราะร่างกายคนไม่ใช่เครื่องจักรหรือท่อที่จะล้างหินปูนออกได้ง่าย ๆ (แต่คงต้องดูอาการด้วยว่าเป็นมากหรือน้อย) เพราะถ้ารักษาตามการแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว ถ้ามีหินปูนพอกเค้าจะไม่รักษานะครับ อย่างมากก็แค่กายภาพบำบัด แล้วปล่อยให้เป็นหนักแล้วก็ผ่าทีเดียวครับ
- แต่สิ่งที่ยืนยันว่าคุณเรวัติมีปัญหาเรื่องหินปูนพอก คือเสียงแกร๊ก ๆ ตอนพับข้อศอก ตอนนี้หายแล้วผมก็ดีใจด้วย
- ความดันโลหิตปกติเวลากลางวันคือ 135/85 ของคุณเรวัติ 133/92 ตัวหลังสูงไปนิดนึงนะครับ แต่ผู้หมวด อายุ 53 แล้วก็น่าจะถือว่าปกติได้นะครับ
- ผมเคยให้ญาติผู้ใหญ่คนนึงทานไข่ดอง ท่านเป็นโรคเก๊าท์ ทานไป 2 ชุด ก็ไม่มีปัญหาอะไรนะครับ และอีกอย่างสูตรนี้เค้าบอกว่ารักษาโรคเก๊าท์ได้ด้วย
- ตามสูตรไข่ดองนี้ กรดน้ำส้มต้องอาศัยคลอเลสเตอรอลในไข่เป็นพาหะในการละลายสิ่งที่อุดตันต่าง ๆ ในเส้นเลือดและอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นหินปูน ลิ่มเลือด หรือไขมันที่จับตัวจนแข็ง นะครับ ดังนั้นไม่น่ากังวลเรื่องคลอเลสเตอรอลครับ
- ขอถามคุณเรวัติหน่อยนะครับว่า หมัก แกนสับปะรดไว้ 45 วัน ไม่ทราบว่า เป็นกรดน้ำส้มเปรี้ยวมากไหมครับ เพราะแค่ 45 วันเอง ถ้าผมหมักสับปะรดทั้งเปลือก อย่างไวสุดก็ 3 เดือน(ไม่ได้ถ่ายลงภาชนะทรงเตี้ย)กว่าจะเปรี้ยว ถ้าให้เปรี้ยวจัดแบบที่เค้าจำหน่าย ต้อง 5-6 เดือน และไม่ทราบว่า เปลือกไข่ร่อนออกหมดไหมครับ
- ผมคิดว่าสูตรไข่ดองน้ำส้มนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้มีอายุ 40-60 ปีทุกคน ไม่ว่าจะมีโรคประจำตัวหรือไม่ เพราะใช้ร่างกายมาถึงขนาดนี้แล้ว ก็น่าจะมีการล้างหลอดเลือดกันบ้างนะครับ ขนาดดูปริ๊นเตอร์เรา ใช่แค่ปีสองปี หัวพิมพ์ยังตันได้ นับประสาอะไรกับเส้นเลือดเราที่เล็กและยาวมากขนาดว่าพันรอบโลกได้ 1 รอบเลยทีเดียว ยังไงขอให้คุณเรวัติ สู้ ๆ นะครับ เป็นกำลังใจให้ครับ (เหล้ากินยากกว่านี้เค้ายังกินกันได้เลยครับ ^_^) เพื่อสุขภาพ เพื่อภรรยา เพื่อลูก เพื่อ ฯลฯ.....

แนะนำวิธีการกินไข่ดองที่ง่ายมากๆ แต่ครั้งสองครั้งแรกต้องฝึกก่อน วิธีการคือเตรียมน้ำอุ่นไว้ 1 แก้ว น้ำโอวัลติน 1 แก้ว วิธีการกินไข่ดองให้หายใจเข้ายาวๆหายใจออกยาวๆซักหนึ่งรอบแล้วไปสิ้นสุดที่การหายใจออกกลั้นลมหายใจไว้ในขณะที่ลมหายใจออก กินไข่ดองทั้งฟองรวดเดียวจบ ตอนกินไข่ดองยังคงกลั้นลมหายใจออกอยู่นะคะ พอไข่ดองหมดแล้วให้ดื่มโอวัลตินเข้าไปทันที แล้วอึกที่สองให้กลั่วไมโลเหมือนกับเรากลั่วน้ำเวลาแปรงฟันเสร็จค่ะ ตอนนี้ก็ยังกลั้นลมหายใจออกอยู่นะคะ แล้วก็ดื่มเข้าไป หลังจากนั้นจะไม่ได้กลิ่นไข่ดองอีกเลย ตามด้วยน้ำอุ่นอีกซักแก้วค่ะ รับรองการกินไข่ดองจะไม่มีปัญหาอีกต่อไป

ผม keng ครับ อายุ 55 ปี ลองกินมาแล้ว 4 โหลๆละ 8 ใบ โรคประจำตัว เก๊า เบาหวาน นิ่ว ความดัน ไขมันเกาะตับ มีอาการตรืงที่คอ มีอาการปวดเป็นบางครั้ง เวลาปวดต้องกดที่ต้นคอแล้วค่อยๆปล่อยจะมีความรู้สึกว่าเหมือนเลือดค่อยๆเดินขึ้นสมอง กลัวเป็นโรคหัวใจ กลัวเส้นเลือดตรีบ เริ่มกินไข่ดองใบแรก กลั้นหายใจ ที่เดียว ตามด้วยของเปรี้ยวๆ ไม่มีปัญหาครับ อาการทั้วไปไม่มีปัญหา พอใบที่ 3 ตื่นขึ้นมาตอนเช้า อาการตรึงคอ หายครับ ขาที่เคยปวดเมื่อยดีขึ้นครับ เมื่อเดือนที่แล้วไปตรวจเลือด เบาหวานยังอยู่ที่ 170 แต่ คอเลสเตอรอล 180 ไตกลีเซอไรด์ 87 อ๋อลืมบอกไปผมมีน้ำหนัก 102 กก. ส่วนความดัน 120/90 หมอบอกว่าดี หมอคงคิดว่าผมกินยา แต่ผมแอบที่จะไม่กิน 2 วัน พออีก 2 วัน ถึงคิวหมอฟัน ก็ต้องวัดความดันอีกผลออกมาคิดว่าเครื่องเสีย 116/67 วัด 3 ครั้ง เลยขอวัดเครื่องใหม่ที่แผนกอื่น ผลออกมาเหมือนเดิม ก็เลยจะลองลดยาสัก 1 เม็ด อ๋อลืมถาม ผมกิน โหล เว้น โหล เพราะมีโหลสำหรับดองอยู่ใบเดียว ชอปรึกษาครับ ขอบคุณล่วงหน้า

สวัสดีครับคุณ เก่ง
ผมขอแนะนำเฉพาะที่ผมรู้เท่านั้นนะครับ..
ขอญาตเรียกว่าคุณลุงนะครับ..
คุณลุงเก่ง อายุ 55 น้ำหนักมากถึง 102 กก. และมีโรครุมเร้ามากมาย
...
- คิดว่าคุณลุงเก่งต้องควบคุมเรื่องน้ำตาลควบคู่กับการทานไข่ดองนะครับ เพื่อให้น้ำตาลลดลง เพราะไข่ดองอย่างเดียวไม่สามารถคุมน้ำตาลได้หมด ต้องคุมอาหารด้วยครับ
- ส่วนเรื่องความดันนั้น ไข่ดองนี้ตอบสนองต่อโรคนี้ได้ดีมาก ดังนั้น ควรค่อย ๆ ลดยาความดันลงนะครับ ถ้าจะลองใช้วิธีวัดความดันแบบเถื่อน ๆ ก็ลองจับเส้นชีพจรที่คอก็ได้ครับ มันจะรับรู้ได้ดีว่าความดันเราต่ำ หรือสูงครับโดยไม่ต้องใช้เครื่องวัด แต่ก็ได้แค่กะ ๆ เอาเท่านั้นครับ ถึงเวลาค่อยไปวัดที่ ร.พ.
- นิ่ว เก๊าท์ ไขมันเกาะตับ สูตรไข่ดองนี้ก็สามารถช่วยได้ครับ และไม่น่าจะมีผลข้างเคียงอะไรที่เป็นปัญหากับโรคเหล่านี้ครับ
- เรื่องไขมันนั้นมันยุ่งยากซับซ้อนมาก ผมก็ไม่ทราบละเอียดเท่าที่ควร รู้แต่ว่าควรทานน้ำมันที่มี ไขมันชนิดดี (hdl) เยอะ ๆ เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ น้ำมันดอกคาโนล่าบริสุทธิ์. ซึ่งจะแพงกว่าน้ำมันที่มีขายทั่วไป ส่วนมากจะลิตรละ 400 ขึ้นไป และไม่ควรทานอาหารทอด อย่างมากก็นำน้ำมันที่กล่าวมาข้างต้นมาผัดอาหารแป๊บเดียว ไม่ควรถูกความร้อนนาน ๆ เพราะมันจะกลายเป็นไขมันทรานส์ซึ่งเป็นโทษต่อร่างกาย ทำให้ไขมันอุดตันเส้นเลือด ซึ่งบางรัฐในอเมริกา ห้ามขายอาหารที่มีส่วนประกอบของไขมันทรานส์แล้ว. และสรรพคุณของน้ำมันที่มี hdl เยอะ ๆ จะไปช่วยล้างไขมันชนิดเลว(ldl)ในเส้นเลือดด้วย.แต่ผมเคยอ่่านเจอในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐบอกว่ามีโครงการของพระเทพฯให้ปลูกต้นชาโดยนำพันธ์มาจากเมืองจีนเพื่อนำเมล็ดมาทำเป็นน้ำมันชา เห็นบอกว่ามีสรรพคุณหลายอย่าง ดีมาก และที่สำคัญสามารถทนต่อความร้อนสูง ๆ เช่นการทอดได้ โดยไม่เป็นไขมันทรานส์ ผมก็ไม่ทราบว่าทุกวันนี้มีวางจำหน่ายหรือยัง
- ถ้าต้องการทานไข่ดองต่อเนื่อง (ซึ่งตามสูตรก็บอกอย่างนั้นอยู่แล้ว) ก็สามารถนำภาชนะอื่น ๆ มาดองไข่ได้ เช่น แก้วน้ำนำมาดองไข่1ฟองต่อ1ใบ. หรือถ้วยแ้ก้วชนิดใดก็ได้ ดองไข่สัก 4-5 ฟองก็ได้ คือเรียงให้เต็มถ้วยจะได้ไม่เปลืองน้ำส้ม.แล้วนำไปใส่ในกล่องพลาสติกที่มีฝาปิด เพื่อกันฝุ่นกันแมลง.คือขอให้ดอง 5 วันขึ้นไป และไม่ดองนานเกิน 15 วัน (คือดองนานไปมันจะเหม็นจนไม่มีใครกล้าทาน)
- ผมเคยจับจอบจับเสียบ ขุดดิน ปลูกต้นไม้ ต้นสมุนไพรรู้สึกว่า มันเป็นการออกกำลังกายที่ดีมาก ๆ เลยครับ เหงื่อหยดติ๋ง ๆ เลยครับ กล้ามเนื้อต่าง ๆ ก็รู้สึกว่ามีเรี่ยวมีแรงขึ้นด้วยครับ คุณลุงน้ำหนักมาก การออกกำลังกายด้วยวิธีนี้น่าจะได้ผลนะครับ และผมคิดว่าคงจะช่วยรักษาโรคของคุณลุงได้มากเลยครับ
- ขอเป็นกำลังใจให้คุณลุงเก่งนะครับ ขอให้คุณลุงหายจากโรคต่าง ๆ ไว ๆ นะครับ

ทำไมต้องใช้ไข่ 8 ฟองต่อน้ำส้มฯ 1ขวดครับ-จากคนกำลังจะลองรับประทานดูครับ (อายุ 59 ปี มีคลอเรสเตอรอลและไตรกีเซอรายด์ สูง ยูริคเริ่มจะสูงเช่นเดียวกับความดัน)

ขอบคุณมกครับ คุณ kaidang

from keng

- จากที่ผมสังเกตการทำปฏิกิริยาระหว่างกรดน้ำส้มกับไข่ดอง ผมสังเกตุเห็นว่า
การดองไข่ด้วยน้ำส้มสายชูหมักจากสับปะรดตราไดมอนด์ซึ่งมีกรดน้ำ้ส้ม 5%
สังเกตเห็นว่าการทำปฏิกิริยามีอยู่สองระยะคือ
1. ระยะแรก กรดน้ำส้มจะกัดเปลือกไข่ เพื่อให้น้ำส้มสามารถแทรกเข้าไปในไข่ได้ สังเกตได้ ไข่จะเริ่มบวม ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3 วัน ดังนั้นใครที่ใช้น้ำส้มชนิดอื่น ๆ เช่นน้ำส้มที่หมักเอง ก็ต้องดองให้ไข่บวมก่อน ^_^ (บางครั้งผมได้ไข่เปลือกหนามาก ดองตั้ง 10 วันกว่าไข่จะบวม)
2. ขั้นต่อไปคือปล่อยให้น้ำส้มทำปฏิกิริยากับไข่ขาวและไข่แดง เป็นเวลา 2 วัน คือรวมเวลาทั้งหมดก็ 5 วันจึงเริ่มนำมารับประทาน
- การที่บอกว่าดองทีละ 8 ฟอง น่าจะมีเหตุผลคือ
1. ฟองหลัง ๆ จะมีฤทธิ์แรงขึ้น(เล็กน้อย) เพราะทำปฏิกิริยากับน้ำส้มนานหน่อย
2. การดอง 8 ฟอง น่าจะเป็นลิมิตที่มากที่สุด คือห้ามดองเกินครั้งละ 8 ฟองครับ ถ้าดองมากกว่านั้น ฟองหลัง ๆ กลิ่นมันเหม็นครับ ผมก็ไม่กล้ารับประทาน
- คือสูตรนี้ไม่ตายตัวมากนัก คุณจะดองครั้งละฟองก็ได้ โดยดองในแก้วดื่มน้ำ แต่ต้องสังเกตุให้ไข่บวม ซึ่งระยะเวลาไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับความหนาของเปลือกไข่และความเข้มของกรดน้ำส้ม เมื่อไข่บวมแล้วให้ดองต่อไปอีก 2-10 วัน ก็นำมารับประทานได้ครับ ซึ่งการดองแบบนี้มีข้อดีคือ 1.ไม่ต้องซื้อโหลใหม่ 2.รู้สึกว่าจะประหยัดน้ำส้มมากกว่า เพราะเมื่อไข่บวมแล้วรู้สึกพอดีกับแก้ว 3.ถ้าไข่แตก หรือเน่า หรือขึ้นรา ก็ไม่กระทบกระเทือนถึงฟองอื่น
- แต่ที่ผมชอบคือดองครั้งละ 5-6 ฟอง ตามรูปบน ๆ ของบทความ นั่นแหละครับ

เรียนคุณไข่แดง
- ผมใช้เฉพาะแกนสับปะรด ๓ ส่วน น้ำตาลทรายแดง ๑ ส่วน น้ำ ๕ ส่วน หลังจาก ๔๕ วันแล้ว ชิมดู ก็เปรี้ยวมากครับ ถึงวันนี้ประมาณ ๖๐ วัน(หมัก ๑๐ มิ.ย.) พอเปิดกลิ่นขึ้นจมูกเลยครับ ผมอยากจะส่งน้ำหมักตัวอย่างและภาพถ่ายมาให้คุณ เพราะอยากทราบว่ามีกรดกี่%ส่งได้ทางไหนครับ ของผม rawat.2009@windowslive.com โทร ๐๘๓-๒๐๒๗๑๒๔
- ปฏิกิริยาหลังจากแช่ไข่ คือ ไข่จะนิ่มภายใน ๒-๓ วัน และหลังจาก๖ วัน เปลือกไข่จะหายไปหมดเหลือแต่เยื่อใสๆ
- ขอบคุณสำหรับคำชี้แนะจะพยายามทานให้ครบ ๑๐๐ ครับ

สวัสดีครับคุณเรวัต
- ส่งภาพมาที่ kaidang2522@hotmail.com ครับ แล้วผมขออนุญาตเอารูปลงบล็อกด้วยนะครับ
- ผมมั่นใจว่าน้ำหมักที่คุณเรวัติใช้ดองไข่นั้นใช้ได้ดีทีเดียวครับ
- ส่วนจะส่งน้ำหมักมานั้นไม่ต้องก็ได้ครับ เพราะผมก็ไม่มีเครื่องวัดกรดน้ำส้มเหมือนกัน
- ถ้าการดองด้วยน้ำส้มที่หมักเอง ผมอาศัยสังเกตเอาครับ คือ 1.เกิดฟองก๊าซทันทีที่นำไปดองไข่ 2.ไข่นิ่มภายใน 2-3 วัน 3.เปลือกไข่ร่อนออกหมดภายใน 5-7 วัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับเปลือกไข่ด้วยว่าหนาแค่ไหน (ผมเคยเจอไข่บางฟองหนามาก ต้องดองถึง 10 วัน กว่าไข่จะบวม แต่ก็ใช้ได้เหมือนกัน)
- วิธีดองไข่ด้วยน้ำส้มหมักเอง ให้ดูว่าไข่บวมเมื่อไรแสดงว่าน้ำหมักซึมผ่านเข้าในไข่แล้ว (เป็นข้อยืนยันว่าน้ำหมักใช้ได้) ต่อจากนั้นให้ดองต่อไปอีก 2 วัน แล้วก็เริ่มนำมาทานได้ครับ

พี่อายุ54ปีนะคะ ทานไข่ดองมาประมาณ 10ฟองแล้ว พี่เป็นเบาหวาน ความดัน น้ำหนักมาก 90กก. ทานฟองแรกขยันมาก (ล้างรถ 2คัน เก๋ง1 ตู้1)คนแถวบ้านถามว่าไปกินยาม้ามาหือ
เรื่องการทานไม่เป็นปัญหา แต่รู้สึกว่าจะปวดเมื่อยตามร่างกาย ขณะนี้ก็ยังเป็นอยู่ สามีก็ทาน ก็มีอาการปวดเมื่อยเหมือนกัน อยากสอบถามว่า
1. ไข่แดงทานทุกวัน ไม่มีผลอะไรใช่หรือเปล่าคะ
2. อาการปวดเมื่อย จะดีขึ้นหรือเปล่าคะ และอีกนานหรือเปล่าคะ ถ้าไม่หายควรเลิกทานหรือเปล่าคะ (กะว่าจะทานให้ได้ร้อยฟองตามสูตรน่ะค่ะ)
3. อาการที่ดีขึ้นก็มีนะคะ คือตื่นนอนมามือที่เคยกำยาก ก็กำง่ายขึ้น และเวลายกขาใส่กางเกงก็ง่ายขึ้น ไม่ต้องก้มลงกางเกงติดพื้นหมือนเดิมแล้ว

สวัสดีครับ คุณพี่วีณา(ที่จริงอยากเรียกคุณป้ามากกว่าครับ)
ผมขออนุญาตแนะนำเฉพาะที่รู้นะครับ
- ส่วนมากคนที่ทานไข่ดองน้ำส้มแล้วจะบอกตรงกันว่า มีกำลังวังชาขึ้น ตามข้อต่าง ๆ ก็ขยับได้คล่องขึ้น สมรรถภาพทางเพศดีขึ้น(ของแถม) คนที่อายุน้อย ๆ โรคน้อย ๆ เมื่อทานแล้วจะไม่ค่อยปวด (อย่างผมเป็นต้น(^_*) . แต่คนที่มีอายุมากขึ้น ตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป และมีโรคมาก โดยเฉพาะเกี่ยวกับหินปูนพอก มักจะปวดมากและปวดนานกว่าครับ
- อาการปวดแต่ละคนเป็นไม่เท่ากันครับ ส่วนมากจะไม่เกิน 1 อาทิตย์ นอกจากว่ามีโรครุมเร้ามาก ส่วนมากคนเป็นโรคข้อต่าง ๆ หรือส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย มีหินปูนเกาะ เมื่อมาทานสูตรไข่ดองน้ำส้มแล้ว ยาจะค่อย ๆ ละลายหินปูนออก จะปวดนานครับ บางคนเป็นเดือนก็มีจนท้อใจทานไม่ครบ 100 ฟอง แต่เมื่อเลิกทานอาการปวดก็หายไปครับ แต่โรคที่ซ่อนอยู่ไม่หายจริง ปล่อยนานไปหินปูนก็ยิ่งพอกขึ้น ตามด้วยอายุที่มากขึ้น ทำให้ยากแก่การรักษาตามไปด้วยครับ
- คนที่เป็นเบาหวาน และความดันนี้เหมาะกับสูตรไข่ดองน้ำส้มอย่างยิ่งครับ แต่ก็ยังประมาทเรื่องน้ำตาลไม่ได้นะครับ ควรจะควบคุมน้ำตาลตลอดนะครับถึงแม้ว่าน้ำตาลจะเป็นปกติ และถ้าให้ดีควรจะปลูกต้นกะเม็ง(ตัวเมีย)ไว้ที่บ้านด้วยครับ เพราะว่าช่วยรักษาบาดแผลได้ดีแทบทุกชนิด ตั้งแต่แผลภายนอก ภายใน แต่แผลสด แผลเปื่อย แผลเรื้อรัง แผลเบาหวาน แผลมะเร็ง แผลในกระเพาะ ลำไส้ สามารถรักษาได้หมด กะเม็ง ปลูกง่าย โตไว ขยายพันธ์ก็ง่ายครับ นำมาใช้ก็ง่าย และขอแนะนำอีกอย่างนะครับถ้าให้ดีควรทานพืชสมุนไพรที่มีรสขมควบคู่ไปด้วย เช่น บอระเพ็ด ฟ้าทะลายโจร มะระ ฯลฯ เค้าเรียกสูตรยา มธุเมโห สำหรับแก้เบาหวานครับ คือเอาขมมาล้างหวานครับ
- ทานไข่แดงแค่วันละฟองไม่น่าจะมีผลเสียอะไรนะครับ เพราะคลอเลสเตอรอลในไข่เป็นสัดส่วนที่เหมาะสมที่ร่างกายนำไปใช้งาน เพราะคนเราทุกคนย่อมมีการออกกำลังกายอยู่แล้ว โดยการทำงานในระหว่างวันนั่นเอง ก็เป็นการเผาผลาญคลอเลสเตอรอลได้โดยไม่มีปัญหาอยู่แล้วครับ ปัญหาของไขมันที่น่ากลัวงคือไขมันทรานส์ที่เกิดจากอาหารทอดนาน ๆ แทบทุกชนิด (เช่นไก่ทอด) เพราะน้ำมันโดยเฉพาะน้ำมันจากพืช(ที่มักโฆษณากันว่าดีนักดีหนา) แต่เมื่อโดนความร้อนนาน ๆ โครงสร้างจะเปลี่ยนกลายเป็นไขมันทรานส์ ซึ่งเป็นตัวร้ายกาจที่ทำให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือดและทำให้หลอดเลือดแข็งตัวขาดความยืดหยุ่น และทำให้เกิดอนุมูลอิสระซึ่งเป็นต้นเหตุของโรค 60 ชนิด ซึ่งจะอธิบายรายละเอียดตรงนี้มันคงจะยืดยาวเกินไปครับ

- ยินดีด้วยนะครับ ที่สูตรไข่ดองน้ำส้มนี้ช่วยให้สุขภาพเริ่มดีขึ้นครับ

เรียกป้าก็ได้ค่ะ ไม่ว่ากัน ขอบคุณมากนะคะคุณkaidang สำหรับคำตอบและคำแนะนำเพิ่มเติมอีกหลายอย่าง จะทานต่อไปเรื่อยๆ จบครบร้อยฟอง แล้วจะแจ้งอาการเปลี่ยนแปลงให้ทราบเรื่อยๆ นะคะ

ขอแชร์บ้างนะครับ

ผมอายุ 39 ปี น้ำหนักตัว 100 KG ก่อนทานไข่ดิบดองน้ำส้มสายชู มีค่า น้ำตาล 110 , SGPT = 48 , TRIGLYCERIDE = 155 ภายหลัง ผมทานไข่ดิบดอง ดังกล่าว เป็นเวลา 30 วัน แล้วลองไปตรวจเลือดดู พบว่า น้ำตาล 134 , SGPT = 86 , TRIGLYCERIDE = 196 หมอ ตกใจมาก ๆ ครับ ว่าไปทำอะไรมา เลยเล่าให้คุณหมอฟัง ทางคุณหมอ ก็แนะนำสูตรดังกล่าว อาจจะเหมาะกับ คนไข้บางคน แต่เป็นไปไม่ได้ ที่จะมีประโยชน์กับทุก ๆ คน สำหรับ เคส ผม คุณหมอสั่งห้าม อย่างแน่นอนครับ

ส่วนไข่ดิบดองนั้น ผมดองมาทั้งน้ำส้มสายชูหมัก ที่ทำจาก APPLE , สัปปะรด , มะพร้าว หรือแม้กระทั่ง สกัดจากไวน์ (FRANCE) ก็ลองมาแล้วครับ

ถามว่า สำหรับ ความรู้สึกส่วนตัว เป็นอย่างไร วันแรก ๆ ก็มีอาการไข้ ขึ้นสูงนิดหน่อย และ ปรกติ จะปวดเมื่อยคอ และ หลังเป็นประจำ (ปกตินั่ง COMPUTER วันละ 10 ชั่วโมง) ภายหลังจากทานไปแล้ว 3 วันรู้สึกได้ว่า เส้นคอ ได้คลายลง แต่หน้าจะบวม ๆ หน่อย (คนอื่นทัก)

ตอนนี้ ผมเลย ต้องหยุดทาน ไข่ดิบดองดังกล่าว เพราะหมอขู่ไว้ว่า อีก 30 วัน หากน้ำตาลไม่ลง จะให้ทาน ยาเบาหวานแล้วครับ แต่ยังคง เอาน้ำส้มสายชูหมักดังกล่าว ผสมน้ำ ทานแทนน้ำ แทบทั้งวัน หากมีโอกาส และ ใช้น้ำส้มสายชูหมัก ดังกล่าวผสมลงใน ก๋วยเตี๋ยวแทนครับ

ไม่ทราบว่า ท่านมีคำแนะนำอะไรบ้างอ่ะครับ

สวัสดีครับ คุณ vrpboy
- ไม่ทราบว่าคุณ vrpboy มีโรคประจำตัวอะไรบ้างครับ จากข้อมูลที่ให้มาคือ ทุกอย่างปกติ มีแต่น้ำหนักตัวที่มากถึง 100 กก. ถ้าเดาง่าย ๆ คือเป็นโรคอ้วน แล้วมีอาการหลังจากทานไข่ดองน้ำส้ม
- ตามธรรมดาคนน้ำหนักตัวมาก ตามข้อต่าง ๆ ก็รับน้ำหนักมาก ย่อมทำให้ข้ออักเสบ และเกิดหินปูนพอกตามข้อต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อเข่า ข้อเท้าได้ง่าย ถ้าพูดแบบไม่คิดอะไรมากคือ ขอให้คุณลดน้ำหนักครับ ซึ่งจะเป็นการรักษาที่แท้จริง
- แต่ก็นั่นแหละ ใครล่ะไม่อยากหุ่นเหมือนนายแบบ ผมคิดว่าคุณ vrpboy ก็คงมีความปรารถนาที่จะลดน้ำหนักอยู่แล้ว ขอให้ประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักนะครับ ถ้ามีการควบคุมอาหาร ออกกำลังกายที่ถูกต้อง น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์พอดี คิดว่าโรคต่าง ๆ ก็จะหายไปเองครับ
- ตามสูตรไข่ดองน้ำส้มสายชูหมักนี้ก็บอกอยู่แล้วว่า ละลาย ไขมัน หินปูน ลิ่มเลือด ที่เกาะอยู่ในอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะในหลอดเลือดต่าง เส้นเลือดใหญ่ เส้นเลือดฝอย ฯลฯ ดังนั้นเมื่อละลายออกมาแล้ว ตับไต ก็ต้องทำงานหนักคอยกำจัดออกอีกทีเป็นธรรมดาครับ
แต่ถ้ากลัวแล้วหยุดยาสูตรไข่ดอง อาการข้างเคียงต่าง ๆ จะหายไป ซึ่งรวมทั้งผลตรวจการทำงานของตับ sgpt ก็จะกลับมาเป็นปกติ จะไม่มีสารเคมีใด ๆ สั่งสมตกค้างอยู่ในร่างกายครับทั้งสิ้นครับ (นอกจากว่ามันเกิดจากสาเหตุอื่น)
- ขอยกตัวอย่างคนที่มีปัญหาเล็กน้อย เกี่ยวกับหินปูนพอก สังเกตได้จากมีเสียงก๊อบแก๊บ ตามข้อต่าง ๆ จะหายได้ไวมากเพียงแค่ 1-2 สัปดาห์ แต่ถ้าปล่อยให้พอกนานแล้ว ก็ต้องใช้เวลานานครับ อาจจะต้องทานเป็น 100 ฟอง (และไม่มั่นใจว่าจะหายทุกคนเพราะมันพอกนานแล้วแต่ก็เสี่ยงน้อยกว่าและค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการผ่าครับ) แต่หินปูนหรือไขมันการพอกในส่วนอื่น ๆ นั้นสังเกตุได้ยากครับถ้าไม่ใช้เครื่องมือแพทย์ ซึ่งคุณหมอก็ไม่ค่อยจะตรวจให้ละเอียดนัก นอกจากว่าเป็นหนักจริง ๆ ถึงจุดนั้นแล้วอาจจะแก้ไขได้ยาก ดังนั้นคงต้องอาศัยตัวท่านเองนั่นแหละครับ คอยสังเกตุดูว่า ยานี้ช่วยได้ในจุดไหน และมีผลข้างเคียงในจุดไหน พอที่จะรับได้หรือเปล่า แต่ผมรับรองให้ได้ว่า ถ้าหยุดยานี้แล้ว อาการข้างเคียงเหล่านั้นจะหายไปเองครับ
- น้ำตาล 134 ก็ไม่ถือว่ามากเท่าไหร่นะครับ ควบคุมอาหาร ควบคุมน้ำตาล และทาน ยาสมุนไพรสูตมธุเมโห ที่ประกอบ ด้วยยาขม คือบอระเพ็ด ฟ้าทะลายโจร มะระขี้นก ฯลฯ และออกกำลังกายให้พอเหมาะ จะช่วยเพิ่มความสามารถในการควบคุมน้ำตาลได้ดีครับ (ผมหมักบอระเพ็ดไว้เยอะมาก เพราะมีคนบอกว่า เป็นยาอายุวัฒนะ ทานแล้วไม่เจ็บไข้ได้ป่วย และแถวที่ผมอยู่ก็มีขึ้นมากมาย ไม่ต้องไปซื้อหาที่ไหน ไปขอใคร เค้าก็รีบให้ทันที(ถ้ามี) เพราะมันคลุมจนต้นมะม่วงจะตายหมดแล้ว. แรก ๆ ผมทานก็ขมมาก ต่อไปลิ้นก็เริ่มชินครับ และรู้สึกว่า ลิ้นรับรสได้ดีขึ้นครับ ทานอะไรก็อร่อยครับ)
- ยาสมุนไพรมธุเมโหนั้นมีข้อดีคือ ถ้าน้ำตาลขึ้นจะพยายามปรับให้เป็นปกติ แต่ถ้าคนที่ระดับน้ำตาลปกติแล้ว น้ำตาลจะไม่ลดลงครับ
- ผมเคยให้ญาติผู้ใหญ่ทาน พอดีท่านมีเครื่องวัดน้ำตาลและความดันด้วย ทานไปได้ประมาณ 10 ฟอง ก็วัดน้ำตาลได้ 126 ความดันประมาณ 129 ก็ถือว่าปกติ (ธรรมดาของท่านก็ขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่แล้ว. สำหรับความดันนั้นถ้าวัดกลางวันได้ 130 ถือว่าปกติครับ ของคุณvrpboy น้ำตาล 134 ไม่น่ากังวลเท่าไหร่ครับ มันมีขึ้นมีลงครับ). ต่อมาก็เลิกทาน และท่านก็ปล่อยตัวปล่อยใจไม่คุมน้ำตาล(ทานช็อกโกแลต) โหมงานหนักและพักผ่อนไม่เพียงพอ ด้วยปัจจัยหลายอย่างผสมกันทำให้ความดันขึ้น และน้ำตาลขึ้นครับ ต้องพักงาน หมอให้พักผ่อน 2-3 วันเลยทีเดียว
- งานวิจัยระบุว่าสาเหตุของหัวใจวายและเส้นเลือดสมองตีบไม่เกี่ยวข้องกับการบริโภคไข่ (แต่ก็แนะนำว่าไม่ควรทานเกินวันละฟอง สำหรับผู้ที่ไม่ออกกำลังกาย) http://www.yutcareyou.com/index.php?option=com_content&task=view&id=26&Itemid=99999999
- แต่ผมก็คิดว่า สูตรยาไข่ดองน้ำส้มนี้ก็ต้องมีผลข้างเคียงบ้าง ก็ลองทบทวน ผลดีผลเสียดูนะครับ แน่นอนผลของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน ผมก็ขอแนะนำพอเป็นแนวทางนะครับ
- อนึ่งถ้านำสูตรยาแผนไทยหรือแผนจีน(แผนตะวันออก)ไปถามหมอปัจจุบัน(แผนตะวันตก)ส่วนมาก เค้าก็ไม่ค่อยแนะนำให้ทานมักบอกว่า "อาจมีเสตียรอยด์บ้าง"(คำยอดฮิต ที่ใครฟังก็สยอง) "ไม่มีผลงานวิจัยรองรับ" บ้าง "มั่นใจแค่ไหน", "มี อ.ย. รึเปล่า","สะอาดรึเปล่า","มีพยาธิรึเปล่า", "เดี๋ยวนี้ยังเชื่องมงายกันอีกเหรอ", "ยาผีบอกพัฒนาไปถึงไหนกันแล้วเนี่ย" ฯลฯ บลา ๆ ๆ ๆ...
- ถ้าเอายาปัจจุบันไปถามแพทย์ตะวันออกส่วนมาก เค้าก็ไม่แนะนำเหมือนกันครับ มักจะบอกด้วยคำพูดเช่น "หมอแผนปัจจุบันเป็นหวัดยังไม่กินยาเลย เพราะเค้ารู้ว่ามันสั่งสมในร่างกายและมีผลข้างเคียงมาก" บลา ๆ ๆ ๆ...
- เรื่องอะไรเหล่านี้..เป็นเรื่องปกติธรรมดาของโลกใบนี้ครับ

- แต่ในสูตรยาในบล็อกนี้ ผมเขียนขึ้นโดยได้รับจากประสบการณ์ีที่ใช้แล้วได้ผลจริงจากตัวเองบ้าง จากคนใกล้ชิดบ้าง ซึ่งมักจะได้ผลทุกคน แต่มากบ้างน้อยบ้างต่างกันไป และมีผลข้างเคียงก็แตกต่างกันไป.
.
- แต่สำหรับผมแล้ว ทุกวันนี้ทานนมบัวหิมะธิเบต ผมก็ไม่เป็นหวัดเลยทั้ง ๆ ที่คนรอบ ๆ ข้างเป็น แต่ก่อนเป็นหวัดทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนฤดู ดังนั้นผมจึงมีความศรัทธาในสูตรยาที่ผลิตขึ้นโดยกรรมวิธีทางธรรมมากกว่าสูตรยาที่ใช้สารเคมีสังเคราะห์ครับ...
- ส่วนสูตรไข่ดองนี้ผมไม่ได้มีโรคที่เกี่ยวข้องโดยตรง จึงต้องอาศัยอ้างจากประสบการณ์ของบุคคลที่รู้จักมักคุ้นกันครับ
- อนึ่งคนส่วนมาก(แกล้ง)ไม่รู้ว่ากำลังทำให้ร่างกายตัวเองทรุดโทรม ด้วยพฤติกรรมที่ผิดธรรมชาติ
ดังต่อไปนี้
1. ไม่ออกกำลังกาย
2. นอนดึก
3. ทานเนื้อสัตว์มาก
4. ทานผักน้อย (แถมมีสารพิษอีกต่างหาก)
5. ทานข้าวขาว (ประโยชน์เหลือครึ่งเดียวจากข้าวกล้อง)
6. ทานอาหารที่ทอดนาน เช่นไก่ทอด ด้วยน้ำมันไม่ถูกประเภท คือน้ำมันที่ไม่สามารถทนความร้อนสูง ๆ ได้ เช่นน้ำมันพืชที่มีขายทั่วไป ซึ่งมันจะกลายเป็นไขมันทรานส์ ตัวร้ายกาจ
7. ประพฤติผิดศีล 5 (ข้อนี้สำคัญมาก พระท่านบอกไว้)
8. ดื่มน้ำเย็น
9. เครียด กังวล คิดมาก มองโลกในแง่ร้าย
10. กลัวเชื้อโรคมากเกินไป เลยไปทำลายสารที่มีประโยชน์ในพืชผักผลไม้เสีย
ที่จริงต้องทานสด ๆ ไม่ผ่านกรรมวิธีใด ๆ ทั้งสิ้น
11. ทานพืชผักผลไม้ที่เต็มไปด้วยสารพิษ (แนะนำให้ปลูกกินเองดีที่สุด เป็นการออกกำลังกายด้วย)
วันนี้ผมได้ฟังชาวไร่มะเขือเทศคุยเรื่องการฉีดยาฆ่าแมลงแล้ว แทบไม่กล้ากินเลยครับ ฉีดเย็นเก็บเช้า
หนอนร่วงกราวตามพื้น ตะขาบตามไปกิน ผลคือดิ้นกระด่าว ๆ ตายตามกันไปทั้งคู่
12. ทานสิ่งที่ร่างกายไม่ต้องการ เช่น คาเฟอีน ผงชูรส(ญี่ปุ่นห้ามขายมา 30 ปีแล้ว)
13. ไม่ทานสิ่งที่ร่างกายต้องการให้เพียงพอ
......ฯลฯ
...บางทีการมีพฤติกรรมที่ถูกต้อง โรคภัยก็จะหายได้(ถ้าอายุยังน้อย)โดยไม่ต้องพึ่งยาใด ๆ เลย
เพราะมันเป็นความอัจฉริยะของบรรพบุรุษของเราอยู่แล้ว ที่นำพืชที่เป็นยามาปรุงเป็นอาหาร
ให้เราทานในชีวิตประจำวันของเรา อย่างเช่น กระเทียมบ้าง แกงมะระบ้าง ก็ช่วยลดเบาหวานความดัน
อยู่แล้ว
...
จากนั้นให้โยนยา(สารเคมีสังเคราะห์) ทั้งหมดในบ้านทิ้งได้เลยครับ (ถ้าเป็นแล้วค่อยไปซื้อเอาใหม่ ^_^) เหลือไว้แต่พืชผักที่เป็นอาหารและเป็นสมุนไพรที่ปลูกไว้เองก็พอ
....
ทุกวันผมก็ใช้สูตรนี้แหละครับ ไม่ได้พึ่งยา(อมตะ)อย่างเดียวครับ ส่วนสารเคมีสังเคราะห์ไม่ได้ใช้มาหลายปีแล้วครับ นอกจากยาแก้ท้องเสีย ซึ่งติดตัวไว้เวลาเดินทางไกล
ก็รู้สึกไม่มีโรคอันร้ายแรงมาเบียดเบียนครับ แต่ก็มีบ้างเล็กน้อย
ซึ่งเป็นของธรรมดาของสังขารร่างกายครับ ต้องมีปวด มีเจ็บ มีเมื่อย ตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อย ครับผม

- ยังมีสูตรยาที่ช่วยเบาหวาน ความดันอีกหลายสูตรนะครับ บางท่านก็นำน้ำส้มสายชูหมักทานกับน้ำผึ้งครับ ผมเห็นเค้าเขียนไว้ข้างขวด น้ำส้มสายชูหมัก 1 ช้อนโต๊ะ + น้ำผึ้งป่า 1 ช้อนโต๊ะ + ผสมน้ำให้เต็มแก้ว แล้วดื่ม เช้า กลางวัน เย็น ครับ
- คือแต่ละคนทานแล้วมีปัญหาต่างกันไป แต่ของผมจบที่นมบัวหิมะธิเบตครับ ซึ่งก็ช่วยเรื่องความดัน และลดไขมันเหมือนกัน แต่ไม่เด่นชัดเหมือนไข่ดองน้ำส้มครับ แต่มีความปลอดภัยสูงมากครับ และที่สำคัญมีแคลเซียมจากธรรมชาติด้วย. สูตรยาในบล็อกนี้สูตรไข่ดองจะมีผลข้างเคียงมากที่สุด แต่ก็มีประสิทธิภาพสูงสุดในการละลาย สิ่งที่อุดตันในเส้นเลือดและอวัยวะต่าง ๆ โดยเฉพาะหินปูนพอก ไขมันพอก และลิ่มเลือดครับ
พอดีวันนี้ว่างมาก...พิมพ์มากไปหน่อย
.
- ยังไงก็ขอให้คุณ vrpboy มีสุขภาพดีขึ้นนะครับ สิ่งไหนที่ผมพูด(พิมพ์)ไม่เหมาะสมก็ขออภัยด้วยนะครับ

ผมเป็นโรคปวดข้อมือขวาและฝ่ามือมาก เพราะเล่นเทนนิสมาสามสิบปีติดต่อกัน จากการที่ได้กินไข่ดอง ประมาณแปดวันอาการเจ็บหายไป 80% พอทานครบสิบวันอาการเจ็บหายหมดเลย ช่างเหลือเชื่อมากๆ แต่พอไปตรวจเลือด น้ำตาลที่เคยอยู่ 120 ก็เหมือนเดิม และไขมันในเลือดก็เหมือนเดิมครับ

ขอบคุณที่ช่วยกันแชร์ครับ ทำให้รู้สึกว่าบล็อกมีชีวิตชีวาขึ้นเยอะเลยครับ

คุณ KAIDANG ครับ ตอนนี้ผมทานไข่ดองชุดที่ 2 หมดแล้ว(ทานชุดที่ 2 ห่างกับชุด 1 ไข่ฟองสุดท้าย 6วันเพราะไม่ได้เตรียมอุปกรณ์์ไว้ ประกอบกับว่า มีการลังเลว่าจะทานต่อหรือไม่ สุดท้ายก็ทานต่อครับ) ทานชุดที่ 2 ทานทั้งไข่ขาว-ไข่แดง ได้ตรวจวัดความดันอย่างต่อเนื่องคือทานไข่ดองวันที่ 3 (ของชุด 2)วัดความดันได้ 154/98 ชึพจร 90ครั้ง/นาที แล้วนั่งพักประมาณ 30 นาที วัดความดันใหม่ วัดได้ 138/87 ชีพจร 84 ครั้ง/นาที วันนี้ทานไข่ดองฟองที่ 8 (ชุด 2) วัดความดันได้ 135/84 ชีพจร 78 ครั้ง/นาที(วัดแขนซ้าย) แล้วนั่งพักประมาณ 30 นาทีวัดความดันใหม่วัดได้ 120/78 ชีพจร 74 ครั้ง/นาที(วัดแขนขวา) เรื่องความดันไม่น่าเป็นห่วง แต่ในช่วงสาย ๆ หรือก่อนเที่ยงจะมีอาการวิงเวียนบ้างเล็กน้อย ถ้าช่วงที่ทำงานแล้วมีเหงื่อออกจะรู้สึกสดชื่นดีมากครับ ส่วนชุดที่ 3 พรุ่งนี้ ก็ทานต่อได้เลยครับเพราะได้ดองไข่ไว้แล้ว
-สำหรับอาการชาที่ไหล่-มือข้างช้าย ยังชาเหมือนเดิม แต่อาการเจ็บที่ฝ่าเท้าทั้ง 2 ข้างลดลงคือตอนเดินมีอาการเจ็บน้อยกว่าเดิมมาก ส่วนยาคลายกล้ามเนื้อ-แก้ปวดหมดแล้วตั้งแต่สิ้นเดือน ก.ค.55 และไม่ได้ทานต่อ มีเพื่อนแนะนำให้ผมหยุดออกกำลังกายแบบเดินอยู่กับที่ เพราะอาจจะหายปวดได้ หากเดินมากอาการปวดก็จะไม่หาย ผมจึงลดเวลาลง ตอนนี้เดินอยู่กับที่ประมาณ 10-15 นาที นอกนั้นทำกายบริหารช่วยให้มีเหงื่อออกมาก ๆ ครับ ในส่วนของข้อเข่าหรือข้อส่วนต่าง ๆ ไม่มีอาการปวดครับ ต่างกับตอนก่อนทานไข่ดองมากคือ ต้องคอยทาน้ำมันแก้ปวดเมื่อยทั้งก่อนและหลังออกกำลังกาย หลังทานไข่ดองชุด 1 เป็นต้นมาเมื่อออกกำลังกายจะทาน้ำมันฯ เพียงครั้งเดียว(ทาก่อนออกกำลังกาย)อาการปวดเมื่อยมีบ้างเล็กน้อย หลังพักผ่อนก็จะหายปวดเมื่อยครับ
-วันนี้แจ้งความคืบหน้าการทานไข่ดองฯ มาเพียงเท่านี้

เริ่มกินไปได้วันที่5โดยกินหลังอาหารเช้า15นาทีไม่มีอาการแพ้อะไร รู้สึกว่ากำลังดีขึ้น(เล่นเทนนิสอาทิตย์ละ6วัน) ตอนนี้อายุ60 ลองวัดความดันดูได้120/80ชึพจร69 อยากถามว่าคุณแม่ผมมีอาการข้อเท้าบวมจะทานได้ไหม

***สวัสดีครับคุณลุงไพโรจน์***
ขอบคุณมากครับที่ช่วยกันแชร์ประสบการณ์ครับ
- ผมคิดว่าอาการที่ฝ่าเท้าเกิดจากหินปูนพอกผังพืดครับ น่าจะหายได้ไวนะครับ
- ส่วนอาการชาที่ไหล่ ถ้าเกิดจากสาเหตุคือหินปูนพอกตามข้อต่อต่าง ๆ เช่นที่ไหล่ ที่คอ สูตรไข่ดองนี้คงช่วยได้ แต่ต้องใช้เวลาสักหน่อยครับ ถ้าเกิดจากสาเหตุอื่น คงต้องรักษาที่ต้นเหตุครับเช่น อาจเกิดจากขาดแคลเซียมก็ได้ หรือขาดวิตามินบี 1 หรือเกิดจากเป็นโรคเส้นก็ได้ซึ่งอาจต้องหาหมอนวดร่วมด้วยครับ
- ขอให้คุณลุงหายไว ๆ นะครับ
-----------------------
***สวัสดีครับ คุณเริงยุทธิ์ มานิตย์***
ขออนุญาติเรียกคุณลุงนะครับ
- คุณลุงอายุ 60 แต่เล่นเทนนิสอยู่ แสดงว่าสุขภาพคุณลุงดีมาก ๆ เลยครับ
- อาการข้อเท้าบวม ต้องดูที่สาเหตุว่าเกิดจากอะไรก่อนครับ ควรจะไปหาหมอให้วินิจฉัยโรคก่อนครับ
ถ้าเกิดจากหินปูน ไปเกาะตามข้อ สูตรไข่ดองนี้้ก็จะช่วยได้มากเลยครับ แต่ว่าผมเคยให้คนนึงอายุ 70 กว่า ๆ เป็นโรคปวดข้อเข่า ปวดมาก เดินแทบไม่ไหว ทานแล้วปรากฎว่าปวดมาก ปวดมากกว่าเดิมและปวดไปทั้งตัวเลยทีนี้ และไข้ขึ้นด้วย ฝืนทานไปเป็นเดือนก็ไม่หายปวด แต่เมื่อหยุดทานก็ดีขึ้นบ้างกว่าแต่ก่อนนิดหน่อย ด้วยเหตุนี้ผมจึงคิดว่าสำหรับผู้สูงอายุและมีอาการหินปูนพอกมาก ๆ แล้ว ลำบากมากในการรักษา
- ดังนั้นผู้ที่เหมาะสมในการทานไข่ดองนี้ที่สุดคือในช่วง 40-60 ปี และมีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง การรักษาจึงจะเห็นผลดีและไว แต่ถ้าอายุมากและมีอาการมากด้วย ก็ต้องค่อย ๆ ลองดูเป็นบุคคลไปครับ
- เพราะตัวยาในสูตรไข่ดองนี้ส่วนนึง ร่างกายก็ต้องนำตัวยาไปรักษา และอีกส่วนนึงก็ต้องกำจัดทิ้ง อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายเช่นตับไตต้องทำงานอย่างหนักในช่วงแรก ๆ ดังนั้นต้องดูกำลังของคนไข้เป็นราย ๆ ไปครับ แต่ละคนไม่เหมือนกัน มีตัวอย่างยายคนนึงแกทำสูตรไข่ดองนี้ทานมานานแล้ว ทานมาตลอด ก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ และยังบอกว่าไม่ค่อยเจ็บป่วยเลยตั้งแต่ทานมา แรก ๆ ทานทุกวัน หลัง ๆ ก็ห่าง ๆ
- ยังไงถ้าจะทานก็ขอให้ลองทาน วันเว้นวัน ดูก่อนนะครับสำหรับช่วงแรก ๆ และลองใช้น้ำส้มที่มีกรดน้ำส้มต่ำ ๆ เช่น ของ qp ที่มีกรดน้ำส้ม 4.2% ลองดูก่อนนะครับ ดูว่าร่างกายรับไหวหรือเปล่า

เป็นมะเร็งกระเพาะปัสสาวะผ่าตัดมาสองปีกว่า เคยมีปัญหากระดูกสันหลังเคลื่อนมาสิบกว่าปีทำให้ เท้าชาทั้งสองข้างพบแพทย์หลายครั้งไม่หายครับ ทดลองกินไข่มาสิบฟองปวดเมื่อยทั้งตัวแต่ชาขาดืขึ้น ผมขอถามว่าจะมีผลลบต่อมะเร็งหรือไม่ พบหมอทุกครึ่งปี ยังไม่พบอะไรผิดปกติ อ้อตอนนี้มีปวดในท้องบ้างเหมือนมีแกส ก็ถ่ายบ่อยไม่น่ามีกลิ่นแต่กลิ่นแรงมกเวลาผายลม จะพยายามกินต่อไปช่วยอธิบายข้อดี เสียกรณีผมด้วยครับ ขอบคุณครับ

ยังๆม่ค่อยเข้าใจวิธีโพส ขออภัยนะครับ

รับประทานไข่ดองน้ำส้มสายชูหมักครบ 2 ชุดแล้ว มีผลต่อร่างกายดีขึ้น เช่น ขา และฝ่าเท้าหายปวด (ที่จริงหายตั้งแต่เริ่มรับประทานชุดแรกแล้ว)อาการไหล่ติดดีขึ้น ปกติหลังตื่นนอนตอนเช้าสันหลังจะตึงแต่เดี๋ยวนี้สบายมาก ดีใจมากที่ตัดสินใจรับประทานไข่ดองน้ำส้มสายชูหมัก เพราะมีอาการปวดขา ปวดฝ่าเท้ามานานแล้ว เคยนวดประจำแต่ก็ไม่หายขาดสักที เดี๋ยวนี้ได้แนะนำคนรอบข้างให้ทดลองทำรับประทานดูบ้าง

ที่ปวดท้อง ท้องเสีย ตาม คห ข้างบนมีผลจากไข่ไหมครับ และช่วยกรุณาตอบตามค ห ข้างขนด้วยนะครัขคุณkaidang

- สวัสดีครับ คุณครูยอดนักรบครับ ยินดีด้วยครับที่โรคต่าง ๆ บรรเทาลงได้
- คุณ "ไม่ระบุชื่อ" เป็นมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ และผ่าตัดมาสองปีแล้ว
ผมขออนุญาตแนะนำดังนี้ครับ
- พระกรรมฐานที่เป็นพระอาจารย์ของผม ท่านมักพูดเสมอว่ามะเร็งเป็นโรคกรรม อาจจะเคยทำกรรมไว้กับผู้ที่มีพระคุณไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ที่มีคุณเช่นวัวควายหมาแมว และอาจทำให้เค้าบาดเจ็บสาหัสหรือถึงแก่ชีวิต ผลกรรมนั้นจึงตามมาให้ผลเราได้
ดังนั้นการที่จะแก้ จะรักษาต้องรักษาที่ต้นเหตุ
1. รักษาศีล 5 อย่างเคร่งครัด
2. หมั่นทำสิ่งที่เป็นบุญกุศล ในทางพุทธศาสนา ที่เรียกว่าบุญกิริยาวัตถุ 10 (หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ในเน็ต)
แล้วอุทิศให้แก่เจ้ากรรมนายเวรที่เราเคยล่วงเกินเค้า
3. เจริญโพชฌงค์ หมั่นฝึกสมาธิ แล้วใ้ห้ทอดอาลัยในสังขาร สังขารมันมีเกิดขึ้นแล้วก็ดับไปเป็นธรรมดา จิตใจจะได้ไม่กังวล ร่างกายก็จะแข็งแรงตามไปด้วย
4. รับประทานอาหารแบบ "แมคโครไบโอติกส์" (หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ในเน็ต)ที่จะงดของทอดทุกอย่าง งดเนื้อสัตว์ทานได้แต่ปลานึ่งเล็กน้อย และจะมีสูตรอาหารที่มีเห็ดรวม ๆ กันหลาย ๆ อย่าง เพราะงานวิจัยใหม่ ๆ บอกว่าเห็ดมีสารต้านมะเร็งได้ถึง 80% สูงมาก แต่ว่ามากน้อยต่างกันในแต่ละชนิด
5. ผมอยากให้ทำตามสูตรข้างบนก่อน หากทำได้อย่างเคร่งครัด 3 เดือน โรคต่าง ๆ อาจจะหายไป โดยไม่ต้องพึ่งสูตรยาไข่ดองน้ำส้มครับ
- มะเร็งนั้นไว้ใจมันไม่ได้นะครับ ผ่าออกไปแล้วมันยังมีโอกาสกลับมาเป็นอีกได้ 50:50 ครับ

สวัสดีครับ ผมชื่อ นาท ครับ


ผมอยากสอบถามท่านว่า
1 ผู้ที่จะทานไข่ดองนี้ จำเป็นไหมครับว่าจะต้องมีโรคประจำตัวหรือเปล่า
2 ผู้ที่จะทานไข่ดอง จะต้องมีอายุที่40-60หรือครับ ถ้าอยู่ในช่วง 25-40 จะสามารถทานได้หรือเปล่า
3 เมื่อเราดองไข่ได้ครบตามที่กำหนดแล้วคือ 5-7วัน แล้วเราทานไข่ไม่หมด(อาจจะดองเอาไว้หลายชุดและกินไม่ทัน)
เราสามารถเก็บเอาไว้ด้นานแค่ไหนครับ และถ้ามีวิธีเก็บไข่ดอง มีวิธีเก็บอย่างไงครับ ดองนานๆไป ไข่ที่ดองไว้มันจะ
เป็นอย่างไงครับ

สวัสดีคุณนารท ครับ
ขอตอบเลยนะครับ
1. ไข่ดองมันทานยากนะครับ ไม่อร่อย ส่วนมากจะมีโรคประจำตัวถึงจะยอมทานกันครับ แต่ถ้าไม่มีโรคประจำตัวอะไร ก็ทานได้ครับเพราะมันช่วยล้างหลอดเลือดได้ อาจจะ อาทิตย์ละ 2-3 ฟอง ก็ได้ครับ ไม่มีปัญหาอะไร โดยดองใส่แก้ว แยกไว้เป็นฟอง ๆ ครับ
- แต่ว่าในบล็อกของผมนั้นมีสูตรยาหลายอย่างนะครับ ผมลองแล้วไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ ถ้าทำตามสูตร แต่ว่าทุกคน 99% จะมีโรคซ่อนอยู่นะครับ อาจจะเป็นโรค ขี้กังวลบ้าง ภูมิแพ้เล็กน้อยบ้าง ท้องผูกบ้าง อ้วนไป ผอมไป ฯลฯ ต้องตั้งโจทย์ถามตัวเองก่อนว่า กินเพื่อต้องการอะไร จะได้แนะนำถูกครับ เพราะว่าสูตรไข่ดองนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคนนะครับ
- อย่างสมมุติว่าตั้งโจทย์ว่า ตอนนี้อายุ 25 ปี มีสุขภาพดีอยู่แล้ว แต่อยากให้สุขภาพดีอย่างนี้ไปนาน ๆ
ผมจะแนะนำให้ทานนมบัวหิมะธิเบตครับ เพราะมันมีสารอาหารที่ร่างกายต้องการอยู่ครบถ้วนครับ และที่สำคัญมีสารอาหารที่ชนิดอื่นไม่มีหรือมีน้อยนั่นก็คือแคลเซียมครับ (ถ้าสนใจอ่านเพิ่มเติมในบล็อกได้ครับ)
2. ผู้ที่ตอบสนองต่อยาไข่ดองได้เป็นอย่างดี คือกลุ่มอายุ 40-60 ครับ ส่วนอายุ 25-40 ก็ทานได้ไม่มีปัญหาอะไรครับ แต่ควรสังเกตด้วยว่าทานแล้ว มันดีขึ้นหรือแย่ลงอย่างไร แต่ต้องทานให้ครบ 1 ชุดก่อนถึงจะพอสรุปได้ครับ
3. ถ้าดองนานไปไข่มันจะเหม็นนะครับ(เหม็นมาก) ที่ผมสังเกตุคือถ้าดองเกิน 15 วันนี่ก็ไม่ควรทานแล้วครับ
ถ้าอันไหนผมพอตอบได้ก็จะตอบนะครับ ถ้าอันไหนผมตอบไม่ได้ผมก็ขอตอบตามสูตรนะครับ
สรุปง่าย ๆ คือ ผู้ที่จะทานไข่ดอง ควรทำตามสูตรอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในชุดแรกครับ แต่ชุดหลัง ๆ
อาจจะลองพลิกแพลงก็ได้ครับ แล้วลองเปรียบเทียบดูว่าผลที่ได้มันดีหรือแย่งลงอย่างไรครับ

ขอบคุณมากครับที่ตอบ
ผมขอบล็อกของคุณด้วยครับจะตามไปดู นาท

ดิฉันอายุ. 49 ปี เป็นเก๊าท์ หอบ ความดัน140/90 ทานไข่ดองมาไม่ค่อยติดต่อแต่ทานได้รวม20ฟอง มีอาการเก๊าท์กำเริบปวดเท้ามากจนเดินแทบไม่ได้เลยทานไม่ได้ต่อเนื่อง บางคนบอกว่าน้ำส้มหมักทำให้ยูริคสูง อยากถามว่่าถ้าจะอดทนปวดกลั้นใจทานต่อจะหายปวดไหมคะ ตอนนี้ปวดแทบเดินไม่ได้ก่อนทานไข่ไม่ได้ปวด ไม่ทราบว่าควรทานต่อหรือไม่คะ

ดิฉันอย่กหายจากอาการปวดเท้าเป็นจุดแต่ท้อที่ทานไข่ปวดมากทรมาน ต้องทานยาแก้ปวด ไม่ทราบว่าต้องทานถึงเท่าไหร่ถึงจะไม่ปวดที่อยากทานเพราะเป็นยาอายุวัฒนะ จึงจะยอมทนแต่อยากทราบว่าอาการจะดีขึ้นเมื่อทานได้กี่ฟองคะ

ขอแชร์หน่อยครับ

ผมมีความดันโลหิตสูง และมีภูมิแพ้ ชอบจามหลายๆ ครั้งทุกเช้า

ได้ทาน ไข่ดอง น้ำส้มสายชูหมักจากสัปปะรด โดยทานแบบเร่ง คือ วันละ 2 ฟอง เวลา 15 วัน
จากปรกติ วันละ 1 ฟอง 30 วัน

วันแรก ทานเมื่อวันอังคารที่ 14 สิงหาคม 2555 โดยได้รับการแนะนำจาก ร้านขายไข่ ที่สังเกตจากที่ลูกค้ามาซื้อไข่ไก่ เบอร์ 4 ตลอด เขาให้ลองทานดู
วันพุธที่ 15 ส.ค. 55 เริ่มอัดโดยทานไข่วันละ 2 ฟอง
วันพฤหัสที่ 16 ส.ค. 55 ไปวัดความดัน เดินไป วัดได้ 150/90 ต้องพัก ประมาณ 15 นาที วัดใหม่ได้ 130/90
ซึ่งผมได้หยุดทานยาลดความดันตั้งแต่วันแรก คือวันอังคารที่ 14 สิงหาคม แล้ว
วันศุกร์ที่ 17 ส.ค. 55 อาการที่จะต้องจามหลายๆ ครั้งในตอนเช้า หายไป
วันนี้ (20 ส.ค. 55) ได้ทานเป็นชุดที่ 2 อาการเวียนหัว เริ่มดีขึ้น
วันรุ่งขึ้น (21 ส.ค. 55) เตรียมไปพบแพทย์ เพื่อตรวจวัดความดันต่อ

คุณkaidangคะ พี่วีณานะคะ ยังไม่ได้ไปตรวจเลือดตรวจความดันเลย ก็ยังไม่ทราบว่ามีผลเปลี่ยนแปล
งหรือเป่า ทานมาประมาณ20ฟองแล้ว เห็นมีคนบอกว่าให้ตักน้ำส้มออกก็ได้เหลือไว้แต่ไข่ขาวกับไข่แดง จะโอเคหรือเปล่าคะ ช่วยแนะนำด้วยค่ะ

- ขอออกตัวก่อนนะครับว่าผมไม่ใช่หมอ จะเอาคำพูดผมเป็นประมาณสักทีเดียวไม่ได้
แต่ผมรักษาตัวเอง จากที่ตอนเด็กมีปัญหาตั้งแต่อยู่ในท้องก็ว่าได้ คลอดก็ยาก
ป่วยเป็นหวัดแทบทุกเดือน และลามเป็นปอดอักเสบ และเป็นหอบหืดแทบทุกปี
จนถึงวันนึงในวัยรุ่น ผมก็ฮึดสู้กับโรคตัวเองครับ จนทุกวันนี้ก็ 10 กว่าปี
มาเอาจริงเอาจังเมื่อ 2 ปีนี้ เพราะว่ามีอินเตอร์เน็ตทำให้ศึกษาข้อมูลได้มากขึ้น
และทุกวันนี้ผมบอกได้ว่า ผมชนะ เพราะผมไม่เป็นหวัดมาเป็นปีแล้ว
ดังนั้นผมขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่กำลังสู้กับโรคภัยของตัวเองนะครับ
- สวัสดีครับคุณนารท เอ่อ! คือผมเป็นเป็นคนทำบล็อกนี้เองครับ
- สวัสดีครับคุณบัญชาครับ ยินดีที่เข้ามาแชร์ผลกันครับ
- สวัสดีครับ คุณพี่วีณาครับ การทานก็ทานแต่ไข่ขาวกับไข่แดงครับ ส่วนน้ำส้มที่ใช้ดองไข่
ให้ทิ้งไปครับผม หรือจะเก็บไว้ทำน้ำเอนไซม์สำหรับรดพืชผักก็ได้ครับ(กรณีที่น้ำส้มที่ใช้หมักเอง)

ขอบคุณค่ะคุณkaidang แต่ต้องขอโทษนะคะที่อาจถามไม่ชัดเจน น้ำส้มที่ว่านั้นไม่ใช่น้ำส้มที่ยังอยู่ในโหลน่ะค่ะ พี่หมายถึงเวลาที่เราเจาะไข่ก็จะมีทั้งไข่ขาวไข่แดงและน้ำส้มที่ซึมเข้าไปในไข่น่ะค่ะ (สังเกตุว่าจะใสกว่าไข่ขาวนะคะ)น้ำส้มตัวนั้นแหละค่ะจะต้องออกบ้างได้หรือเปล่าคะ เพราะถ้าทานทั้งหมดเลย รู้สึกว่าจะเยอะมากเลยค่ะ

พี่อายุ 57 สามี 59 ค่อนข้างทานยายาก ปัจจุบันตรวจโรคทุกปี ยังไม่ต้องทานยาอะไรเลย เพิ่งได้ฟังเรื่องไข่ดองเมื่อวานนี้เลยลองเปิด google ดู สนใจมากเพราะดูแล้วทำไม่ยาก แต่ทานยาก อายุเริ่มมากขึ้นกลัวเป็นโรคโน้นโรคนี้ ถ้าทานไข่ดองแล้วช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นพี่จะพยายามลองทำทานดู ได้ผลอย่างไรจะแจ้งให้ทราบ ขอบคุณนะคะ

สวัสดีค่ะอยากขอปรึกษาคืออายุ 38 ค่ะ หญิงค่ะ มีอาการปวดเข่าก่อนเป็นมานานน่าจะเป็นปีแต่ไม่คิดอะไรอาจเป็นเพราะอุ้มลูกขึ้นรถก็หายไปเป็นพักๆต่อมามีอาการปวดที่ข้อเท้านิ้วโป้งไม่ใช่ข้อนิ้วนะคะแต่พ่อที่บ้านเป็นเก๊าท์ค่ะอาการหนักมากถึงขั้นต้องผ่าตอนนี้ก็กินน้ำส้มอยู่ยังไม่ได้ดองไข่เพราะต่างจังหวัดหาซื้อยากกะจะเอาไปฝากค่ะอีกไม่กี่วัน ส่วนอาการของเราตอนนี้ปวดที่ข้อที่เท้ามากบวมแดงเดินลำบากบางทีปวดบริเวณเท้าอากาศเย็นยิ่งปวดยังไม่ได้ไปหาหมออยากจะลองทานไข่ดองดูเพราะสงสัยว่าน่าจะเป็นเก๊าท์เหมือนพ่อค่ะขอคำแนะนำด้วยค่ะแต่วันนี้ตอนเช้ากินน้ำส้มผสมน้ำผึ้งและน้ำเปล่าไปค่ะอาการปวดยังไม่ดีขึ้นประมาณอาทิตย์นึงได้ที่หนักเดินลำบากค่ะ

สวัสดีค่ะ ดิฉันทานมาได้ 5 วันแล้วค่ะ จากที่เวลาเขียนหนังสือนานๆ จะปวดบริเวณนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ และข้อมือ หลังจากทานมา 5 วัน รู้สึกดีขึ้นค่ะ ไม่ปวด เขียนหนังสือได้นานขึ้นค่ะ ขอขอบคุณผู้เผยแพร่ค่ะ

สวัสดีคะ ทานมาได้ 11 วัน การปวดบริเวณข้อเข่าน้อยลง ปวดตึงเส้นเอ็นเฉพาะด้านหลังข้อพับเข่าชัดเจนมากเฉพาะจุดตามเส้นด้านหลังเข่า มีอาการภูมิแพ้ จามน้ำมุกไหลมาก แต่ไม่ไอไม่เป็นหวัด
เพราะช่วงหน้าฝนนี้เจอฝนตกบ่อยตอนกลับบ้าน รู้สึกร่างการเย็นกว่าปกติ อยากขอคำแนะนำมีอาการแบบนี้ควรกินต่อหรือไม่ และควรหลีกเลี่ยงเช่นไรถ้าควรกินต่อ ขอบคุณในคำแนะนำที่ทำให้มีความสนใจในการสอบถามข้อมูลที่เป็นประโยชน์ความรู้เพิ่มเติม

- สวัสดีครับคุณพี่วีณา คงต้องทานทั้งหมดครับ ถ้าเห็นว่าเยอะไป ก็ลดไข่เป็น เบอร์ 4 ก็ได้ครับ แต่ผมแนะนำให้ทำตามสูตรอย่างเคร่งครัดดีกว่าครับ
- สวัสดีครับ คุณไม่ระบุชื่อ (ชื่อนี้เยอะจัง^_^) คุณพี่อายุ 57 คุณสามี 59 มีความสนใจที่จะทานไข่ดอง
ผมยินดีด้วยครับ ยานี้เหมาะกับคนอายุ 40-60 มันจะช่วยล้างหลอดเลือดให้สะอาดได้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีโรคอะไร แต่พยายามสังเกตดูได้ครับว่า ทานไป 1 ชุด จะมีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้นในร่างกาย ตามข้อต่าง ๆ มันจะเคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น มีกำลังวังชาเพิ่มขึ้นครับ เพราะเลือดเป็นตัวนำพาสารอาหารไปเลี้ยงอวัยวะทุกอย่างในร่างกาย เมื่อหลอดเลือดไม่มีการอุดตัน อวัยวะต่าง ๆ ก็จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพครับ
- สวัสดีครับ คุณพี่หญิงครับ คุณพี่อายุ 38 ยาสูตรนี้น่าจะช่วยได้นะครับ แต่ตอนนี้ข้อเท้ามีอาการบวม(อักเสบ) น่าจะรักษาให้ดีขึ้นก่อนนะครับ อาจจะใช้พวกสมุนไพรช่วยอาการอักเสบพวก ไพลก็ได้ครับ ทำเป็นลูกประคบ หรือแช่เท้าในน้ำอุ่นผสมเกลือ (ในเน็ตน่าจะมี) อะไรประมาณนี้นะครับ ควรรักษาอาการอักเสบปัจจุบันให้ดีขึ้นก่อนครับ เมื่อดีขึ้นแล้วค่อยใช้ยาสูตรไข่ดอง เพื่อรักษาต้นเหตุที่แท้จริง สำหรับคนที่เป็นโรคเก๊าท์ก็ช่วยได้ แต่ต้องคุมอาหารร่วมด้วยครับ ยังไงก็ค่อย ๆ ลอง ดูก่อนนะครับ ลองดูสักชุดหนึ่งแล้วเปรียบเทียบผลดูก่อน ถ้ารู้สึกว่าดีขึ้นก็ทานต่อ ถ้าเห็นท่าจะไม่ดีก็หยุดได้ครับ
- สวัสดีครับคุณไม่ระบุชื่อ ยินดีด้วยครับ ที่อาการ ปวดบริเวณนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ และข้อมือ ดีขึ้นครับ

-สวัสดีครับคุณไม่ระบุชื่อ
- ทานมาได้ 11 วัน ถ้าการทานไข่ดองน้ำส้มแล้วทำให้ การปวดบริเวณข้อเข่าที่เคยเป็นอยู่ทุเลาลง ก็ควรจะทานต่อให้หายครับ
- มีอาการ จาม น้ำมูกไหล มากกว่าปกติ(ปกติที่เคยเป็นภูมิแพ้) น่าจะเกิดจากหวัดนะครับ ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เป็นหวัดได้ง่ายครับ หวัดบางชนิดก็ไม่รุนแรงครับ ไม่ถึงกับเป็นไข้ แต่ถ้าเป็นไม่หายแสดงว่าสาเหตุเกิดจากภูมิแพ้ ผมแนะนำให้ทานสูตรไข่ดองเพื่อรักษาอาการปวดข้อเข่าก่อนครับ ถ้าโชคดีอาการภูมิแพ้ก็หายไปด้วย ถ้าภูมิแพ้ไม่หาย ขอแนะนำให้ทานนมบัวหิมะธิเบต ต่อจากไข่ดองน้ำส้มครับ เพราะเค้าช่วยร่างกายโดยรวมหลายอย่างโดยเฉพาะโรคภูมิแพ้จะตอบสนองได้ดี
- ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลง ร่างกายอาจเย็นกว่าปกติน่าจะเป็นการปรับตามสภาพอากาศ ผมอ่านข้อความของคุณแล้วลองคลำดูตัวเองก็รู้สึกว่าเย็นกว่าปกติเหมือนกันครับ น่าจะเป็นเรื่องปกตินะครับ

ดิฉันได้ฟังมาจากเพื่อน จึงเข้ามาศึกษาในเน็ตต่อ เพราะยังไม่กล้าทำรับประทาน ถ้ายังไม่รู้รายละเอียดจึงขอถามดังนี้ค่ะ 1. น้ำส้มที่ใช้ดองไข่ จะใช้ดองไข่เพียงครั้งเดียวเท่านั้นใช่ไหม ไม่เห็นพูดถึงเรื่องนี้ ว่าจะทิ้งหรือใช้ดองต่อ หรือดิฉันอ่านไม่พบ ขอคำตอบด้วยค่ะ 2. ภาชนะที่ใช้ดองนั้น จำเป็นต้องมีฝาปิดหรือไม่. และต้องใช้ฝาปิดแน่นเสมอหรือไม่. 3. ถ้าเวลาผ่านไป 15 วันแล้วยังทานไม่หมด (อาจจะเว้นวันที่ต้องทาน ทำให้ทานไม่หมด). จะนำออกจากน้ำส้มสายชูมาเก็บไว้ในภาชนะอื่นก่อนได้ไหม ต้องเจาะหรือไม่ต้องเจาะไข่ที่เก็บไว้และจะเก็บไว้อย่างไร ช่วยแนะนำด้วย

สวัสดีค่ะหญิงค่ะ อยากสอบถามว่าพอดีบอกแม่ว่ามีอาการปวดบวมเหมือนพ่อที่เป็นเก๊าท์แม่บอกว่าหมอที่รักษาพ่อเขาเคยถามว่ามีลูกสาวหรือลูกชาย แม่บอกลูกสาวหมอบอกว่าอ้อดีไปถ้ามีลูกชายจะเป็นเก๊าท์ตามพ่อแต่ลูกถ้าลูกสาวไม่มีปัญหาอันนี้อยากทราบว่าจริงเท็จประการใดค่ะและที่ข้อเท้าหายไปประมาณ 2วันและวันนี้เดินเยอะไปหน่อยเกิดอาการปวดบวมอีก

ตอนนี้ อายุ 33 ปีค่ะ แต่อยากลอง เป็นคนที่เกลียดไข่แดงเข้าใส้ค่ะเพราะว่าจะกินไข่แต่ละทีต้องเขี่ยไข่แดงทิ้งค่ะ เป็นผู้หญิงดูแลสุขภาพยากกว่าผู้ชายพอได้อ่านสรรพคุณแล้วก็คิดว่า น่าจะลองดูสักตั้ง ตอนนี้กินได้ 2ฟองแล้ว ชวนเจ้านายกินด้วย เจ้านายเป็นผู้ชายค่ะอายุ 60ปีนี่ก็อยากลองเหมือนกัน 55
ก่อนกินชั่งน้ำหนักสัดส่วนเรียบร้อยกะว่าจะกินสักเดือนไม่รู้จะทนไหวมั้ยอ่ะ .........สู้ๆๆๆๆๆๆๆ

แต่อาการแรกที่หายคือไม่จามตอนเช้าค่ะเห็นได้ชัด เพราะทุกทีจะจามตอนเช้าทุกวันเวลาออกไปทำงาน...

ผมโพสต์ เชิงแนะนำป้าแดง แต่ทำไมเจ้าของบล๊อคลบละครับ ไม่เห็นมีข้อความใดที่จะทำให้เสียหาย หรือว่าตอบได้เฉพาะเจ้าของบล๊อค ถ้อย่างนั้นก็ขอโทษด้วย

ป้า 2552 ทานได้ 15 วันรู้สึกร่างกายต่อต้านไม่ยอมรับที่จะทานต่ออีก แต่ยังทานต่อไปอีก

1. กินไข่ 1 ฟองไม่หมดโดยการเทน้ำส้ม เป็นส่วนของไข่ขาวออกทิ้งบ้าง พอทานได้จะดีหรือเปล่า
การกิน ไข่แดง ไข่ขาว มีประโยชน์ต่างกันอย่างไร สามารถแบ่งกิน ในแต่ละมื้อของวันหนึ่งได้ไหม
2. ไข่แตก ในขวดที่ดองควรทำอย่างไร ตอนนี้เอาน้ำส้มออกหมดแล้วใส่ใหม่
เวลากินรู้สึก น้ำส้ม มีกลิ่น รสชาติ ในไข่แรงมาก
3. ไข่ที่เหลือเกิน 10-15 วันควรเก็บอย่างไร
แช่ไว้เหมือนเดิม หรือเอาขึ้นไว้ที่แห้ง
4. การหยุดพักกินไข่ควรเลือกหยุดอย่างไร เป็นเวลาเท่าไร
ขอบคุณที่ได้ให้โอกาสได้ติดต่อสอบถาม
แต่ไม่รู้จักผู้ให้คำแนะนำ จะทราบผู้ให้คำแนะนำจากการดู ข้อมูลในเรื่องอะไร

- สวัสดีครับ คุณป้าแดง
1. น้ำส้มที่ใช้ดองไข่ใช้ดองเพียงครั้งเดียวครับ
แต่ถ้าเป็นน้ำส้มที่หมักเอง น้ำที่เหลือเทใส่ขวดเก็บไว้ได้ครับ เมื่อปล่อยทิ้ง
ไว้นาน ๆ จุลินทรีย์จะหมักต่อน้ำจะใสขึ้น อาจจะนำมาดองไข่ได้ แต่ผมยังไม่เคยลองครับ
- และเทคนิคการรักษาอาการนิ้วล็อค ก็ใช้แผ่นขนมปังชุบน้ำส้มสายชูหมัก พันรอบ ๆ ข้อที่มีอาการ
แล้วใช้ผ้าพันไว้อีกทีครับ น่าจะใช้น้ำส้มที่เหลือเอามาทำได้ครับ (ผมอ่านจากในเน็ต) แต่ยังไม่เคยลองครับ
2. ภาชนะที่ใช้ดองควรมีฝาปิดครับ สิ่งที่เราทานไปทุกอย่างก็ต้องมีภาชนะปิดมิดชิด
เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วครับ การปิดนั้น คือ 2-3 วันแรกให้ปิดหลวม ๆ ต่อไปให้ปิดสนิทครับ
3. ควรจะทานให้หมดภายใน 15 วัน ถ้าเว้นวันทาน ต้องดองในภาชนะที่ ใส่ไข่ได้ 5 ฟองครับ
ดูในรูป ชุดที่ 2 เป็นตัวอย่างครับ หรือจะดองแก้วละฟองก็ได้ครับ
ดูได้ในคลิป จากบทความ "ไข่ดองน้ำส้มสายชูหมัก" ครับ
****************************************
สวัสดีครับ คุณหญิง ^_^
- ขอออกตัวอีกครั้งนะครับว่าผมไม่ใช่หมอ เพียงแต่ว่าชอบศึกษาเรื่องการรักษาสุขภาพโดยวิธีธรรมชาติครับ
โดยเฉพาะกรรมวิธีการรักษาโรคโดยใช้กิจกรรมของจุลินทรีย์ครับ
- โรคเก๊าท์ถ้าคุณหมอบอกอย่างนั้น ก็น่าเชื่อถือนะครับ หมอพูดนี่ครับ แต่ถ้าคุณกลัวว่าจะเป็นเก๊าท์เหมือนอย่างคุณพ่อคุณแม่ ก็ไปตรวจสุขภาพประจำปีได้นี่ครับ
จะได้ช่วยประเมินโปรแกรมรักษาสุขภาพสำหรับตัวเองด้วยครับ
แต่ถ้าเอาอย่างง่าย ๆ ก็คือ ถ้าปวดข้อเท้าแล้วทานไข่ดองฯหาย ก็โอเค จบ.
แต่ว่าเราจะไม่รู้ต้นเหตุที่แท้จริง ก็อาจะจะทำให้การรักษาไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรครับ
เพราะว่ารู้ว่า อะไรควรทานและอะไรควรงดครับ
พระอาจารย์ท่านเคยสอนไว้ว่า การทานอาหารนี่เราก็ต้องรู้ว่า
อาหารอะไรแสลงกับโรคของเรา ถึงแม้ว่าจะชอบแค่ไหน ก็อย่าไปทาน ให้งดเสีย
อะไรที่มีประโยชน์ก็ให้ทานสิ่งนั้น ถึงแม้ว่าจะรสชาติไม่อร่อยก็ตามที
*******************************************
สวัสดีครับ "คุณไม่ระบุชื่อ"
- ถ้าเกลียดไข่แดง ก็ลอง "นมบัวหิมะธิเบต" ได้ครับ รักษาและป้องกันได้สารพัดโรค
ครอบคลุมมากกว่าไข่ดองน้ำส้มด้วยครับ แต่ว่าประสิทธิภาพอ่อนกว่า เหมาะในการทานระยะยาวครับ
ภูมิแพ้ โรคกระเพาะนี่ รักษาได้ดีมากครับ
*******************************************
สวัสดีครับ "คุณไม่ระบุชื่อ"
- คุณได้โพสต์ข้อความแล้วถูกลบไป
- ผมต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่งครับ ความผิดพลาดน่าจะเกิดจากความสะเพร่าของผมเอง
เพราะบางทีมีผู้มาโพสต์ถามอยู่ในหลายความ และผมก็ตอบผิดบทความไปก็มี
ผมเลยลบบทความนั้นออก เลยอาจทำให้ผมเผลอลบบทความที่คุณโพสต์ตอบคุณป้าแดงไป
********"ผมต้องขออภัยอย่างยิ่งครับ*******
ยังไงก็มาช่วยกันตอบใหม่นะครับ เพราะผมก็ยังไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้
เป็นเพียงแต่ว่าพอทำได้ แค่นั้นครับ คำตอบของอาจจะมีข้อผิดพลาดบ้าง
หรืออาจจะไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด ก็ต้องขออภัยนะครับ
ผมยินดีอย่างมากนะครับที่มีผู้มาช่วยแสดงความคิดเห็นและช่วยกันตอบครับ

สวัสดีครับ คุณป้า 2552
- ผมแนะนำให้ทานตามสูตรนะครับ เพราะไข่ขาวและไข่แดงมีคุณสมบัติต่อการรักษาโรคแตกต่างกันครับ
อย่างไข่ขาวมีสารยับยั้งเซลล์มะเร็ง ไข่แดงมีคลอเลสเตอรอลเป็นตัวนำพาน้ำส้ม
แต่ถ้าทานไข่ไม่หมด ลองเอาไข่ใบเล็กลงมาดูนะครับ
- ไข่แตกในขวด ไม่มีสูตรแก้ปัญหาตายตัว วิธีที่คุณแก้ปัญหาก็ใช้ได้ทีเดียวครับ ไม่ต้องถึงกับทิ้งหรอกครับ
แต่ในการดองครั้งต่อไปขอแนะนำว่า
1 ต้องเช็คไข่ที่มีสภาพดีก่อนดอง 2.อาจจะดองเพียงชั้นเดียว (ดูรูปในไข่ชุด2) 3. เพิ่มความระมัดระวัง
4. ใช้นิ้วจิ้มไข่ดู ฟองไหนนิ่มที่สุดให้นำฟองนั้นมาทานก่อน 5. ถ้ายังแตกอีก ให้ลองดองในแก้วน้ำ แก้วละฟองแทน ถ้าแตกจะได้ไม่ไปรบกวนฟองอื่นครับ
ป้า 2552 ทานได้ 15 วันรู้สึกร่างกายต่อต้านไม่ยอมรับที่จะทานต่ออีก แต่ยังทานต่อไปอีก
- การหยุดทานไข่ เนื่องจากเกิดผลข้างเคียงเช่น มีอาการร้อนในปากเป็นแผล ก็ต้องหยุดรักษาให้หาย ทำใจดี ๆ แล้วก็ต่อได้เลยครับ แต่ถ้าหยุดเนื่องจากเกิดอาการปวดจนทนไม่ไหว ก็อาจจะต้องหยุดเพื่อให้อาการปวดหายไปแล้ววิเคราะห์ดูว่า มีโรคตับหรือโรคไตหรือเปล่า ถ้ามีก็ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก
หรืออาจจะมีโรคร้ายที่ซ่อนอยู่ก็ได้ ก็ต้องวิเคราะห์ในจุดประกอบด้วย
* ขอยกตัวอย่างคุณป้าจี๊ด เป็นเส้นเลือดขอดตอนแก่เนื่องจากใส่รองเท้าส้นสูงตอนสาว ๆ
ผมแนะนำให้ทานไข่ดองฯ ท่านทานไปก็มีอาการข้างเคียง ปวดคอ ปวดเท้า
และมีอาการที่เส้นเลือดขอดที่ขา คล้าย ๆ มีก้อนเล็ก ๆ มันเคลื่อนไปวันละหน่อย ตามเส้นเลือด
ดังนั้นผมจึงสันนิษฐานได้ว่า ผลข้างเคียงนี้เกิดจากตัวยาไปละลายหินปูน ที่มันเกาะกระดูกคอ และที่มันอุดตันอยู่ในเส้นเลือด(อาจจะเป็นลิ่มเลือดหรือไขมันด้วยก็ได้) ดังนั้น จึงไม่สมควรที่จะหยุดถ้ายังทนได้ ควรจะทานให้ครบ1-2 ชุด เพื่อจะวินิจฉัยว่าควรจะทานต่อหรือจะหยุด โดยอาศัยจากอาการที่บ่งบอก มันดีขึ้นหรือแย่ลง ซึ่งกรณีนี้ผมคิดว่าคงต้องทานเป็นระยะเวลานาน อาจจะถึง 100 ฟอง เพราะเป็นเส้นเลือดขอดมาก เห็นแล้วน่ากลัว ซึ่งคนเป็นเส้นเลือดขอดหรือเส้นเลือดอุดตัน มักเป็นตะคริว
- ถ้าจะดูข้อมูลเพิ่มเติม แนะนำให้ค้นหาในกูเกิ้ลด้วยคำว่า "ลุงหมอ สวนโพธิ์ (ชื่อโรคที่เป็น)"
ท่านจะเน้นการรักษาโดยการใช้น้ำหมักครับ แต่ในเว็บท่านจะมีพูดถึงไข่ดองน้ำส้มเหมือนกันครับ
- การศึกษาเกี่ยวกับการรักษาโรคภัยของผมเริ่มจาก สารเคมีสังเคราะห์(ยาแผนปัจจุบัน) วิตามินเกลือแร่ สารอาหารต่าง ๆ ที่ร่างกายต้องการ กฎแห่งกรรม สมาธิ การนวดเส้น น้ำหมัก กระบวนการของจุลินทรีย์ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์อาหารและยา ไข่ดองน้ำส้ม สมุนไพร และศึกษาสาเหตุและอาการของโรคต่าง ๆ ควบคู่กับการฝึกดูจิตอยู่ครับ
แต่ผมศึกษาเพื่อที่จะพอรู้พอเข้าใจ และสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับตัวเองได้เท่านั้นครับ
ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญอะไร โดยคิดว่าเป็นงานอดิเรก ใช้เวลาว่าง ๆ วันละ 2-3 ชม.
โดยหลัง ๆ มานี้ผมตั้งกฎเกณฑ์สูตรยาของยาของผมดังนี้

1. เป็นเภสัช(ยา) ที่ใช้กระบวนการทางธรรมชาติ
2. สามารถผลิตเองได้
3. ไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย ต่อคนทั่วไป
4. ค่าใช้จ่ายไม่เกิน 10 บาท ต่อวัน สำหรับยาที่ใช้รักษาโรคทั่วไป เล็กน้อย เช่น โรคภูมิแพ้ โรคกระเพาะ
ค่าใช้จ่ายไม่เกิน 30 บาทต่อวันครับ สำหรับโรครุนแรง เรื้องรัง เช่นมะเร็ง
5. ต้องเห็นผลดีขึ้นภายใน 1 เดือน
6. ต้องเป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย (ไม่ให้เงิน 10 บาทของผมรั่วไหลออกต่างประเทศ)^_^
7. ผลิตภัณฑ์นั้นต้องหาได้ไม่ไกลเกินตัวอำเภอหัวหิน (ผมอยู่อำเภอหัวหิน)

***คุย...ต่อครับ (คอมเม้นต์ได้ทีละ 4,000 ตัวอักษรจึงจำเป็นต้องแบ่งคำตอบเป็นหลาย ๆ ส่วน***
- แต่ถ้าว่าตามจริง แล้ว 10 บาทสำหรับโรคทั่วไป และ 30 บาทสำหรับโรคมะเร็งนั้น
ยังเผื่อมากเกินไป เพราะส่วนมากตัวยานั้นผมได้มาฟรี ๆ ครับ
ผมลงทุนแต่การทำน้ำหมักทีแรกเท่านั้น เมื่อหมักได้ 1 ปีเป็นยาแล้ว ผมก็เอาไปแลกผลไม้มาหมักเพิ่ม
ได้มากมายก่ายกองจนหมักไม่ไหวเลยครับ ไม่อยากบอกเลยว่าสับปะรดลูกปอก(ลูกเล็กสุกที่โรงงานไม่รับซื้อ) แถวนี้ ตก กก.ไม่ถึง 2 บาทครับ (สองบาทครับผมพิมพ์ไม่ผิด)
แถวนี้ถ้าคนรู้จักกัน สับปะรดเค้าไม่ขายกันหรอกครับ
เค้าให้กันทีละป็นเข่ง ๆ เลยครับ นำมาหมักน้ำส้มได้ดีมากครับ
ถัง 50 ลิตร สีฟ้า ที่เห็นในบล็อกนี้ ก็เป็นถังเก่า ๆ เค้าก็ให้มา ครับ
ถ้าไปขายเป็นของเก่าก็ได้ใบละ 10 บาท เค้าเลยให้ผมมา
ผมเสียค่าน้ำตาลทรายและค่าถุงและค่าไข่แค่นั้นเองครับ
- และอย่างต้นหนอนตายหยากใบผีเสื้อและกะเม็งที่ใช้รักษามะเร็งนั้น(จะเขียนเป็นบทความละเอียดภายหลัง) ผมก็ไปเก็บกับเค้า(คุณลุงเปี๊ยก) และผมเอาต้นเล็ก ๆ มาปลูก ตอนนี้ก็กำลังโต ก็ไม่เสียเงินซักบาทเหมือนกันครับ คุณลุงเปี๊ยกท่านก็เอาไปให้คนเป็นะเร็งกิน 3 คน(มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูก) ก็หายทั้ง 3 คน ถ้าไปถามผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน ห้วยแร่ (ต.หนองพลับ อ.หัวหิน) ตอนนี้ไม่มีใครไม่รู้จักต้นคิ้วนาง(หนอนตายหยากปีกผีเสื้อ)แล้วครับ ซึ่งเริ่มแรกทีเดียวนั้นพระกรรมฐานท่านเป็นผู้แนะนำมาครับเพราะว่าคนที่ใส่บาตรถวายอาหารท่านประจำเป็นมะเร็งปอด เมื่อคนนั้นไปหาตัวยาตามที่พระบอกมาได้แล้ว ก็นำไปต้มทานแล้วก็หาย เอกซเรย์ก้อนมะเร็งหายไปหมด สามารถทำงานในไร่สับปะรดได้เหมือนคนปกติทุกอย่าง พระท่านบอกว่า ถ้ามันไม่ใช่โรคกรรมก็พอรักษากันได้
*******รู้สึกว่าผมพูด(พิมพ์) มากไปแล้ว ขอจบเท่านี้ครับ**************
ปล. บางทีคำตอบก็ไม่ค่อยตรงกับประเด็นที่ถามซักเท่าไหร่ ก็ขออภัยนะครับ

สวัสดีครับคุณไม่ระบุชื่อ
- คุณได้โพสต์ข้อความแล้วถูกลบไป
พอดีเมื่อกี๊ผมลองเช็คดูในอีเมล์แล้ว
ไม่มีโพสต์ที่คุณแนะนำป้าแดงเลยครับ
คือธรรมดามีใครโพสต์ลงในบล็อกนี้แล้ว
เค้าจะแจ้งใปที่เมล์ด้วยน่ะครับ
- ยังไงก็ช่วยตอบใหม่ให้คุณป้าแดงก็ดีนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ

สวัสดีคะ ที่กรุณาตอบ ป้า 2552 มีความรู้สึกยินดีมากที่ได้ให้ความรู้การกินไข่ดองน้ำส้ม และรู้สึกประทับใจที่ได้ได้ตอบ ให้เข้าใจในเรื่องที่เขียนบอก ตอบไม่ค่อยตรงประเด็นเพราะมีเรื่องที่ไม่รู้อีกมากแต่ไม่รู้ว่าจะถามใคร และถามแบบไหน เรื่องที่จะเขียนบทความภายหลัง ช่วยส่งข่าวประชาสัมพันธ์ด้วย

ช่วงนี้จะเข้าไปดู ของลุงหมอ สวนโพธิ์ แล้วจะส่งข่าวมาสอบถามใหม่ จะได้แนะนำคนที่สนใจ
ขอขอบคุณมาก ป้า 2552

ดิฉันรับประทานไข่ตองน้ำส้มชุดที่ 1 มีอาการชามือซ้าย นิ้วโป้ง นางกลาง ก้อย ปวดมาก มึนหัวเหมือนจะเป็นลม ขาไม่มีแรง มีอาการปวดคล้ายนิ่วอักเสบ สมองตือปวดหัวมาก แต่ดิฉันก็ไม่ท้อกินชุดที่ 2 อาการหนักกว่าเดิม ปวดขา นิ้วมือ ง่วงนอนมาก สมองตือเหมือนเดิม

หากรับประทานไข่ดองแล้วปวดขา แขนมาก รวมทั้งเหมือนจะเป็นลมยืนนานไม่ได้ จำป็นต้องหยุดทานก่อนเพื่อให้หายปวดแล้วค่อยทานใหม่หรือไม่ เพราะกลัวว่าทานต่อไปเกิดเป็นลมไปจะไม่คุ้มกัน หากหยุดทานให้อาการดีขึ้นแล้วค่อยทานใหม่จะได้ไหม

สวัสดีครับ คุณไม่ระบุชื่อ <1 กันยายน 2555, 11:32>
________________________________________
- ไม่ทราบว่าเป็นโรคอะไรบ้างครับ และทานยาอะไรอยู่บ้าง อายุ น้ำหนักเท่าไหร่ครับ ใช้น้ำส้มอะไร และดองด้วยวิธีไหนครับ อาการปวดอย่างอื่นคงต้องทน ๆ หน่อย แต่อาการปวดหัวต้องระมัดระวังให้มากครับ ไม่ทราบว่าเคยเกิดอุบัติเหตุศีรษะได้รับการกระทบกระเทือน หรือเป็นโรคไมเกรนบ้างหรือเปล่าครับ
- ขอแนะนำ ให้ลองทาน 1-2 ชุดแล้วหยุด จนกว่าผลข้างเคียงจะหายไป แล้วเทียบดูว่า สภาพร่างกายโดยรวมดีขึ้นหรือไม่ เพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาว่าจะทานต่อหรือจะหยุดครับ
***************************************
สวัสดีครับ คุณไม่ระบุชื่อ <1 กันยายน 2555, 11:51>
_______________________________________
- ไม่ทราบว่า เป็นคน ๆ เดียวกันรึเปล่า แต่ผมคิดว่าคงเป็นคนละคนนะครับ
- อยากทราบ อายุ น้ำหนัก โรคประจำตัว และยาที่เคยใช้ด้วยครับ ใช้น้ำส้มอะไร และดองด้วยวิธีไหนครับ
- ไม่ทราบว่าเป็นความดันอยู่รึเปล่าครับ ถ้าเป็นคงต้องลดยาความดันดู (ลดไม่ใช่หยุดนะครับ)
ส่วนอาการปวดในจุดอื่นคงต้องทนไปก่อน
แต่อาการเหมือนเป็นลมต้องระมัดระวังให้มากครับ
********* ผมสังเกตุเห็นว่าถ้าคนที่เคยทานยาแผนปัจจุบันมานาน ๆ แล้วมาทานสูตรไข่ดอง
มักจะมีอาการปวดมาก คิดว่าสาเหตุคงเกิดจากไข่ดองไปล้างพิษที่เกิดยาปัจจุบันที่สะสมอยู่ในร่างกาย ครับ)
- ขอแนะนำเหมือนเดิม คือ ลอง ทานไป 1-2 ชุดแล้วลองหยุด จนกว่าผลข้างเคียงจะหายไป แล้วเทียบดูว่า สภาพโดยรวมดีกว่าก่อนทานหรือไม่ครับ
- และขอแนะนำให้ทำตามสูตรอย่างเคร่งครัดนะครับ

ป้า 2552 สวัสดีคะ ครั้งทานได้ 15 วัน หลังจากที่ไม่อยากทาน พยายามทานต่อ จนถึง 21วัน มีอาการปวดเฉพาะที่แรงๆ แล้วเปลี่ยนจุดปวดแรง เริ่มปวดกินได้ 19 วัน ตอนนี้ปวดนิ้วชี้ ของเท้าข้างขวา 3 วัน วันแรกที่ปวด
มีการบวมแดงเหมือนมีอะไรกัด วันที่ 2 บวมยุบปวดในข้อนิ้ว วันที่ 3 บวมหาย ข้อนิ้วตรงกระดูกบวมโป่งขึ้น เจ็บเวลาเดินที่รอยข้อต่อนิ้ว อาการแบบนี้ไม่เคยเป็นมาก่อน ช่วยตอบให้ด้วย ขอบคุณคะ

อยากทราบว่าอายุ28ปีกินไข่ดองนำส้มสายชูหมักได้หรือไม่เพราะมีไขมันในเลือดสูงกินยาแผยปัจจุบันไม่ค่อยลด

- สวัสดีครับ คุณป้า 2522
- มีตัวอย่างคนนึง มีอาการข้อนิ้วล็อค เลยนำมือไปจุ่มในถังหมักเอนไซม์ ผลปรากฎว่า มือบวมไปหลายวัน แต่ต่อมาอาการนิ้วล็อคก็หายไปครับ และจากที่คุณป้าเล่ามาผมสังเกตุว่าอาการมันเกิดที่ข้อต่าง ๆ ดังนั้น มันกำลังละลาย พวกหินปูนที่เกาะอยู่ครับ มันเกาะได้ทั้งกระดูก กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ผังผืดครับ คงต้องทน ๆ เอาน่ะครับ เพราะผมดูแล้ว ไม่มียาสูตรใดที่จะละลายหินปูนได้เลย ก็มีแต่กรดน้ำส้มที่ดองไข่นี่แหละครับที่จะช่วยได้ ถ้ารักษาแบบแผนปัจจุบันก็ให้ยาแก้อักเสบแก้ปวด ถ้ากินนานไปก็อันตรายมาก และไม่ได้รักษาต้นเหตุที่แท้จริง ปล่อยให้หนักเข้าสุดท้ายก็ต้องผ่าครับ ผ่าแล้วจะดีขึ้นหรือเปล่าก็ต้องรอลุ้นอีกครับ
- ถ้ามันหนักมากก็ลองหยุดยาไข่ดอง แล้วใช้ครีมสมุนไพร ไพล ลดอาการอักเสบได้ครับ
*******************************************
สวัสดีครับ "คุณไม่ระบุชื่อ" <3 กันยายน 2555, 19:59>
___________________________________________
.
- มีอาการไขมันในเลือดสูง
- ไขมันในเลือดสูง และไขมันอุดตันนั้นคนละอย่างกันนะครับ แต่มีความสัมพันธ์กัน
- ใจผมแล้ว การรักษาโรคนั้น ผมอยากให้รักษาที่ต้นเหตุกันครับ
บางทีอาจไม่จำเป็นต้องใช้ยาใด ๆ เลยก็ได้
- อายุ 28 ปี มีไขมันในเลือดสูง ตอนนี้จะยังไม่มีปัญหาอะไรครับ
แต่ถ้าไขมันสูงนาน ๆ โดยเฉพาะไขมันชนิดเลว แก่่ตัวไป จะทำให้หลอดเลือดอุดตันได้
ดังนั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีิวิตจะช่วยได้ตรงจุดครับ คิดว่าคุณคงจะทราบแล้ว
แต่ขอแนะนำเพื่อย้ำให้เห็นถึงความสำคัญครับ
1. ออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ ครึ่งชัวโมง ต้องให้เหงื่อออกครับ
2. ลดไขมันชนิดเลว เช่นอาหารทอด ถ้าจำเป็นควรผัดแทนทอด
และต้องใช้น้ำมันที่ดีบริสุทธิ์ สามารถทนความร้อนสูง ๆ ได้โดยไม่เปลี่ยนเป็นไขมันทรานส์
และไม่เพิ่มอนุมูลอิสระ เช่น น้ำมันเมล็ดชา ฯลฯ เป็นต้น
3. เพิ่มไขมันชนิดดี เช่น น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ น้ำมันปลา น้ำมันรำข้า่ว(บริสุทธิ์) ไม่ใช่น้ำมันที่ใช้ประกอบอาหารตามที่โฆษณานะครับ เพราะอันนั้นมันผ่านกรรมวิธีมาแล้ว
- และที่คุณถามว่า อายุ 28 ไขมันในเลือดสูง ทานไข่ดองช่วยไ้ด้มั๊ย ตอบว่าช่วยได้ในระดับนึงครับ

กินแล้วรู้สึกคันตามร่างกายอยากทราบว่าเป็นเพราะอะไร

อยากรู้วิธีหมัก น้ำส้มไซเดอร์ ครับ หาซื้อแถวต่างจังหวัดไม่มีเลย
ใช้ผลไม้อะไรได้บ้าง ยีสตัวไหน อัตราการหมักด้วยนะครับ
พอดีผมอยู่ต่างจังหวัดนะครับ ไม่มีห้างเลย (เด็กบ้านนอกครับ)
ส่งมาที่ เมลผมด้วยครับ somsaksaelo@hotmail.com
พอดีน้องสาวผมเป็นภูมแพ้มา3ปีแล้ว ยาหมอก็รักษาไม่ได้ ไม่หายเลย
จะลองหมักและดองไข่ดูครับ
ขอบคุณครับ

ไม่ทราบว่าแม่อายุ 78 ปี ลองให้ทานไข่ดองน้ำส้ม เนื่องจากท่านมีอาการเส้นเลือดขอดที่ขาจะปวดขาตอนเย็นๆ และปวดเข่ามาก พอทานไข่ดองชุดที่ 1 ไปท่านมีอาการมึนหัว ปวดที่ขา ยืนนานไม่ได้ พอทานไข่ชุดที่ 1 หมด เลยให้ท่านหยุดทานเพื่อให้อาการนั้นดีขึ้น ไม่ทราบว่าถ้าอาการดีขึ้นจะให้ทานต่อได้
ไหม ใครมียาที่รักษาอาการปวดเข่าบ้าง
ใครรู้ช่วยตอบหน่อยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าตุ๊ก

สวัสดีครับ คุณ "ไม่ระบุชื่อ" <4 กันยายน 2555, 21:28>
___________________________________________
.
อาการคันน่าจะเป็นผลข้างเคียงจากการทำงานของยานะครับ ซึ่งแต่ละคนจะไม่เหมือกัน
ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติ ทานไปสัก 1 ชุด น่าจะหายไปเองครับ
*******************************************

สวัสดีครับ คุณ "ไม่ระบุชื่อ" <4 กันยายน 2555, 21:28>
___________________________________________
.
- สูตรทำน้ำไซเดอร์สามารถดูได้จาก บทความเรื่อง "มาทำน้ำส้มสายชูหมักจากกล้วยกันเถอะ"
คือสูตรนี้จะใช้กรรมวิธีทางธรรมชาติล้วน ๆ ไม่ใช้แม้แต่การต้มครับ
- การทำน้ำส้มไซเดอร์นั้น ผมขอแยกเป็น 2 แบบ คือ
แบบที่ 1 ใช้เชื้อจุลินทรีย์ตามธรรมชาติ จะใช้เวลาในการหมักนานหน่อยครับ ประมาณ 3-6 เดือน
.
แบบที่ 2 ใช้เชื้อจุลินทรีย์ที่คัดสายพันธ์แล้ว ถ้าเร่งจริง ๆ ก็ใช้เวลาแค่ ไม่เกิน 1 เดือนครับ
ซึ่งใช้ในระดับอุตสาหกรรม จุลินทรีย์มีการพัฒนาสายพันธ์มาแล้ว
ขออธิบายง่าย ๆ นะครับ ผลไม้ชนิดใดที่ทำไวน์ได้ ก็สามารถทำน้ำส้มสายชูหมักได้ครับ
ขั้นแรก ทำเป็นไวน์ หาวิธีทำได้ในเน็ตมีเยอะครับ
ลิ้งค์ จำหน่ายยีสต์ ครับ ผมเคยซื้อมาลองเหมือนกัน ใช้ได้ดีครับ
http://market.bansuanporpeang.com/product/%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B8%9C%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B9%8C-lalvin-ec-1118

ขั้นที่2 เปลี่ยนไวน์ให้เป็นกรดน้ำส้ม ดูจากบทความเรื่อง "ไข่ดองน้ำส้มสายชูหมัก" ตอนท้าย ๆ
มีคลิปการทำน้ำส้มสายชูของม.เกษตร ครับ
- มันลำบากตรงหาหัวเชื้อน้ำส้มสายชูหมักนี่แหละครับ ถ้าใครมีน้ำหมักที่ผ่านการหมักมา 6 เดือนแล้ว
ก็ขอหัวเชื้อน้ำส้มมาใส่ ก็สบายหน่อยครับ รอไม่นานเดี๋ยวก็เป็นน้ำส้มสายชูหมักครับ
- แต่ถ้าไม่มี ก็ต้องลองหมัก ทั้งสองแบบนะครับ คือทั้งแบบที่ 1 และแบบที่ 2
ทีนี้เมื่อเราหมักแบบที่ 2 เป็นแอลกอฮอล์เรียบร้อยแล้ว ก็นำน้ำหมักแบบที่ 1 มาใส่
แล้วถ่ายใส่ภาชนะทรงเตี้ย ปิดฝาด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์
รอประมาณ 20 วัน ขึ้นไป อาจจะถึง 2 เดือน ก็จะได้น้ำส้มครับ
- ผลไม้ที่สามารถหมักเป็นน้ำส้มไ้ด้ดีเช่น กล้วย สับปะรด มะม่วง น้ำมะพร้าว
(ใช้ผสมแทนน้ำช่วยให้หมักได้ไวขึ้น) ครับ คือต้องมีสารอาหาร และแร่ธาตุสมบูรณ์พอสมควร
เพื่อเป็นอาหารเลี้ยงเชื้อยีสต์ครับ
- ที่ผมแนะนำนี้พอเป็นแนวทางเท่านั้นนะครับ เพราะการหมักจริง ๆ แล้ว มันทำได้หลากหลายวิธีมากครับ
ถ้าเรารู้จักนิสัยใจคอของยีสต์ และแบคทีเรียอะซิโตแบคเตอร์แล้ว การหมักนี่ไม่ยากเลยครับ
เพียงแต่อาศัยเวลาหน่อยเท่านั้นครับ
ปล. ผมว่าจะเขียนวิธีทำน้ำส้มตามสูตรที่ 2 ลงบล็อก ทุกวันนี้ก็ยังหาจังหวะไม่ได้สักทีครับ
ที่ผมเคยทำคือใช้ถัง 50 ลิตร ผมใช้กล้วยแล้วใช้น้ำต้มน้ำตาลเทผสมเลย รอให้เย็นแล้วค่อยเติมยีสต์
หมักไว้ประมาณ 1 เดือน ก็ได้ไวน์กล้วย ดี ๆ นี่เองครับ
แล้วผมก็แบ่งใส่ขวดน้ำดื่ม 500 มล. หลาย ๆ ขวด เปิดฝาออก เอาหนังสือพิมพ์ปิดแทน แล้วเอายางรัด
หมักไว้ 2 เดือนกว่าจะเป็นน้ำส้มครับ คือผมจะลองดูว่าเชื้อตามธรรมชาติ ในขวดไหนจะเปรี้ยวกว่ากัน
แล้วผมก็เอาขวดนั้นมาเป็นหัวเชื้อน้ำส้มในการหมักครั้งต่อไป แต่สุดท้ายแล้ว ผมก็ชอบใช้วิธี
หมักแบบที่ 1 ไปเรื่อย ๆ เฉื่อย ๆ ดีกว่า มันง่ายดี และผมก็เคยดูจากวีดีโอในเน็ตนี่แหละครับ
เค้าบอกว่าคนสมัยก่อนจะนิยมใช้น้ำส้มสายชูหมักจากกล้วยในการประกอบอาหาร ไม่ได้ใช้น้ำส้มสายชูกลั่นแบบทุกวันนี้ครับ...

สวัสดีครับ คุณตุ๊ก
_______________________________________________
.
- ถ้าทานแล้วมีผลข้างเคียงผมแนะนำให้ทานให้ครบชุดก่อน (ถ้าอาการไม่หนักจนเกินไป)
แล้วหยุดเพื่อดูอาการก่อนเสมอ เพื่อความปลอดภัยครับ
และคุณแม่ของคุณอายุ 78 ปี ซึ่งมากแล้ว ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษครับ ถ้าคนอายุน้อย ๆ
ทานไข่ดองไปแล้ว ถึงแม้จะมีผลข้างเคียงมีอาการปวดตรงโน้นบ้างตรงนี้บ้าง แต่ก็ไม่นาน
ส่วนมากทานไป 1 ชุด อาการข้างเคียงก็หายแล้ว และโรคที่มีอยู่ก็จะเริ่มทุเลาเรื่อย ๆ ครับ
- แต่ถ้ามีอายุมาก และมีโรคมาก และได้รับยาแผนปัจจุบันมานาน และเป็นผู้หญิงด้วย
เท่าที่เคยให้คนใกล้ชิดทาน ผลข้างเคียงของยาจะนานบางทีเป็นเดือนก็ยังไม่หาย
แต่ว่าเมื่อหยุดทานแล้ว ผลข้างเคียงเหล่านั้นก็จะหายไป
และอาการของโรคที่เคยเป็นอยู่ก็ทุเลาลงแต่ไม่หายขาดครับ
- อย่างว่านะครับ สูตรนี้เค้าบอกว่า เหมาะสมกับผู้อายุ 40-60 ปีมากที่สุด
ถ้าอายุมากแล้วรักษายากเหมือนกันครับ ที่ว่ายากคือคนป่วยจะทนผลข้างเคียงของยาไม่ไหว
และเราก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า มันเกิดจากผลของยาที่ไปสิ่งอุดตันทำให้มีอาการปวดซึ่งเป็นเรื่องปกติ
หรือเกิดจากอาการที่ร่างกายต่อต้านยาอย่างรุนแรง มันวินิจฉัยยากเหมือนกันครับ สำหรับผู้สูงอายุ
- ดังนั้น จึงให้หยุดยา แล้วเทียบดูว่าอาการโดยรวมของร่างกาย ย้ำว่าโดยรวมนะครับ ดีขึ้นหรือไม่
ถ้าดีขึ้นก็แสดงว่า อาการที่ปวดเป็นผลของยาไปละลายสิ่งที่อุดตันหลอดเลือดใหญ่จนถึงหลอดเลือดฝอย
ทุกเส้น ซึ่งไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่ แต่ว่าไม่ควรประมาท ต้องคอยสังเกตอาการอยู่ตลอดครับ
- มียายคนหนึ่งทานไข่ดองมาตั้งแต่วัยกลางคนแล้ว เพราะท่านรู้ว่าเป็นยาอายุวัฒนะ ทานเรื่อนมา
จนถึงอายุ 80 ปี (ทานอาทิตย์ละ 2 ฟอง)ก็ไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ
- สำหรับอาการเส้นเลือดขอดที่ขานั้น เกิดจากเส้นเลือดอุดตัน เลือดเดินไม่สะดวก มักจะทำให้เป็นตะคริว
และทำให้ผิวดำคล้ำได้ แต่เมื่อทานไข่ดองไปสัก 1-3 ชุด ตัวยาจะช่วยละลายสิ่งที่อุดตันได้ครับ
และจะสังเกตุได้คือผิวพรรณจะผ่องใสขึ้นเพราะมีเลือดไปหล่อเลี้ยงตามปกติครับ ผมเคยให้ญาติผู้ใหญ่
ผู้ชาย อายุประมาณ 50 ปี ทานมาแล้ว เห็นผลดีขึ้นชัดเจนและรวดเร็วครับ และไม่มีผลข้างเคียงด้วยครับ

สวัสดีนะคะ ตอนนี้ ป้า2552 พยามยามกินด้วยความอดทนมาก เพราะยิ่งกินนานวันขึ้นมีอาอารต่างๆ เห็นชัดขึ้น โดยช่วงนี้ 24วัน คือ 3 ชุดนะคะ รู้สึกว่าทานอาหารมากขึ้น อยากทานของหวานมาก น้ำหนักขึ้น ปวด มึน ตึง ช่วงใบหน้าศรีษะมาก หลังจากทานช่วงเช้า เวลาทำงานตอนส่งข้อมูลกำลังมีอาการอยู่
แต่เป็นช่วงการทำงาน ต้องอดทนไม่รู้กินต่อได้อีกกี่วัน และถ้าหยุดทานจะทำให้เป็นการทานอาหารมากหรือเปล่าเพราะช่วงนี้ทานอาหารมากขึ้นกว่าปกติ จะอดอาหารไม่ได้นาน ขอขอบคุณคะ

พอดีผมสนใจที่จะลองทำรับประทานดูบ้างแต่ยังติดในเรื่องของน้ำส้มสายชูหมักซึ่งบรอเวณที่ผมพักอาศัยนั้นมีจำหน่ายอยู่ยี่ห้อเดียวคือ Chinni (ชินนี่) โดยที่ลองหาข้อมูลดูแล้วรู้สึกจะมีคนไม่แนะนำให้ใช้เพราะหมักได้ไม่นาน เหมาะแก่การปรุงอาหารมากกว่า จึงอยากทราบว่าความจริงใช้ได้มั้ย หรือมียี่ห้ออื่นแนะนำ ขอบคุณคับ

สวัสดีครับ คุณป้า 2552
- ผมขอตอบตามประสบการณ์เท่าที่มีนะครับ
เพราะยาสูตรนี้ผมก็ได้สูตรมาเท่าที่เขียนในบทความนะครับ
ผมจะหมักน้ำส้มไว้เองครับ จากสับปะรด กล้วย มะม่วง ฯลฯ ครับ
และผมให้ให้คนรู้จักทานโดยนำมาดองไข่นะครับ ก็มีหลายคน
และมีอาการต่าง ๆ กันครับ
น่าจะเคยเล่าไปแล้ว บางส่วน
- มีคุณป้าคนนึงอายุ 70 กว่า ๆ มีอาการปวดเข่าปวดมากปวดจนเดินแทบไม่ได้
เมื่อทานไปแล้ว อาการก็เป็นหนักกว่าเดิม ทนไป 1 เดือน ก็เลิกทาน
ผลข้างเคียงต่าง ๆ ที่เป็นเพิ่มขึ้นมาก็หายไปนะครับ
ส่วนการปวกเข่านั้น ก็ดีขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น
- ส่วนคุณป้าอีกคนนึง อายุประมาณ 60 เป็นเส้นเลือดขอด ทานไปแล้ว
ก็มีอาการมึนหัว ปวดเท้า เมื่อทานต่อเนื่อง อาการก็ค่อย ๆ ทุเลาลงครับ
- ส่วนอีกคนนึง ผู้ชาย เป็นเส้นเลือดขอด เป็นมาก มีโรคมาก
อายุประมาณ 50 ทานไปแล้ว ก็ไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ เลย
ผิวพรรณที่เคยคล้ำเพราะเส้นเลือดอุดตัน ก็เริ่มผ่องใสขึ้นครับ
- และเท่าที่ผมให้ผู้ชายทาน ก็ไม่ค่อยมีผลข้างเคียงกันครับ มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ไข้ขึ้น
ซึ่งก็ยังไ่ม่แน่ใจว่าเกิดจากไข่ดองหรือเปล่าแต่เค้าก็เลิกทานไปเลยครับ
- จากข้อมูลตัวนี้ผมจึงพอสรุปได้ว่า ถ้าอายุมาก มีโรคมาก ทานยาแผนปัจจุบันมานาน
เป็นผู้หญิง จะมีผลข้างเคียงมากขึ้นครับ
- ผลข้างเคียงจากการทานยานั้น ถ้าหยุดทานแล้วส่วนมาก(100%)ที่เห็น ก็จะกลับเป็นปกติ
ไม่มีโรคเพิ่มขึ้นครับ
- ถ้าทนไม่ไหว ก็ทานน้ำส้มสายชูหมักอย่างเดียวก็ได้ครับ
1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำให้เต็มแก้ว ทาน วันละ 3 เวลาครับ
ทานไประยะนึง เผื่อร่างกายจะปรับเข้ากับน้ำส้มได้ แล้วลองทานไข่ดองดูก็ได้ครับ
*************************************************************
- สวัสดีครับ คุณ jack ham
- ลองดูในความเห็นที่ 3 ของคุณ Pongprasert Thampasa จากบทความเรื่อง
"ไข่ดองน้ำส้มสายชูหมักนะครับ"
ใช้น้ำส้มสายชูหมัก ยี่ห้อบิ๊กซี ขวดละไม่ถึง 20 บาท น่าจะหมายถึงยี่ห้อ Chinni (ชินนี่)
ก็ใช้ได้ดีไม่มีปัญหาอะไรครับ
*********************
ลิ้งค์ น้ำส้มสายชูหมักของบิ๊กซี
http://shoppingonline.bigc.co.th/food-beverages/cooking-ingredients-sauces-spices/chinni-pineapple-vinegar-750-ml.html

อยากทราบว่ามันมีผลกับกระดูกมั๊ยค่ะหมอตรวจว่ากระดูกที่เอวบางแต่ก้อทานมาหลายวันแล้วมีอาการปวดจี๊ดๆที่กระดูกใจฝ่อเลยมันจะพรุ่นมั๊ยเนี๊ยะไม่กล้าทานต่อเลยขอความคิดเห็นหน่อยค่ะใครมีรายงานผลข้างเคียงบ้าง

สวัสดีคะ ประทับใจมาก ที่กรุณายกตัวอย่างจากประสบการณ์ให้ได้รู้มากขึ้น และพยามยามกินต่อไป ป้า 2552 จะขอแบ่งน้ำสัมที่หมักไว้เองเพื่อมาใช้ต่อ โดยมาหมักเก็บไว้ใช้ หรือแนะนำอบรมการทำน้ำส้ม จะมีเวลาพอว่างก็ตอนสิ้นปี 2555 นะคะ ได้หรือเปล่าคะ และขอความรู้เหมือนกันกับ เรื่องเกี่ยวกับกระดูก และเส้นเอ็น มีรายงานผลจากประสบการณ้อย่างไรบ้างคะ ขอบคุณมากคะ ป้า 2552

ป้า 2552 ขอถามว่าการที่แนะนำการทานน้ำสัม กับน้ำผึ้ง และน้ำเปล่านั้น ถ้าผสมมะนาวด้วย
หรือการทานผสม กาแฟ หรือน้ำชาเขียว ทานร่วมกันได้หรือไม่ ควรเลือกทานอย่างไร ช่วยแนะนำ และถ้าเลือก ทานไข่ดองน้ำส้มเหมือนเดิม มีการทานกาแฟ หรือชาเขียว จะทานร่วมกันได้อย่างไรคะ
กำลังรอ.....เพี่อจะได้ทานให้ถูกวิธีคะ

ผมอายุ 55 ปี น้ำหนัก 50 กก.มีโรคประจำตัว COPD , หัวใจโต จำเป็นต้องให้ออกซิเจนอย่างน้อย วันละ 15 ชั่วโมงทุกวัน การไหลเวียนของเลือดก็ไม่ค่อยดี มีแผลร้อนในในปากบ่อยๆ ปวดเมื่อยตามตัวแขน ขาและข้อต่างๆ มากสรุปสุขภาพโดยรวมไม่ดีเลย ได้ทราบเรื่องไข่หมักน้ำส้มสายชูหมัก เกิดความสนใจจะทดลอง จึงขอถามดังนี้
1.คนที่เป็นโรคหวัใจโตทานได้ไหม
2.หากทานแล้วผลข้างเคียงเป็นอย่างไรบ้าง อันตรายมากน้อยขนาดไหน
ขอความกรุณาช่วยตอบด้วยครับขอบคุณ

ถ้ากินไข่ดองน้ำส้มแล้วมึนหัว ตามัวมองไม่ชัด ยืนทรงตัวไม่ดี ปวดข้อมาก พูดจาไม่รู้เรื่องเหมือนความจำไม่ดี ตุ๊ก

สวัสดีครับ "คุณไม่ระบุชื่อ" <5 กันยายน 2555, 21:57>
มันก็มีผลต่อกระดูเหมือกันครับ แต่ถ้าเราไม่ได้ทานระยะยาวคงไม่มีปัญหาอะไร
การปวดจี๊ด ๆ น่าจะเป็นการทำงานของยามากกว่าครับ
ถ้ากังวลก็ทานโยเกิร์ตร่วมด้วยซิครับ เพิ่มแคลเซียมให้กับกระดูกครับ
****************************************
สวัสดีครับคุณป้า 2552
- ตอนที่ผมทำน้ำหมักครั้งแรก ก็มีคนพูดถึงหัวเชื้อน้ำหมัก ผมก็กังวลมาก
ว่าจะไปหาที่ไหน แต่เมื่อได้ทำจริง ๆ แล้ว มันไม่จำเป็นมากมายครับ
เพราะมันเหมือนธรรมชาติเค้าประทานมาให้อยู่แล้ว
มันจะลอยอยู่ในอากาศแล้วมาเกาะในผลไม้แล้วเจริญเติบโตเองครับ
ถ้าง่าย ๆ ตอนนี้คือ 1. กล้วยสุก ปอกเปลือกแล้วให้ได้ 3 กก.
2. น้ำตาลทรายขาวหรือแดงก็ได้ 1 กก.
หั่นกล้วยเป็นชิ้นเล็ก ๆ (ไม่ต้องเล็กมาก) แล้วเอาน้ำตาลผสมให้เข้ากัน
แล้วเหลือไว้หน่อยสำหรับโรยหน้าครับ
หมักไว้ 7 วัน แล้วเติมน้ำครับ(ถ้าเป็นน้ำปะปาต้องเปิดฝาไว้ 3 วันเพื่อให้คลอรีนระเหยออก)
หมัก ไว้ 28 วัน ก็เริ่มทานได้แล้วครับ ทั้งน้ำและเนื้อครับ
และระบบทางเดินอาหารจะดีมาก ๆ เลยครับ ตั้งแต่กระเพาะจนถึงสุดทางเลยครับ
เมื่อระบบย่อยอาหารดีแล้ว ระบบอื่น ๆ ก็จะเริ่มดีตามครับ ไม่ว่าจะเป็นระบบทางเดินหายใจ
ระบบภูมิต้านทาน ระบบไหลเวียนโลหิตครับ เพราะในกล้วยหมักนั้น มีประโยชน์มากมาย
อธิบายในที่นี้คงไม่หมดครับ เราไม่จำเป็นต้องไปกำหนดว่ามันจะมีเชื้อจุลินทรีย์อะไรบ้าง
เราแค่รู้ว่ามันเป็นเชื้อที่ดีก็พอ โดยสังเกตว่ามันไม่ขึ้นรา หรือถ้ามีก็ต้องเป็นราขาวและมีเล็กน้อยครับ
บางทีอาจจะลืมสูตรไข่ดองไปเลยก็ได้ครับ เพราะลางเนื้อชอบลางยานะครับ
- แต่ถ้าจะหมักไปเรื่อย ๆ เฉื่อย ๆ ก็ใช้เวลา 6 เดือน มันจะเป็นน้ำส้มครับ และมีคุณภาพมาก
เปรียบเหมือนไวน์ดีต้องค่อย ๆ บ่มครับ
- การทานน้ำส้มสายชูหมักผสมกับมะนาวไม่มีปัญหาครับ และการทาน ชาเขียว กาแฟ ด้วย
ก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ
- แต่ถ้าทานไข่ดอง ร่วมกับชา กาแฟ ไม่ควรนะครับ เพราะไข่ดองมันช่วยให้มีเรี่ยวแรงประมาณว่า
เป็นยาโด๊ป ถ้าทานร่วมกับ ชา กาแฟ มันมีคาเฟอีน มันจะกระตุ้นไปกันใหญ่
แต่ถ้าติดชากาแฟแล้ว ก็น่าจะทานได้ครับ
*****************************************************************
สวัสดีครับ คุณ"ไม่ระบุชื่อ" <6 กันยายน 2555, 15:47>
- คุณเป็นโรคหัวใจและเป็นโรคปอดด้วย ต้องให้อ็อกซิเจน วันละ 15 ชม.
แสดงว่าเป็นหนักมากแล้ว
ผมไม่กล้าแนะนำอะไรมากครับ คือต้องมีข้อมูลมากกว่านี้ครับ
หัวใจโตนั้นน่าจะเกิดจากโรค copd
ส่วน copd นั้นเกิดจากอะไร จากโรคหืด หรือจากการสูบบุหรี่ หรืออื่น ๆ
การรักษาต้องรักษาที่ต้นเหตุ
อันดับแรกต้องหาสาเหตุให้ได้ก่อนครับ ว่าเกิดจากอะไร
ถ้าโรคcopdและ/หรือหัวใจโตนั้น มีสาเหตุมาจาก หินปูน ลิ่มเลือด หรือไขมันอุดตัน
ยาไข่ดองนี้จะช่วยได้ครับ
ยาไข่ดองนี้ครอบคลุมได้หลายโรค แต่ไม่ใช่ทุกโรคนะครับ
- คุณเป็นมาก ต้องค่อย ๆ ลองนะครับ (ถ้าจะลอง)
ทีแรกลองทานเฉพาะน้ำส้มสายชูหมักก่อน วันละ 2 เวลา เช้าเย็น จนหมดขวด
ถ้าไ่ม่มีผลข้างเคียงอะไรมากมายจนเกินไป
จึงค่อยลองสูตรไข่ดองดูครับ
********************************************
สวัสดีครับคุณตุ๊ก
- อยากทราบว่าคุณตุ๊กจะถามว่าอะไรครับ
หรือจะถามว่า "ทานไข่ดองไปแล้ว มีอาการ มึนหัว ตามัวมองไม่ชัด ยืนทรงตัวไม่ดี
ปวดข้อมาก พูดจาไม่รู้เรื่องเหมือนความจำไม่ดี จะทำยังไงดี" ประมาณนี้รึเปล่าครับ
ผมอยากทราบว่า ใช่อาการของคุณแม่ที่เคยถามรึเปล่าครับ
ถ้าใช่ ก็คิดว่า คุณแม่คงจะอายุมากเกินไป(78ปี) สูตรนี้จึงไม่เหมาะสมครับ
ควรที่จะเลิกทานดีกว่าครับ
- แต่ผมสังเกตุเห็นว่าอาการ ตามัว มองไม่ชัด ยืนทรงตัวไม่ดี
พูดจาไม่รู้เรื่องเหมือนความจำไม่ดี คนที่อายุ 80 ก็เป็นกันเยอะนะครับ
- หรือจะเป็นอาการปวดข้อเท่านั้นที่เพิ่มขึ้นมา ถ้าอย่างนั้นก็เป็นเรื่องปกติครับ
สำหรับผู้ที่มีโรคมาก และอายุมากครับ จุดนี้ต้องทนเอาครับ มันจะค่อย ๆ ทุเลาลงครับ

สวัสดีครับ ผมมีข้อสงสัยดังนี้ครับ
ก่อนกินไข่ดองได้ไปเจาะเลือดตรวจดังนี้
1. Cholesterol (คอเลสเตอร์รอน) = 221 mg% เกินไป 21 mg%
2. Triglyceride(ไตกรีเซอร์ราย) = 168 mg% เกินไป 3 mg%
3. L.D.L = 114 mg% ค่ากำหนด=(<150)

หลังกินไข่ดองไป 3 ชุด 21 ฟอง ไปเจาะตรวจเลือดผลดังนี้
1. Cholesterol (คอเลสเตอร์รอน) = 297 mg% เกินไป 97 mg%
2. Triglyceride(ไตกรีเซอร์ราย) = 155 mg% ลดลงมา 10mg%ต่ำกว่าค่าที่กำหนด 10 mg%
3. L.D.L = 165 mg% ค่ากำหนด=(<150)เกินไป 15 mg.%

ทำไมหลังกินไข่คอเลสเตอร์ลอน และ L.D.L สูงขึ้น พรุ่งนี้นี้ผมจะหยุดกินไข่และอิก 1 เดือน จะไปตรวจเลือดใหม่ เกิดอะไรขึ้นช่วแนะนำหน่อยครับ
9 กย.2555
ขอบคุณครับ

สวัสดีคะ ป้า 2552 ขอสอบถามการหมักไว้ 7 วัน แล้วเติมน้ำ น้ำที่เติมต้องต้มให้เดือดหรือเปล่า เพราะถ้าเป็นน้ำปะปาต้องเปิดฝาไว้ 3 วัน เพื่อให้คลอรีนระเหยออก ไม่ได้บอกให้ต้มน้ำให้เดือดก่อน
ถ้าจะหมักไปเรื่อย ๆ ก็ใช้เวลา 6 เดือน มันจะเป็นน้ำส้ม และมีคุณภาพมาก
เปรียบเหมือนไวน์ดี อยากทราบว่า มีแอลกอฮอร์เป็นผลด้วย หรือเปล่าคะ ในขบวนการหมักน้ำส้ม
และมีในปริมาณเท่าไรอย่างไร ขอความกรุณาช่วยอธิบายด้วยนะคะ ขอบคุณคะ

สวัสดีครับ คุณประมวล
- คุณไปตรวจเลือดหลังจากทานไข่ดองไปแล้ว พบคลอเลสเตอรอลสูงเป็นที่น่าตกใจ
ผมมีความคิดเห็นดังนี้ครับ
- คลอเลสเตอรอล เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
แต่สิ่งใดก็ตาม ถ้ามากเกินไป จากสิ่งที่มีประโยชน์ก็กลายเป็นโทษได้
ยกตัวอย่างน้ำท่วมกรุงเทพฯปีที่แล้วจะเห็นได้ชัดเจน
- เรื่องไขมันนั้น มีกลไกที่ซับซ้อนแม้แต่นักโภชนาการก็ยังออกมายอมรับว่า
ยังไม่เข้าใจกลไกของมันดีพอ
- ถ้ามีคลอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอรไรด์สูง เป็นระยะเวลานาน เป็น 10 ปี
จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดอุดตันสูงครับ แต่ถ้าทานสูตรไข่ดอง
ก็อาจทำให้ค่านี้ผันผวนขึ้น ๆ ลง ๆ ได้เหมือนกัน แต่มันเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ที่ทานเท่านั้น
ดังนั้นจึงไม่เป็นปัญหาอะไรครับ สำหรับผู้ที่ทานไข่ดองนั้น มันจะเป็นยาบำรุงกำลัง
อย่างหนึ่ง ดังนั้นจึงเหมาะที่จะออกกำลังกายร่วมด้วย ยาจะเดินได้ดี และเป็นการเผา
ผลาญพลังงานไปในตัวครับ
- ส่วนสาเหตุที่คลอเลสเตอรอล ที่เพิ่มขึ้นนั้น ไข่ดองน่าจะมีส่วนร่วมด้วยครับ
แต่กลไกโดยละเอียดนั้นผมไม่ทราบ เพราะในสูตรไม่ได้บอกไว้ แต่ผมคิว่าคงเป็นเพราะไข่มี
คลอเลสเตอรอลครับ และในสูตรนี้จำเป็นต้องใช้คลอเลสเตอรอลเป็นพาหนะในการนำพา
น้ำส้มไปละลาย หินปูน ลิ่มเลือด คราบไขมัน(plaque) ที่เกาะอยู่ในเส้นเลือด
- ลิ้งค์ แสดงกลไกของไขมันในเลือดสูง จนเป็นเหตุให้หลอดเลือดอุดตันครับ
(ซึ่งไข่ดองช่วยบรรเทา&รักษาได้ คราบไขมันที่เกาะในผนังหลอดเลือด เป็นคนละอาการกับ
ไขมันในเส้นเลือด ดังนั้นถ้าต้องการพิสูจน์การทำงานของไข่ดองที่แท้จริงต้องใช้เครื่อง
MRI ก่อนและหลังการทานไข่ดองครับ
http://hpc9.anamai.moph.go.th/raipung/index.php?option=com_content&task=view&id=39&Itemid=37
- แต่ต้นเหตุที่สำคัญของโรคที่เกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิต คือการขาดการออกกำลังกาย
การขาดการออกกำลังกายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับมวลมนุษยชาติในยุคปัจจุบันครับ
ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมามากมาย
การออกกำลังกายจะนำไขมันและน้ำตาลไปใช้ ร่างกายจะไม่สั่งสมจนเป็นโทษ
ผมเน้นเสมอให้ค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของโรค แล้วแก้ที่ต้นเหตุ
จึงจะหายหรือบรรเทาจากโรคได้
โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งยาหรืออาหารเสริมราคาแพงใด ๆ ทั้งสิ้น
และผมมักพบว่าการทานสูตรยาที่ผมแนะนำในบล็อคนี้ ต้องควบคู่กับ
การออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร และรักษาศีล 5 จึงจะประสบผลสำเร็จครับ
เพราะเราเน้นแก้ไขที่ต้นเหตุครับ
- ผมไปค้นข้อมูลเกี่ยวกับการบริโภคไข่มาให้นะครับ
http://www.yourhealthyguide.com/article/aco-egg-cholesterol.html
- ซึ่งมีข้อความที่น่าสนใจเกี่ยวกับไข่ดังนี้ครับ
- ประโยชน์จากไข่ยังมีโปรตีน เลซิทิน วิตามินอื่น ๆ เป็นแหล่งอาหารทรงคุณค่า
ที่ผลิตได้ภายในประเทศ ไข่จึงให้คุณมากกว่าให้โทษ และคอเลสเตอรอลในอาหาร
ส่งผลต่อคอเลสเตอรอลในเลือดอยู่ 10% ถ้าจะกินไข่ก็ยังต้องมีบันยะบันยัง
เด็กไทยจึงพึงได้รับการส่งเสริม ให้กินไข่ได้วันละ 1 ฟอง แต่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมไม่กินสิ่งอื่น
ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อคอเลสเตอรอลสูงด้วย พร้อมกับเฝ้าดูคอเลสเตอรอลในเลือด เป็นระยะๆ
เพราะแต่ละคนอาจมีความไวต่างกัน คนที่ไขมันเลือดสูง ต้องเร่งเปลี่ยนพฤติกรรม
ลดปัจจัยเสี่ยงตัวอื่น ส่วนไข่แดงมีผลอยู่ 10% ทางที่ดีก็ควรเลี่ยงเสียก่อน
จนกว่าไขมันลดลงปกติแล้ว
- อาจจะตอบไม่ค่อยตรงประเด็นก็ต้องขออภัยนะครับ เพราะถ้าจะตอบว่าไม่รู้ หรือนิ่งเฉยเสีย
ก็กระไรอยู่น่ะครับ

สวัสดีครับ คุณป้า 2552
- ศิลปะในการทำน้ำหมักนั้นแต่ละท่านก็มีกรรมวิธีแตกต่างกันไป
- ถ้าเราตั้งจุดประสงค์ไว้ว่า ทำเพื่อทานแล้วได้ประโยชน์ไม่มีโทษ อย่างนี้ ผมก็ขอแนะนำว่า
น้ำที่ใช้นั้นถ้าเป็นน้ำประปา ก็ปล่อยให้ระเหย 2-3 วัน ถ้าอยู่ในบ้านสถานที่สะอาดก็ไม่จำเป็นต้องต้ม
แต่ถ้าอยู่ในสถานที่ไม่ค่อยสะอาด มีฝุ่นละออง ก็ควรนำมาต้มครับ
- ถังที่หมักไว้ 7 วันนั้น เชื้อจุลินทรีย์ได้แพร่พันธ์ไว้เยอะมากแล้ว
ดังนั้นถึงแม้น้ำที่เติมลงไปจะมีจุลินทรีย์บ้างก็ไม่เป็นไร เพราะจะโดนพวกเก่ากินเรียบครับ
แต่ถ้าเพื่อความชัวร์ก็ต้มดีกว่าครับ แต่ต้องรอให้เย็นเท่าอุณหภูมิห้องก่อนนะครับ ถึงค่อยเติมครับ
- กรรมวิธีหมักนี้ใช้วิธีแบบธรรมชาติ ดังนั้นเราจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับผลไม้สักหน่อย
ถ้าต้องการจะให้เป็นน้ำส้มสายชูหมัก ผมแนะนำให้ผู้หมักใหม่ ๆ หมักกล้วยก่อนเสมอ
เพราะกล้วยหาง่าย มีธาตุอาหารที่ยีสต์ต้องการ
ไม่มียาฆ่าแมลง และกล้วยมีเปลือก ดังนั้นจึงปลอดภัยจากเชื้ออื่นปนเปื้อน
- ในกล้วยจะมีเชื้อยีสต์อยู่มาก ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องไปหาเชื้อที่ไหน
และในระหว่างทำนั้นก็มักมีเชื้อจุลินทรีย์อะซิโตแบคเตอร์แอบบมากินกล้วยอยู่แล้ว
ดังนั้น ก็ไม่ต้องไปหาเพิ่มที่ไหนอีกเหมือนกัน และอาจจะมีจุลินทรีย์ชนิดอื่นปะปนมาด้วย แต่ว่า
จะเป็นจุลินทรีย์ชนิดที่ดี เพราะกล้วยกับเรานั้นเกิดคู่ ๆ กันมาหลายล้านปีแล้วนะครับ
มีการปรับตัวเข้ากันเป็นอย่างดี และมีแต่สิ่งที่ดีให้แก่กันครับ
- ในขั้นแรก ยีสต์จะต้องการขยายเผ่าพันธ์โดยอาศัยน้ำตาลและสารอาหารในกล้วย
ต่อมาก็จะทำการเฟอร์เม้นท์(หมัก)โดยเปลี่ยนน้ำตาลเป็นแอลกอฮอลล์
และในระหว่างนั้น แบคทีเรียอะซิโตแบคเตอร์ จะเปลี่ยนแอลกอฮออล์เป็นกรดน้ำส้มครับ
คือจะทำงานไปพร้อม ๆ กันเลย เพราะเราใช้กรรมวิธีแบบธรรมชาติ
และอาจจะมีจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัสมาร่วมแจมด้วย โดยการเปลี่ยนน้ำตาลเป็นกรดแลคติค
ถ้าหมักบ่อย ๆ จะประมาณได้ว่า มีแอลกอฮอล์เท่าไหร่ กรดแลคติคเท่าไหร่ กรดน้ำส้มเท่าไหร่
โดยอาศัยเครื่องวัดคือลิ้นครับ
- เมื่อหมักได้ประมาณ 3-4 เดือนน้ำจะใส และกล้วยจะจม
คือระหว่างที่ยีสต์ทำงานนั้น จะเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลอยขึ้นมาทำให้น้ำขุ่นบ้าง
เมื่อยีสต์หยุดหมักแล้ว ไม่มีก๊าซลอยขึ้นมา น้ำจะเริ่มใสขึ้นครับ เมื่อน้ำใสเป็นเครื่องบ่งบอกว่า
สามารถนำมาบริโภคได้แล้ว แต่อาจจะมีแอลกอฮอลล์อยู่บ้าง ก็ต้องพิจารณาเอาเองครับ
เพราะแอลกอฮอลล์ปริมาณน้อยนั้น มีประโยชน์ต่อร่างกายอยู่เหมือนกันครับ
ช่วยโรคหัวใจและโรคเบาหวานได้ครับ
- เมื่อหมักไว้ 6 เดือน แบคทีเรียอะซิโตแบคเตอร์จะเปลี่ยนแอลกอฮอล์เป็นกรดน้ำส้มหมดครับ
จะไม่มีแอลกอฮอล์เหลืออยู่เลย ถ้ามีก็น้อยมากครับ
- แต่ผลที่ได้อาจจะไม่เหมือนกันทุกคน มันขึ้นอยู่กับกรรมวิธีการหมักและปัจจัยหลายอย่างครับ
ที่อธิบายนี้เป็นเพียงแนวทางคร่าว ๆ เท่านั้นครับ เพราะการหมักของจุลินทรีย์นั้นมีหลายกระบวนท่า
ยากที่มือหมักท่านใดจะหยั่งถึงโดยละเอียดครับ
- ดูเพิ่มเติมได้ในบทความ "มาทำน้ำส้มสายชูหมักจากกล้วยกันเถอะ" ครับ

ขอขอบคุณมากนะคะ สำหรับความกรุณาที่ให้ความรู้ ป้า 2552 เพราะเป็นคนไม่ชอบเรื่องของการกินอาหารที่เป็นแบบหมัก หรืออาหารดอง ผักกาดดอง ผักบุ้งดอง ผักเสี้ยนดอง มีอาการแพ้ ปลาส้มก็แพ้เหมือนกัน แบบข้าวหมาก พอกินได้ แต่ไม่ชอบทำ เหมือนมีแอลกอฉอร์ เพราะเป็นคนที่แพ้แอลกอฉอร์บางครั้ง และมีคนที่รู้จักก็มีแพ้เหมือนกันเลยขอถามเป็นความรู้ และจะได้นำข้อมูลนี้ขอส่งผ่านให้เพื่อนที่ต้องการความรู้นะคะ ถ้ามีความสนใจสงสัยเรื่องอื่นๆ ขอถามใหม่นะคะ ขอขอบคุณคะ

ในสรรพคุณที่บอกว่ากินใข่ดองแล้ว สามารถ ลด คอเลสเตอรอล ได้ ก็ไม่ใช่ซิครับ กินแล้ว กลับเพิ่มคอเสเตอรอน นะครับ อย่างนี้จะเป็นอันตรายไหมถ้าคนที่กินแล้วไม่เคยไปตรวจเลือดเช็ค คอเรสเตอรอล นะครับ

สวัสดีครับคุณประมวล
- ขอออกตัวอีกครั้งว่า ผมไม่ใช่หมอ และผมไม่ใช่คนคิดค้นสูตรนี้ขึ้นมา
ผมเพียงแค่ทำตาม ใช้กับตัวเอง และคนข้างเคียงแล้วก็ได้ผลดี
จึงนำมาเผยแผ่ครับ ทีแรกผมก็ทำบล็อกไว้
เผื่อว่าต้องการข้อมูลเมื่อไหร่ก็สามารถ โหลดมาแล้วปริ๊นท์
ให้กับคนที่ต้องการเท่านั้นเอง แต่ทำไปทำมามันก็บานปลาย
อย่างที่เห็นนี่แหละครับ
- ผมเข้าใจว่าสูตรนี้ ไม่สามารถใช้ได้กับคนทุกคน
และไ่ม่สามารถใช้กับทุกโรคที่เขียนไว้(เพราะแต่ละโรคมีสาเหตุต่างกัน)
และมันมีเหตุปัจจัยหลายอย่างเป็นองค์ประกอบด้วย
สิ่งที่คุณตั้งข้อสังเกตุและถามนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องอย่างยิ่งครับ
- แต่สูตรเค้าเขียนมาอย่างนั้น ผมก็ไม่กล้าแก้สูตร เพราะคิดว่ามันอาจจะมีนัยยะ
ที่สำคัญที่ีเรายังตีไม่แตก (แต่คิดว่าถ้าเป็นสูตรดั้งเดิมจริง ๆ คงไม่มีคำว่า
คลอเลสเตอรอลแน่นอน แต่ก็ไม่รู้ว่าคำนี้มันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ)
- แต่ผมมีข้อสังเกตุตรงที่ว่า ยาตัวนี้สามารถละลายสิ่งที่อุดตันในหลอดเลือดได้จริง
ตรงนี้ผมรับรองได้ มีตัวอย่างที่เห็นชัดหลายรายดังที่เคยยกตัวอย่างไปแล้วเช่น
1. คนที่มีอาการเส้นเลือดขอด และลักษณะเลือดไม่เดิน หน้าจะคล้ำ เมื่อทานไป
ใบก็เริ่มมีสีเลือดขึ้น ดูสดใสขึ้น แสดงว่าตัวยาน่าจะช่วยละลายสิ่งที่อุดตันได้
2. คนที่มีอาการอัมพฤกต์ มีอาการเล็บซีดขาว แสดงว่ามีปัญหากับระบบเลือด
น่าจะเกิดจากเลือดเดินได้ไม่สะดวก เมื่อทานไป 1 เดือน เล็บก็เริ่มเป็นสีชมพูขึ้นมาบ้าง
แขนขาก็มีเรี่ยวแรงขึ้นมา ใบหน้าก็มีน้ำมีนวลสดใสขึ้น
******* สิ่งนี้น่าจะเป็นสิ่งชี้ชัดว่ามันช่วยละลายสิ่งที่ไปอุดตันในหลอดเลือดได้ครับ
แต่ผมก็ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ามันละลายสิ่งใดได้บ้าง เพราะสิ่งที่อุดตันหลอดเลือดมีหลายอย่าง
- แต่สำหรับหินปูนแล้ว อันนี้รับรองได้ เพราะเห็นชัด ๆ ว่าเปลือกไข่ละลาย
ซึ่งตามหลักเคมีแล้ว กรดอะซิตกก็เป็นตัวทำละลายแคลเซียม(หินปูน) อยู่แล้ว
และคนที่มีอาการของหินปูนพอกตามข้อต่าง ๆ ถ้าเป็นน้อย ๆ อาการก็ดีขึ้นได้รวดเร็ว
- ส่วนลิ่มเลือดและไขมันมันมีความสลับซับซ้อนที่เนื่องกันอยู่
- ซึ่งถ้าละลายลิ่มเลือดได้ ก็สามารถช่วยอาการไขมันอุดตันได้ครับ
เพราะตัวคลอเลสเตอรอลเอง เมื่อสั่งสมนานไป 10 ปีขึ้นไป ทำให้เกิดคราบไขมัน
เมื่อคราบไขมันแตกตัวออกมา ทำให้ลิ่มเลือดบ้าง หินปูนบ้างไปเกาะ
ซึ่งทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือด
การที่จะไปพิสูจน์ในจุดนี้จริง ๆ ต้องใช้เครื่อง MRI วิเคราะห์ ยุ่งยากมาก
ผมยอมรับว่า ผมหมดปัญญาที่จะไปพิสูจน์ในจุดนี้ครับ
ใครสามารถใช้อุปกรณ์ตัวนี้ได้สะดวก ก็น่าจะลองพิสูจน์ดูนะครับ ^_^
- แต่ผมก็มีวิธีพิสูจน์ตามทฤษฎีแบบบ้านนอกคนจนคือ ดูที่เล็บเอาครับ
ถ้าใครเล็บซีด สีขาว และมีอาการอื่นที่บ่งบอกว่ามีอาการของ
เส้นเลือดอุดตันร่วมด้วยเช่น มีเส้นเลือดขอด เป็นตะคริว
เคยเป็นอัมพฤกษ์ เคยเป็นโรคลมชัก
สีหน้าหมองคล้ำ ซึ่งอาการเหล่านี้บ่งบอกว่าร่างกายขาดเลือด
ผมก็จะให้ทานไข่ดอง เมื่อทานไปซักระยะ 1 สัปดาห์ถึง 1 เดือน
แล้วเล็บมีสีเลือด ตะคริวไม่เป็น ลมชักไม่เป็น
อัมพฤกษ์ก็ดีขึ้น อันนี้แสดงว่าตัวยาได้ทำงานตามหน้าที่
คือไปละลายสิ่งที่อุดตันในเส้นเลือดเรียบร้อยแล้ว แค่นี้ผมก็พอใจแล้วครับ

- ส่วนเรื่องไตรกลีเซอไรด์และคลอเลสเตอรอลนั้น ต้องวิเคราะห์กันอีกทีหนึ่ง
คือแต่ละโรค แต่ละอย่าง ผมต้องวิเคราะห์ด้วยนะครับ ก่อนทีี่่ผมจะแนะนำให้คน
ใกล้ชิดทานนั้น ผมมีสูตรยาที่คล้าย ๆ กัน หลายตัว
ส่วนมากจะเป็นเกี่ยว bio technology คือใช้สิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ๆ
ที่เรียกว่าจุลินทรีย์ เป็นตัวช่วย
และเป็นการประสานระหว่าง ชีว ฟิสิกส์ และเคมี ร่วมกันในการรักษาโรค
ไม่ใช้เคมีอย่างเดียวอย่างที่หมอปัจจุบันใช้กัน
- ต้องวิเคราะห์ตั้งแต่กระบวนการผลิต กระบวนการทำทุกอย่าง
ต้องทำเองหมด เพื่อสามารถควบคุมองค์ประกอบได้ตามที่ต้องการ
- ขอยกตัวอย่าง
- กระบวนการทำน้ำส้มสายชูหมักนั้น ต้องใช้แบบโบราณ
คือใช้การหมักตามธรรมชาติ ค่อย ๆ หมักค่อย ๆ บ่ม เป็นเวลา
ถึง 6 เดือน จะได้โมเลกุลที่เล็ก และมีพลังงานเกิดขึ้น
และร่างกายจะนำไปใช้งานได้ดี ส่วนน้ำส้มที่ขายกันนั้นจะมีการเร่งการหมัก
และมีการฆ่าเชื้อ ซึ่งใช้ความร้อน อันความร้อนนี้ก็ทำให้โมเลกุลเปลี่ยแปลงได้
- ตามหลักธรรมชาตินั้น จะใช้พลังงานจากดวงอาทิตย์เท่านั้น
แม้แต่พลังงานจากไฟ ธรรมชาติก็ไม่นำมาใช้ เพราะอะไร
ตอบแบบกำปั้นทุบดิน ก็เพราะมีพลังงานจากดวงอาทิตย์อยู่แล้ว
ดวงอาทิตย์เป็นพลังงานนิวเคลียร์ ไม่สามารถมีสิ่งมีชีวิตอยู่ได้
ดวงอาทิตย์เป็นผู้ให้แสงสว่าง ให้พลังงาน แก่โลกเรา
โดยไม่จำเป็นต้องใช้สายไฟฟ้าเป็นตัวนำพา
และรังสีที่เป็นอันตรายจากดวงอาทิตย์ ที่เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์
สนามแม่เหล็กและชั้นบรรยากาศของเรา ก็ได้สะท้อนออกไปแล้ว
ดังนั้นถ้าถามว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ควรสร้างที่ไหน ตอบว่า
ควรสร้างนอกโลกครับท่าน
- ดังนั้น การใช้พลังงานจากดวงอาทิตย์ ในการทำปฏิกิริยา ต่าง ๆ
เช่นการเจริญเติบโตของต้นไม้ เค้าจะค่อย ๆ โต ค่อย ๆ เป็น
ค่อยๆ ไป ตามชนิดของเค้า ตามที่ธรรมชาติได้กำหนดมา
และถ้าสังเกตุดูต้นไม้ต่าง ๆ นั้น
จะต้องการพลังงานจากดวงอาทิตย์ไม่เท่ากัน บางต้นชอบแสงรำไร
บางต้นชอบแสงจัด เพราะอะไร เพราะต้องปรับแสง น้ำ ดิน อากาศ
ให้พอดี ต้นไม้ต่าง ๆ จึงจะสามารถผลิตอะไรต่อมิอะไรออกมา
เป็น อาหารบ้าง เป็นที่อยู่อาศัยบ้าง
เป็นเครื่องนุ่งห่มบ้าง เป็นยารักษาโรคบ้าง
คือปัจจัย 4 นั้นเอง ธรรมชาติได้เตรียมมาให้มนุษย์ครบแล้ว
ธรรมชาติไม่ได้ปล่อยให้เรามาอย่างโดดเดี่ยวเดียวดายซะทีเดียว
แต่อาจจะมีน้อยไปบ้าง เราจึงจำเป็นต้องทำเกษตรกรรมเพิ่ม
เพื่อให้ได้รับปัจจัย 4 ได้พอดี
นี้เป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่เป็นประจำซึ่งคนส่วนมากไม่สังเกต

- ที่พูดมายืดยาวนี้ก็เพื่อบอกว่า พลังงานจากดวงอาทิตย์นั้น
เป็นพลังงานที่สะอาด และเหมาะสมที่สุดสำหรับสิ่งมีชีิวต
แม้แต่ร่างกายของเราก็จำเป็นต้องใช้พลังงานจากดวงอาทิตย์
เพื่อความอบอุ่น และต้องการแสงแดดยามเชื้อเพื่อผลิตคลอเลสเตอรอล
และวิตามินดี และแสงอาทิตย์ยังช่วยกระตุ้นไม่ให้เกิดความหดหู่อีกด้วย
- แนวทางการรักษาโรคของผมนั้น คือพยามยามให้กลับคืนสู่ธรรมชาติ
พลังงานที่ใช้ในการทำปฏิกิริยาต่าง ๆ จะใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์เท่านั้น
- ผมเข้าใจว่าโรคภัยสมัยใหม่ ๆ ที่เป็นกันทุกวันนี้
ส่วนหนึ่งเกิดจากเราไม่ยอมปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติ
เราพยายามจะเอาชนะธรรมชาติ ด้วยวิธีผิด ๆ
ไปสรรสร้างผลิตสิ่งที่ธรรมชาติไม่ทำ ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการ
เช่น ผงชูรส ยาฆ่าแมลง ยาแผนปัจจุบันซึ่งทำจากสารเคมีสังเคราะห์
ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ น้ำเย็น น้ำร้อน ฯลฯ
ถ้าิสิ่งเหล่านั้น ไม่ได้นำเข้าสู่ร่างกาย ก็ไม่มีปัญหาอะไร
- แต่สิ่งที่ต้องกินเข้า เป็นปัํญหาใหญ่
เมื่อเรานำสิ่งที่ผิดธรรมชาติเข้าสู่ร่างกายแล้ว
เรารู้หรือไม่ว่ามันมีปฏิกิริยาอันใดเกิดขึ้นบ้าง
ไม่มีใครรู้ได้ละเอียดละออหรอกครับ แม้แต่บริษัทยาก็เถอะ
เพราะระบบกลไกของมนุษย์นั้น มนุษย์ไม่ได้เป็นคนร่างแบบแปลนขึ้นมาเอง
เรารู้จากการวิะเคราะห์วิจัยตามหลังเท่านั้น
ดังนั้นเราจึงรู้ได้เพียงคร่าว ๆ เท่านั้น
เปรียบเหมือนคนที่เขียนโปรแกรมกับคนที่ใช้โปรแกรมนั้น ย่อมมีความรู้
ต่างกันอย่างลิบลับ คนที่ใช้โปรแกรมนั้น ไม่สามารถจะแก้ไขอะไรในตัว
โปรแกรมได้เลย ต้องอาศัยคนที่เขียนโปรแกรมเท่านั้น
และเราก็ไม่รู้ใครเขียนแบบแปลนของมนุษย์ขึ้นมา
เราก็ได้แต่เดาไปว่า มันมีวิวัฒนาการ(ขึ้นมาเอง)
- โรคที่เป็นผลพวงจากการที่เราดำเนินชีวิตผิดธรรมชาิติมีอะไรบ้าง
1. มะเร็ง 2.ภูมิแพ้ 3.โรคประสาท
4.โรคความดัน 5.โรคเบาหวาน 6.โรคหัวใจ ฯลฯ
โรคเหล่านี้เพิ่มพรวดพราดขึ้นมา หลังจากที่ดำเนินผิดจากธรรมชาติ
- ดังนั้นการวิเคราะห์ของผม หรือแพทย์แผนไทย แผนจีน กับแผนปัจจุบัน
จึงมองคนละมุมมองกัน แต่จุดประสงค์เหมือนกันก็คือเพื่อให้หายจากโรค
- คุณหรือใครก็แล้วแต่อาจจะมองว่ากินไข่ดองแล้วคลอเลสเตอรอลเพิ่ม
มันยิ่งทำให้เส้นเลือดอุดตันเข้าไปใหญ่ จะไปรักษาโรคได้อย่างไร
อันนี้มันเป็นมุมมองที่ีถูกต้อง ถ้ามองในมุมนี้
- แต่ถ้ามองถึงกลไก การทำงานของร่างกาย การอุบัติของโรค และ
การรักษาของตัวยา นั้น มันก็สามารถรักษาโรคเส้นเลือดอุดตันได้
ดังที่ผมอธิบายให้ฟังไปแล้วนั้นแล
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น รางเนื้อก็ชอบรางยาครับ
- แต่ในสูตรยาของบล็อกนี้ก็มีสูตรที่ช่วยลดโคเลสเตอรอลได้นะครับ
สูตรง่าย ๆ คือ งดของทอด งดไขมันชนิดเลวครับ ชัวร์สุด
ถ้ายังทานอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูงอยู่ แต่ปรารถนาลดคลอเลสเตอรอล
หนำซ้ำยังไม่ค่อยออกกำลังกายอีก ก็คิดดูเอาเองละกันครับว่ามันจะลดได้ยังไง
******* ผมก็ิพิมพ์ไปตามประสาผมนะครับ ยังไงถ้าตรงไหนเห็นว่าไม่เหมาะ
สมก็อย่าถือสาเลยนะครับ เพราะแต่ละคนก็มีความเห็นต่างกันครับ. ถามมาถ้าจะไม่ตอบ
ก็กระไรอยู่ ตอบแล้วก็อยากให้เคลียร์น่ะครับ ********

ป้า 2552 สวัสดีคะอ่านดูข้อมูลความด้านบนแล้ว ต้องทำใจมากเลยนะคะ เพราะทานอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูงอยู่ แต่ปรารถนาลดคลอเลสเตอรอล
หนำซ้ำยังไม่ค่อยออกกำลังกายอีก น้ำหนักเพิ่มมากคะ ตัวกลมคะ กินได้ 1 เดือน ขอสูตรลดน้ำหนัก
ด้วยการทานอาหารแบบธรรมชาติ ที่สามารถรักษาโรคเส้นเลือดอุดตันได้
สูตรที่ช่วยลดโคเลสเตอรอลได้ แต่ไม่อ้วน แล้วทานอาหารมาก การที่ทานอาหารก่อนอยากทานอาหาร
จะรู้สึกว่า เค็มๆ เปรี้ยวๆ ต้องหาน้ำ ขนม ผลไม้ ของหวาน ทาน หาวิธีแก้ไขเพราะไม่ได้อยู่เฉย หรือว่าหิว ไม่ได้อยากทานอาหารก่อน แต่มีความรู้สึกว่าตัวเองเค็มๆ เปรี้ยวๆ ไปหมด ต้องหาอะไรมาทาน

สวัสดี ค่ะ หญิงค่ะ อยากขอถามนิดนึงค่ะว่าพอดีให้พ่อทานไข่ดอกแต่ก่อนที่จะทานไข่ดองนั้นพ่อเป็นเก๊าท์อยู่แล้วและเป็นมานานหลายสิบปีจนต้องผ่าท่ี่หลังเท้าแล้วแล้วพอกำลังหายพ่อทาไข่ดองประมาณฟองที่3-4 พ่อบอกปวดมากจนทนไม่ไหวแต่ตรงหลังเท้าที่ผ่านั้นมีความรู้สึกคันยุบยิบแล้วเมื่อก่อนไม่เป็นได้กินยาแก้ปวดไปเพราะปวดมากเลยให้หยุดกินไปก่อน2-3 วันไม่ทราบว่าอาการของพ่อจะอันตรายไหมคะและพ่อบอกว่าอาการปวดชามาที่มือข้างที่ไม่บวมจากเก๊าท์ค่ะปกติพ่อเป็นเก๊าท์และเส้นเลือดขอดค่ะเป็นมากจนดำเลย
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

สวัสดีคะ ชื่อเปิ้ลค่ะ อายุ 50 ปี ได้ทดลองทานไข่ได้ 11 ฟองแล้ว อาการปวดเข่า อาการชาจากหัวไหล่ลงมาที่แขนข้างหนึ่ง ดีขึ้นเร่ือยๆแทบจะพูดได้ว่าได้ผลดีมาก เหลือไหล่อีกข้างที่ยกแขนไม่ขึ้นอาการยังไม่ดีขึ้นเลยซึ่งจะปวดเวลายกแขนขึ้นเหมือนกับว่าหัวไหล่ตรงข้อต่อไม่มีน้ำมันหล่อลื่น น่ีก็หวังว่าการทานไข่คงจะช่วยให้ดีขึ้นก่อนที่หมอจะทำการผ่าตัด อ้อ...อีกอย่างที่จะบอกกล่าวคืออาการของผู้ที่เข้าวัยทองจะร้อนๆวูบวาบเคยเป็นมา3-4 ปี หลังจากทานไข่ดองแล้วสังเกตุว่าอาการเหล่านี้ไม่มีมาเลย จะพยายามทานต่อไป และขอขอบคุณผู้ที่ให้การเผยแพร่ความรู้นี้ เป็นบุญกุศลยิ่งขอบคุณมาก

ได้บอกต่อให้น้องสาวซึ่งอาศัยในต่างจังหวัดห่างไกลตัวเมือง หาซื้อน้ำส้มสายชูหมักไม่มี ใช่น้ำส้มสายชูที่มีขายทั่วไปได้หรือเปล่า

*******สวัสดีครับคุณป้า 2522******
- คงต้องออกกำลังกายนะครับ
อาจจะปลูกผัก ปลูกผลไม้ กินเองก็ได้ครับ
เป็นการออกกำลังกายที่ดี มีประโยชน์ครับ
แล้วก็ทานผักที่ปลูกเองนั่นแหละครับ
จะช่วยได้ครับ
- เลือกผักผลไม้ที่ีให้ผลผลิต ภายใน
3 เดือน ,6 เดือน ,1 ปี ,3 ปี ,5 ปี , 7ปี
ปลูก ๆ ไว้ได้ครับ ถ้ามีที่ว่างนะครับ
****************************
----------สวัสดีครับ คุณหญิง--------
- ขอแนะนำให้คุณพ่อเลิกทานไข่ดองไปก่อนนะครับ
แล้วพยายามควบคุมอาหาร เพื่อให้ร่างกายเป็นปกติ
ภายใน 3 เดือน โดยไม่ให้อาการของโรคเก๊าต์กำเริบขึ้นมา
เมื่อมีอาการดีขึ้นแ้ล้ว คุณและคุณพ่อก็จะหมดความกังวล
เมื่อถึงเวลานั้นแล้ว สติปัญญาจะทำงาน
และคุณจะรู้เองว่าควรทำอย่างไรต่อไปครับ
- ส่วนเส้นเลือดขอดนั้น ทานวิตามินอี บริสุทธิ์สามารถช่วย
บรรเทาได้ครับ และ/หรือน้ำมันรำข้าวก็ดีครับ
2 อย่างนี้ช่วยในเรื่องหลอดเลือดได้ โดยไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ
- glucosamine ก็ดีครับ น้ำหมักมะเฟืองก็ดีครับ ทานควบคู่กันไป
2 อย่างนี้ช่วยบรรเทาอาการข้ออักเสบได้
โดยทานร่วมกับการควบคุมอาหารครับ
ที่สำคัญคือเฉพาะหน้านี้ หาวิธีไม่ให้โรคเก๊าต์กำเริบก่อน
- ถ้ามันกำเริบขึ้นมาก็อย่าเพิ่งตกใจนะครับ ให้รีบงดของแสลงอย่างเด็ดขาด
และทานยาหมอครับ มันจะขึ้นชั่วคราวอยู่ 3-7 วันเท่านั้น
แล้วร่างกายจะค่อย ๆ ขับยูริคออกครับ
- ปัญหาของโรคเก๊าต์คือยูริคซึ่งเกิดจากไตขับออกไม่หมดครับ
ระยะแรกนี้ต้องคุมยูริคให้ได้ก่อน ระยะยาวคือต้องรักษาฟื้นฟูสภาพไตครับ
อาหารสำหรับคนเป็นโรคเก๊าท์ (คลิ๊ก)

********************************************
---------------สวัสดีครับ คุณเปิ้ล------------------
- ดีใจด้วยนะครับ ที่สูตรไข่ดองนี้ช่่วยบรรเทาโรคได้
- ไม่ทราบคุณเปิ้ลจะผ่าตัดเกี่ยวกับโรคอะไรครับ
- ต้องใช้น้ำส้มสายชูหมักเท่านั้นครับ เคยมีคนใช้น้ำส้มสายชูกลั่นแล้วโรคไม่หายครับ

ผมสอบถามหน่อยคับเห็นหลายโพสบอกให้ทานไข่ขาวกับไข่แดง
แต่เวลาเอาไม้จิ้มฟันแทงแล้วมันจะมีไข่ขาว ไข่แดง
และก็น้ำส้มที่ซึมเข้าไปในไข่มีรสขมอันนี้ต้องทานด้วยมั้ย
หรือทานแค่ไข่ขาวกับไข่แดงก็พอใช้ได้เหมือนกัน

ธรรมดาก็ทานทั้งหมดนั่นแหละครับ ทั้งไข่แดงไข่ขาวและน้ำส้ม
แต่บางคนทานน้ำส้มแล้วท้องร่วงบ้าง ผะอืดพะอมบ้าง
ก็ให้ใช้ตะแรงร่อนน้ำส้มออกเหลือไว้แต่ไข่ขาวและไข่แดงได้ครับ

คนเป็นกล้ามเนื้ออ่อนแรงทานยวไข่ได้7วันแล้วรู้สึกว่าจากการที่ไม่ปวดไม่ชาก็มีอาการปวดที่ฝ่ามือและชาที่นิ้วมือซ้ายมาบ้างไม่รู้ว่าเกี่ยวกันหรือเปล่าแต่คิดว่าถ้าที่เราเป็นแขนไม่มีแรงนี้เพราะเส้นเลือดตีบทำให้ไม่มีความรู้สึกแล้วไข่ดองไปช่วยเปิดทางให้เส้นเลีอดหรือเปล่า

อยากทราบว่าไข่ดองนี่ควรจะทานไปซักกี่ฟองคะ ตอนนี้ทานไปได้สี่สิบกว่าฟองแล้ว ไม่ทราบว่าคุณ kaidang ทานไปกี่ฟองแล้วคะ และคิดว่าจะทานซักกี่ฟอง ขอบคุณค่ะ

สวัสดีครับ คุณไม่ระบุชื่อ 16 กันยายน 2555, 14:35
*****************************************************
- การชาหรือปวดนั้น เป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นครับ
บางคนเป็นมาก บางคนเป็นน้อย โดยส่วนมากมักไม่เป็น
และคนที่ไม่มีโรคประจำตัวมักจะไม่เป็นปวด
- ตามหลักก็คือตัวยาเค้ากำลังกำจัดสารพิษออกครับ
บางคนก็บอกว่า ตัวยาไ่ข่ดองไปกำจัดสารเคมีสังเคราะห์(ยาแผนนปัจจุบัน)
ที่สั่งสมอยู่ในกล้ามเนื้อออกครับ ทำให้เกิดอาการปวด
ซึ่งผมเคยถามผู้ี่ที่เรียนเภสัชมา เค้าก็บอกว่าข้อเสียของยาแผน
ปัจจุบันคือร่างกายมักจะกำจัดยาออกไม่หมด
และจะสะสมอยู่ในชั้นกล้ามเนื้อครับ
- ตามธรรมดาการปวดก็เป็นไม่เท่ากันในแต่ละคนครับ
ส่วนมากก็จะเป็นแล้วค่อย ๆ บรรเทาลงครับ หลังจากทานไป 1 อาทิตย์
แต่อาการของคุณคือจากไม่ปวดแล้วกลับมาปวด ถ้าทนได้ก็ทนเลยครับ
แล้วมันจะค่อย ๆ ทุเลาครับ ซึ่งคนทั่วไปจะเป็นอย่างนั้นครับ
แต่จะมีบ้างสัก 5 % ที่ปวดตลอดจนต้องเลิกทาน มักเกิดจาก
1. อายุมาก 2.โรคมาก รุนแรง และเป็นมานาน และกำลังกำเริบอยู่
3.กินสารเคมีสังเคราะห์(ยาแผนปัจจุบัน) มานาน 4.เป็นผู้หญิง
- ซึ่งคนส่วนมากมักจะเป็นมากแล้วจึงยอมทานสูตรยา"ไข่ดอง"
มันจึงเป็นความลำบากลำบน ของผู้ที่แนะนำ
บางทีจนเหมือนว่า จากสูตรยาที่เป็น "ยาวิเศษ "
ก็อาจกลับกลายเป็น "ยาผีหลอก"ได้ในพริบตา
เพราะว่าอาการของโรคมันมากแล้ว
การรักษาแบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นมันคงจะยาก
บางคน(ส่วนน้อยมาก) ก็มีอาการถึงกับว่า "ลงแดง" กันเลยทีเดียว
แต่ถ้าทนไม่ไหว ก็ต้องเลิกทาน (แน่อยู่แล้ว)
เมื่อเลิกทานแล้ว อาการปวดเหล่านั้นก็หายไปครับ
- และจะอาศัยการทำงานของยาเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยหมอ
วิเคราะห์ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร แล้วต้องไปแก้ไ้ขที่สาเหตุที่แท้จริง
- ถ้าพูดตามหลักพระพุทธศาสนาก็คือ คนเรามีเกิดแก่เจ็บตาย เป็นธรรมดา ครับ
กรรมเก่าที่ได้ทำไว้แล้ว มันให้ผลในปัจจุบันนี้ โรคบางอย่างก็ไขได้
แต่ถ้าเป็นโรคกรรม ก็แก้ไขอะไรไม่ได้ อย่างมากสุดก็ได้แต่ผัดผ่อนเท่านั้น
แต่เมื่อถึงเวลาเข้าจริง ๆ แล้วก็ต้องรับกรรมไป
- ถ้าเป็นโรคกรรมหนักจริง ๆ แล้ว ไม่สามารถแก้ไขอันใดได้ อำนาจของกรรมจะสปีดตัวเอง
ให้มีอำนาจเหนือผู้นั้นจนได้ แม้แต่สตีปจ๊อบส์ ก็ยังลาโลกนี้ไปด้วยอายุยังน้อย
- มีบางคนก็สามารถหายจากโรคร้ายเช่นมะเร็งได้
ทั้ง ๆ ที่ทอดอาลัยแล้ว ตายก็ตาย หายก็หาย
- พระองค์หนึ่ง ท่านเป็นมะเร็ง ท่านก็ทอดอาลัยในสังขาร ตายก็ตาย
แล้วก็ฝากฝังให้ญาติพี่น้องดูแลจัดงานศพให้ด้วยจนเสร็จสรรพ
ต่อมาท่านก็ได้สูตรยามะเร็งมา
แล้วก็ทานน้ำ และผัก และเนื้อ ที่แช่ถ่านหุงต้ม ก่อนจะนำมาประกอบอาหารบริโภค
แล้วท่านก็หายจากมะเร็งได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่ญาติพี่น้องที่ท่านฝากฝังไว้
กลับต้องเสียชีวิตก่อนท่านเสียอีก
ถ่านหุงต้มสามารถรักษามะเ็ร็งได้อย่างไม่น่าเชื่อ
โดยไม่จำเป็นต้องไปดิ้นรน หายาจากที่ใด ๆ
- บางคนก็เป็นมะเร็ง เงินก็ไม่มี ก็เก็บผักข้างบ้านประทังชีวิตไปวันวัน ก็ปรากฎว่าโรคมะเร็งก็หายได้
ต่อมาภายหลังจึงคิดว่า น่าจะหายจาก ดอกไม้จีน ที่เก็บกินข้างบ้านทุกวัน
เพราะว่ากินแรก ๆ นั้นมีอาการถ่ายมาก และต่อมาก็มีภูมิต้านทาน กินเข้าไปก็ไม่เป็นไร
- มีคนหนึ่ง ผู้ชายเป็นมะเร็งปอด ไปเอ็กซเรย์มะเร็งกินไปหายไป 1 ข้าง ไม่มีเงินรักษาตัว
เป็นชาวบ้านรับจ้างไปวัน ๆ มีลูกต้องดูแลถึง 2 คน พระท่านบอกให้ไปเก็บต้นคิ้วนางมา
ต้มกิน ก็หายได้ภายใน 1 เดือน
ต้นคิ้วนาง (คลิ๊ก)
- มีท่านนึงเป็นหมอ แต่กลับเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ไปกราบหลวงปู่เจี๋ยะ ท่านก็เอายาส้มให้
1 ขวด แล้วก็บอกว่า "กินก็ตาย ไม่กินก็ตาย" เอ้า เอาไปกินซะ
ท่านก็ทอดอาลัยในสังขารร่างกาย ลาออกจากงาน มาปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดป่าแห่งหนึ่ง
และไม่ไปตรวจโรคอีกเลย คิดว่าจะตายก็ตายไป ก็อยู่มาได้ถึง 15 ปีแล้ว
- นี่คือเรื่องจริง ที่ยิ่งกว่านิยายหลอกเด็ก
- ที่เขียนมายืดยาวนี้เพื่อเป็นเหตุผลประกอบในข้อที่ว่า
ที่รักษาได้จริง ๆ คือจิตใจ ให้กายป่วยแต่อย่าให้ใจป่วย
ร่างกายนั้นเอาแน่นอนไม่ได้ บทมันจะเป็นแม้ยาจะดีแสนดี
แพงแสนแพงแค่ไหนบางทีกรรมมันบันดาล ก็เอาไม่อยู่ ดลให้เป็นไปสารพัดเช่น
หมอวินิจฉัยผิดบ้าง สูตรยาไม่ตรงกับโรคบ้าง ได้สูตรยาแล้วไม่เชื่อบ้าง ฯลฯ
บทมันจะหาย แม้แต่ถ่านหุงต้มก็สามารถรักษาได้
ที่สำคัญ พระท่านบอกมา อย่าไปสร้างกรรมชั่วใหม่
ทั้งทางกายวาจาและใจ
ความชั่วทางกายและวาจานั้นสามารถห้ามได้ทันทีตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
แต่ใจนั้นต้องค่อย ๆ ฝึก ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป ครับ
- สาเหตุจากการปวดชาของคุณ นั้นน่าจะเป็นอย่างที่คุณวิเคราะห์นะครับ
- ถ้าปวดมาก เ้ค้าให้หยุด 2 วันครับ แล้วลองกลับมาทานใหม่ครับ

สวัสดีครับ คุณไม่ระบุชื่อ 17 กันยายน 2555, 14:05
********************************************
- ขอเรียนก่อนว่า ผมไม่ได้มีโรคที่ใช้เกี่ยวกับยาไข่ดองโดยตรง
ผมเริ่มทำน้ำหมัก แล้วมีคนมาแนะนำสูตรไข่ดอง เมื่อต้นปีที่แล้ว
โดยเค้าบอกว่า ตอนนี้ออกจากงานเออร์ลี่ แล้วมีเวลาว่างเจอสูตรจากในเน็ต
แล้วลองดู คือเค้าเป็นเบาหวาน มีอาการปวดสบัก และเหนื่อยง่าย
ผลจากการทานก็ปรากฎว่า
เบาหวานนั้นเป็นปกติ แต่คุมอาหารด้วย เหนื่อยง่ายก็ดีขึ้นมาก
ส่วนปวดสบักนั้นก็ดีขึ้นบ้างนิดหน่อย

- ต่อมา ผมจึงได้ลองทานดูบ้างจากน้ำหมักที่ผมทำไว้นั่นแหละ
เพื่อจะได้ดูผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น ถ้ามี ผมจะได้เลิกแนะนำผู้อื่น
เมื่อผมลองทานแล้ว ประมาณ 4 ชุดได้ ผมทาน ๆ หยุด เพราะอย่างที่บอก
ผมทานเืพื่อทดสอบผลข้างเคียง และผมทดสอบน้ำส้มสายชูหมักที่ผมทำ
เท่านั้น
- และเหตุที่ผมอีกอย่างที่ไม่ได้ทานต่อเนื่อง คือผมกินบัวหิมะธิเบตเป็นประจำอยู่แล้ว
- บางทีผมอยากลองดูว่าสูตรยานี้มีผลข้างเคียงอันใดบ้าง
ผมจึงไ้ด้เตรียมยารางจืดไว้ มีอันเดียวสำหรับถอนพิษ
จะช่วยได้หรือเปล่าก็ไม่รู้เตรียมไว้ปลอบใจตัวเอง
แต่เคยทราบอานุภาพของเค้าแล้วก็เชื่อมั่น
เพราะขนาดสุนัขโดนยาเบื่อ ยารางจืดยังช่วยชีวิตไว้ได้
แม้แต่คนเมาเหล้า เมากาแฟ ปวดท้องอาหารเป็นพิษ
ยารางจืดก็ช่วยได้หมด
- แล้วผมก็จัดการทานทั้งหมดพร้อมกันเลยครับ ตามสูตรยาที่ผมเขียนในบล็อก
ทั้งนมบัวหิมะธิเบต โยเกิร์ต ไข่ดอง คอมบูชา น้ำหมักสูตรป้าเช้ง น้ำส้มหมักจากกล้วย
รวมทั้งกะเม็ง น้ำมูตรด้วย (หุหุ) ก็ไม่มีผลข้างเคียงอะไร ถ้ายามีโทษจริง
ผมตายก่อนแล้วครับ สำหรับผมแล้ว ผลข้างเคียงสักน้อยหนึ่งก็ไม่มีครับ
ถ้ามีก็ตอนที่ซดน้ำส้มสายชูหมักเพรียว ๆ ตอนท้องว่าง ๆ ที่มีอาการ
บาดคอเล็กน้อยเท่านั้นแล้วก็แสบมาถึงท้อง(น้อยมาก) แป๊บเดียวแล้วก็หายไป
ซึ่งมันก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว (กรด อซิติก 5 % ซัดเพรียว ๆ หุหุ)
- ส่วนแต่ก่อนผมมีโรค ปวดข้อ(เกิดจากโรคชิคุณกุนย่า) ผมก็ทานน้ำหมัก ก็หายไปแล้ว
- และผมมักป่วยช่วงอากาศเปลี่ยน แทบทุกฤดู ผมก็ได้ทานนมบัวหิมะธิเบต
ก็ไม่เป็นอีกเลย และผมอาศัยออกกำลังกายบ้าง และควบคุมอาหารที่เป็นโทษ
โดยเฉพาะน้ำเย็นนี่เลิกเด็ดขาด ก็สุขภาพดีมาก ไม่มีอาการเป็นหวัด แม้จะอยู่ใกล้
ชิดกับผู้ที่เป็นหวัดก็ตามที นมบัวหิมะธิเบตนั้นมีสรรพคุณมากครับ
มากกว่าไข่ดองด้วยซ้ำไป และมีความปลอดภัยสูงมากครับ มีความโดดเด่นมากใน
เรื่องแคลเซียม ซึ่งยาสูตรใดในผืนปฐพีนี้ไม่ค่อยมี ถึงมีก็เทียบไม่ติดในเรื่องของ
ประสิทธิภาพและความปลอดภัย
- ดังนั้นผมจึงบอกไม่ได้เต็มปากว่า สุขภาพดีขึ้นเกิดจากสูตรยาไข่ดอง
- อันที่จริงแล้ว ถ้าถามเรื่องนมบัวหิมะธิเบต ผมจะตอบได้ดีกว่านี้อีกครับ
แต่คนส่วนมากถามแต่ยาไข่ดอง ผมก็ตอบตามที่ได้ลองใช้ และให้คนใกล้ชิดลอง
และตามที่ศึกษาเพิ่มเติมด้วยครับ
- และที่ถามว่าควรทานกี่ฟองดี ต้องแล้วแต่โรค และความรุนแรง ครับ ถ้าเป็นมากก็ต้อง
100 ฟอง อย่างเช่นโรค อัมพฤกษ์ อาการปวดข้อที่ข้อใหญ่ ๆ เช่นไหล่ติด ข้อเข่า
เส้นเลือดอุดตัน SLE
- แต่ต้องควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย และรักษาศีล 5 ควบคู่ไปด้วยครับ
การรักษาจึงจะมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลครับ
- ถ้าสามารถควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย และรักษาศีล 5 ได้แล้ว
ตั้งแต่โรคยังเป็นน้อย ๆ ผมว่่าสามารถรักษาโรคได้ถึง 80 % ของโรค
ที่คนทั่วไปเป็นกันอยู่ โดยไม่ต้องพึ่งสูตรยาใด ๆ ทั้งสิ้น ครับ
- แต่ก็อย่างว่านั่นแหละครับ อาการเล็กๆ น้อย ๆ นั้น วินิจฉัยยากว่า
เกิดจากโรคและสาเหตุ อันใด และคนส่วนมากก็ไม่ใส่ใจ เพราะมันมักจะหายไปเอง
- ผมเคยเห็นพยาบาลตามต่างจังหวัด เมื่อจบมาใหม่ ๆ มักออกวิ่งตอนเย็นทุกวัน
รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ดี สุขภาพแข็งแรง และหุ่นรูปร่างก็ดี (หุหุ)
แต่ว่าเมื่ออายุมากแล้วก็เลิก และหมอก็ไม่ค่อยวิ่ง ไม่รู้เป็นเพราะอะไร
ปล. ผมพิมพ์มากไปหน่อย ก็ขออภัยนะครับ บางทีผมก็ตอบเผื่อ ๆ ไว้น่ะครับ
เผื่อมีคนอื่น(หมอ)มาอ่านด้วย กลัวเค้าจะหาว่า "ขี้โม้" น่ะครับ
ไหน ๆก็กลัวเค้าหาว่า "ขี้โม้" แล้ว ก็เลยเอาเต็มที่สักหน่อยครับ ^_^

วันนี้มีนักโภชนา ออกมาเตือนประชาชน เรื่อง การกินไข่ดอง เป้นอันตรายต่อร่างกาย และ ทำให้คอเรสเตอรอลสูงด้วยครับ ลองหาดูใรเน็ตนะครับ ใน Google พิมคำว่า เตือน กินไข่ดองดิบ หรือ นักโภชนาเตือนโด๊ปไข่ดอง แล้วลองอ่านดูนะครับ เผื่อจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ (ผมกินแล้วทำให้คอเรสเตอรอลสูงจริงๆครับ จาก 220 gxHo 297 เลยครับ กำลังหาวิธีลงอยู่ครับ วิ่งวันละ 5 กิโล)
ขอบคุณครับ

ขอบคุณที่เตือนนะครับ
เดี๋ยวผมทำลิ้งค์ให้นะครับ
เตือนกินไข่ดิบดองผิดหลักโภชนาการ
เตือนกินไข่ดิบดองผิดหลักโภชนาการ (คลิ๊ก)
- และผมอยากให้อ่านข้อมูลในด้านดีของไข่ และกรดอะซิติก(กรดน้ำส้ม) ที่ฆ่าเชื้อโรค
เพิ่มเติมด้วยครับ แล้วให้ผู้อ่านพิจารณาเอาเองครับ ผมเพียงแต่ให้ข้อมูลครับ
การกินไข่ช่วยเพิ่มคลอเลสเตอรอลที่ดี hdl ลดคลอเลสเตอรอลที่เลว ldl (คลิ๊ก)
สารต่อต้านการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์ (คลิ๊ก)
*** ขอคัดเกี่ยวกับการต้านเชื้อจุลินทรีย์ของกรดอะซิติก(กรดน้ำส้ม) มาลงบางช่วงนะครับ****

- สารต่อต้านการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์จะชะลอการเจริญเติบโตหรือทำลายจุลินทรีย์ จึงช่วยลดการเน่าเสียของอาหารที่เกิดจากจุลินทรีย์ กลไกในการทำงานของสารต่อต้านการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์ ประกอบด้วยการทำให้สมบัติของผนังเซลล์ของจุลินทรีย์เปลี่ยนไปทำให้จุลินทรีย์ชะงักการเจริญเติบโตและตายในที่สุด การทำให้ประสิทธิภาพของเอนไซม์ที่จำเป็นต่อการเจริญของจุลินทรีย์เสียไป จุลินทรีย์จึงไม่เจริญและตายได้ การมีผลต่อกลไกทางพันธุกรรมของจุลินทรีย์ ทำให้จุลินทรีย์หยุดชะงักแบ่งการเซลล์ จุลินทรีย์จึงไม่เพิ่มปริมาณและจุลินทรีย์ที่มีอยู่จะตาย จึงมีจำนวนจุลินทรีย์ลดลง ประสิทธิภาพของสารต่อต้านการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์ที่ใช้เติมลงในอาหาร โดย ทั่วไปถ้าใช้ปริมาณมากขึ้นประสิทธิภาพก็จะมากขึ้น ปกติจะใช้ในปริมาณที่เพียงพอแก่การชะลอการเจริญของจุลินทรีย์ ชนิด จำนวน และอายุของเชื้อจุลินทรีย์เพราะจุลินทรีย์ชนิดต่างกันจะตอบสนองต่อสารแต่ละชนิดแตกต่างกัน อุณหภูมิของอาหาร สารที่มีฤทธิ์เป็นกรดเพราะสารที่ใช้บางชนิดสลายตัวที่อุณหภูมิสูง และสมบัติทางเคมีและกายภาพของการ เช่น อาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรดจะทำให้สารเคมีบางชนิดเช่น กรดเบนโซอิคมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
- การถนอมอาหารด้วยกรดอะซิติกในรูปของน้ำส้มสายชูเป็นวิธีที่ใช้กันมานานแล้ว เช่น การดองกระเทียม การดองขิง เป็นต้น เกลือของกรดอะซิติก เช่น โซเดียมอะซิเตต โพแทสเซียม-
อะซิเตต แคลเซียมอะซิเตต และโซเดียมไดอะซิเตต (sodium diacetate) เกลือเหล่านี้ใช้ในขนมปังและพวกขนมอบ เพื่อป้องกันมิให้ขนมปังเกิดการเน่าเสียโดยแบคทีเรียที่ทำให้เกิดเป็นเมือกหรือเป็นวุ้นเหนียว (ropiness) และป้องกันการเจริญเติบโตของรา แต่ไม่รบกวนยีสต์ในขนมปัง สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่นิยมใช้กรดอะซิติกและเกลืออะซิเตต ได้แก่ ซอสชนิดต่างๆ น้ำสลัด ผักดอง ผลิตภัณฑ์เนื้อ และผลิตภัณฑ์ปลา เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะช่วยเป็นวัตถุปรุงแต่งกลิ่นรสแล้วยังช่วยยืดอายุการเก็บของผลิตภัณฑ์ได้ด้วย ในผลิตภัณฑ์เนื้อและปลานั้นนอกจากจะช่วยทำลายแบคทีเรียชนิดที่ทำให้เกิดโรคและอาหารเน่าเสียทั่วๆ ไป แล้วยังช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตและสร้างพิษของเชื้อ Clostridium botulinum ด้วย และฤทธิ์ในการต้านจุลินทรีย์ จะเพิ่มขึ้นเมื่อพีเอชลดลง คุณสมบัตินี้คล้ายคลึงกับกรดไขมันอื่นๆ ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่มีการใช้เกลืออะซิเตต ได้แก่ ลูกกวาด แยม
เยลลี่ อาหารขบเคี้ยวและผลิตภัณฑ์อาหารเช้าเป็นต้น สำหรับอันตรายที่จะได้รับจากการบริโภคกรดอะซิติกนั้นค่อนข้างน้อย เพราะถ้าหากใส่มากเกินไปจะทำให้อาหารมีรสเปรี้ยวจัดเกินไปซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค ดังนั้น จึงมีการอนุญาตให้ใช้ตามความเหมาะสมกับอาหารแต่ละชนิด อย่างไรก็ตามสำหรับโซเดียมไดอะซิเตตนั้นตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขให้ใช้ในผลิตภัณฑ์ขนมปังได้ไม่เกิน 0.4 มิลลิกริมต่อกิโลกรัมของอาหาร

แถมอีกนิดหนึ่งครับ
เรื่อง bio technology นั้น
ผู้ที่จบสาขา จุลชีววิทยา จึงจะรู้จริงครับ
อย่างที่ผมบอกไว้แล้ว สูตรยานี้ ใช้ผสมผสานระหว่าง
ชีว เคมี ฟิสิกส์ ครับ ขั้นตอนการผลิตนั้นพิถีพิถันอย่างมาก
- สูตรไข่ดองนี้เป็นสูตรที่ใช้กันมาเป็นพัน ๆ ปี แล้วนะครับ
ไม่เคยขาดสายมาเลย
- สูตรการดองนั้นมี ดองด้วย เกลือ น้ำส้มสายชู ดองเหล้า ดองน้ำมูตร
การหมักการดองไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่ใช่เรื่องแปลก
เป็นศาสตร์ที่มีมานานแล้วครับ

กมฺมุนา วตฺตตีโลโก...สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
************************************
ปิดคอมเม้นท์ดีกว่า
ไข่เค้าก็กินกันทั่วโลก
น้ำส้มสายชูหมักเค้าก็กินกันทั่วโลก
เมื่อไข่มาหมักแล้ว กระอะซิติกก็ฆ่าเชื้อโรคได้
แต่เมื่อมันมีปัญหามากก็ขอปิดคอมเม้นท์ดีกว่า
ขอให้เชื่อตามคุณสง่า ดามาพงษ์
อุปนายกสมาคมโภชนาแห่งประเทศไทยและที่ปรึกษากรมอนามัย
ที่ออกมาเตือนถึงการกินไข่ดิบดองน้ำส้มสายชูหมักครับ
ปล่อยให้ผมบ้าไปผู้เดียวก็พอครับ
******************************
ขอให้ผู้อ่านอย่าได้หลงเชื่อผม
และอย่านำสูตรนี้ไปรักษาโรคใด ๆ ทั้งสิ้นครับ
และอย่าได้แสดงความคิดเห็นอะไรเพิ่มเข้ามาอีกครับ
และผมจะได้เอาเวลาตอบคำถาม ไปทำมาหากินครับ
วันนี้ขอพูดห้วน ๆ สั้น ๆ กระชับ ได้ใจความ
สวัสดีครับ

อายุ 26ค่ะ อยากลองกินเพราะอยากลดความอ้วน จะมีผลกระทบอะไรมั้ยคะ อยากขอคำแนะนำ ขอบคุณค่ะ

ผมคิดว่าคุณอาจจะมีปัญหาเรื่องเส้นเลือดอุดตัน เมื่อเจอไข่ไปช่วยจัดการกับแคลเซียมในเส้นเลือด ระยะแรกอาจจะรู้สึกแย่ลง น่าจะลองทานต่อ

เพิ่งลองทานได้ 6 วัน ลองมาหลายวิธี แต่คนผสมกับนมเปรีั้ยวดื่มรวดเดียว แล้วดื่มนมเปรี้ยวตามอีกนิดหน่อย ดื่มง่ายสุดอร่อยด้วย ขอบอก อิอิ

หยุดทานเลยค่ะ ดิฉันลองแล้ว แต่เดิมครอฯสูง 265 พอทานไข่เข้า30วันไปตรวจเลือด(งดยาลดครอฯ) 295 เกือบตาย หยุดทันทีนะคะ

วิธีทานไข่นี้ไม่ให้รู้สึกอยากอาเจียร:
เต๊าะไข่เปลือยภายในถ้วยน้ำพริกโดยใช้ส้อม เอาเยื่อไข่ออก เตรียมมะเขือเทศราชินีไว้ใกล้ตัว เอามือข้างหนึ่งบีบจมูก แล้วยกถ้วยขึ้นดื่ม ประมาณ 3-4 อึกก็หมด แล้วเคี้ยวมะเขือเทศราชินี 3-4 ลูก กลืนตามลงไป ปิดท้ายด้วยการบ้วนปาก

อีกวิธีคือเทน้ำผึ้งไว้ 1ช้อนโต๊ะ พอบีบจมูกและกลืนไข่หมดแล้วก็วางถ้วยไข่ แล้วทานน้ำผึ้งเข้าไปแล้วค่อยเลิกบีบจมูก

แสดงความคิดเห็น

Best Blogger TipsComment Options - You Can Add Images, Colored Text And Marquee Text To Your Comment.

Image - [im]Image URL Here[/im]
Colors - [co="red"]Comment Text Here[/co] - Change Red To The Color You Want.
Marquee - [ma]Comment Text[/ma]
Get This - Blogger Comment Script

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More

 
Best Blogger TipsBest Blogger Tips