ไข่ดองน้ำส้มสายชูหมัก

ยาอมตะชุด 1 รักษา เบาหวาน ความดัน หัวใจ เก๊าท์ อัมพฤกษ์ อัมพาต ปวดข้อ ไหล่ติด หมดความรู้สึกทางเพศ ทำให้หลอดเลือดสะอาด สร้างภูมิต้านทาน ใบหน้าอ่อนวัย ไม่มีสิว

นมบัวหิมะธิเบต หรือ คีเฟอร์

สรรพคุณ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง เพิ่มภูมิต้านทานต่อสู้กับเชื้อโรค ช่วยให้ตับ ม้ามแข็งแรง รักษากระเพาะ และลำไส้ รักษาอาการภูมิแพ้ แพ้อากาศ ทำให้ความดันเป็นปกติ ป้องกันการขยายตัวของมะเร็ง ช่วยละลายนิ่ว อุดมด้วยแคลเซียม ตามธรรมชาติ ฯลฯ

น้ำหมัก ผัก ผลไม้ สมุนไพร เพื่อสุขภาพ

ประโยชน์ของเอนไซม์ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง โดยน้ำหมักจะช่วยให้เซล์ต่าง ๆ แข็งแรง มีอายุยืน และให้พลังงานในการกำจัดเซลล์ที่ผิดปกติทันที ไม่ปล่อยให้ลุกลามเป็นเนื้อร้าย ทำหน้าที่ต่อต้านเชื้อโรคต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ลดคลอเลสเตอรอล ฯลฯ

น้ำชาหมักเพื่อสุขภาพ คอมบูชา

ช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น ลดอาการปวดศีรษะไมเกรน และโรคข้ออักเสบ ลดอาการผิดปกติของภาวะเมตาบอลิซึม ลดการเสี่ยงต่อการเป็นโรคเกาต์ เบาหวาน โรคเครียดและมะเร็ง ยับยั้งเชื้อที่ก่อโรคในระบบทางเดินอาหารหลายชนิด

สมุนไพรปราบมะเร็ง

รวบรวมสมุนไพรไทยที่พิฆาตมะเร็งได้จริง และสามารถปลูกเองได้ง่าย ๆ

วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2555

รายงานผล การทานไข่ดองน้ำส้มสายชูหมัก


ผมได้ทำน้ำหมักชีวภาพไว้แล้วตั้งแต่ 10 เดือนก่อน ทุกวันนี้ก็ยังทำเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากผลไม้หลาย ๆ ชนิด และยังหมักไว้หลายสูตร ที่หมักเพื่อเป็นเป็นน้ำส้มสายชูโดยเฉพาะก็มี ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องไปซื้อน้ำส้มฯ เอาของที่มีอยู่นี่แหละ เดี๋ยวมาลองดูกัน ว่า อีตาคนเขียนบล็อกนี้ จะตายเพราะยาตัวเองหรือไม่
ก่อนอื่น ก็ต้องคัดเลือกน้ำหมัก ผมเลือกใช้ถังที่เปรี้ยวมาก เปรี้ยวจนบาดคอ แสดงว่ามีกรดอะซิติกหรือกรดน้ำส้ม  ตามสูตรท่านให้ใช้น้ำส้มฯ 4.2 – 5 เปอร์เซ็นต์ ผมไม่มีเครื่องวัด จึงอาศัยการสังเกตุดูว่าสามารถทำให้ไข่เกิดฟองก๊าซทันทีได้หรือไม่แค่นั้น ซึ่งเป็นวิธีเช็คแบบทันสมัยและเป็นธรรมชาติสุด ๆ  (บ้านนอกก็ไม่ว่า:คนอ่าน)
เมื่อได้น้ำหมักแล้ว ก็หา ไข่เบอร์ 3 เตรียม โหล แล้วเริ่มเลย let’s go

ผมจะทานไปเรื่อย ๆ จะเป็นหนูทดลองเอง และจะบรรยาย รสชาด สรรพคุณ และผลข้างเคียงไปพร้อม ๆ กัน เลย เผื่อว่าคนที่สนใจ แต่ยังกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่ จะได้ใช้เป็นข้อมูลเพิ่มเติม

ชุดที่ 1
1. ผมนำน้ำส้มสายชูหมักจากกล้วยซึ่งหมักไว้ประมาณ 7 เดือน
มาดองไข่  ชุดแรก 6 ฟอง สาเหตุที่ดองแค่ 6 ฟอง เพราะว่า ถ้าดอง 8-10 ฟอง
รู้สึกว่า ไข่ช่วงหลัง ๆ รสชาดมันแย่มาก เหมือน ๆ จะเน่า
และอีกอย่าง มันพอดีกับโหล และถ้วยที่เรามีอยู่ด้วย ไม่ต้องเสียเงินซื้อใหม่


2. โฟกัสดูใกล้ ๆ สังเกตเห็นฟองขึ้นทันทีหลังจากที่เติมน้ำส้มฯลงไป
3. หลังจากที่ดองได้ 5 วันแล้ว จึงนำไข่มาทาน  โดยเลือกไข่ฟองที่รู้สึกนิ่มที่สุดออกมาทานก่อน ตอนที่ล้างไข่นั้น  เปลือกไข่ยังไม่สามารถล้างออกได้หมด  ต้องรอถึงวันที่ 8 จึงจะลอกเปลือกออกได้หมด ไม่เป็นไร ล้างเสร็จ เทใส่ถ้วย แล้วใช้ไม้จิ้มฟันจิ้ม เอาเปลือกไข่ทิ้งไป จะเหลือไข่แดงกับไข่ขาว  ไข่แดงรสชาด ดีหน่อย ส่วนไข่ขาวนั้น รสออกขม ๆ และเปรี้ยว ๆ นิด ๆ ทานแล้ว บีบมะนาวตบท้ายหน่อย ก็ โอเค
4. ผมปฏิบัติตามข้อห้ามอย่างเคร่งครัด  คือ ไม่ดื่มน้ำเย็น หาอะไรทำไปพลาง ๆ หลังจาก ทานไป 2-3 ชม. และดื่มน้ำตลอดทั้งวัน
5. วันแรก อาการทั่วไป ก็ปกติทุกอย่าง บางคนบอกว่ามึนหัว  ผมก็ไม่เป็น  บางคนบอกว่ามันปวดไปหมด ผมก็ไม่เป็น บางคนบอกว่าไข้ขึ้นเลย ผมก็ไม่เป็น ผมเป็นโรคกระเพาะอยู่ก็ไม่แสบกระเพาะ ทุกอย่างเป็นปกติอยู่
6. เมื่อทานไป 2-3 วัน รู้สึก ความง่วงเวลากลางวัน ลดลงไปเล็กน้อย  มีการกระตุ้นพลังทางเพศเล็กน้อย



ชุดที่ 2
1. เมื่อชุดแรกหมดไป แล้ว ก็ดองชุดที่ 2  ซึ่งผมดองตั้งแต่เริ่มทานฟองแรกของชุดแรก
โดยดองกับน้ำส้มสายชูหมักจากสับปะรดที่หมักไว้ประมาณ 4 เดือน แต่ยังไม่เปรี้ยวเท่าชุดแรก

ทดสอบ  ใส่ไข่ลงในแก้ว แล้วเทน้ำส้มฯ ลงไป เกิดฟองขึ้นทันที โอเค น่าจะใช้ได้



2. ไข่ฟองนี้ ดองได้ ประมาณ 8 วัน ล้างน้ำจนเปลือกไข่หลุดออกหมด เหลือแต่เยื่อยุ้ม
มองเห็นไข่แดงเลย

3. จิ้มไข่ซะเลย อิอิ  รู้สึกว่าไข่แดงจะจับตัวแข็งเป็นก้อน
4. สรุปผลการทานชุดที่ 2  รสชาดก็แตกต่างจากชุดแรกเพราะดองด้วยน้ำส้มฯสับปะรด แต่ก็คล้าย ๆ กัน คือไข่แดง จะกินง่าย ออกมัน ๆ แต่ไข่ขาวรสมันขม ๆ ปะแล่ม ๆ
ผลในชุดที่สองนี้ ก็เหมือนชุดแรก 



ชุดที่ 3
ไข่ดอง ชุดที่ 3 หมักจากน้ำส้ม กล้วย ผสม สับปะรด   ดองประมาณ วันที่ 8 
เปลือกไข่บางส่วนยังออกไม่หมด


เจาะเปลือกออก ไข่แดง กลม จับกันเป็นก้อน


     ผลการทาน ชุดที่ 3 ก็เหมือนกับชุด 2 ไม่มีอะไรต่างกัน  จากที่ได้ลองทาน มา 3 ชุด จึงพอสรุปสำหรับตัวผมเองได้ว่า ไม่มีผลข้างเคียง ถ้าทำตามสูตร หรือมีก็น้อยมาก จนแทบไม่รู้สึกอะไร การขับถ่ายก็เป็นปกติดี แต่บางท่านอาจทานแล้วมีผลข้างเคียงมาก คงเป็นเพราะมีโรคภายในอยู่มาก อาจจะมีการขับพิษออกบ้าง ซึ่งแต่ละคนคงจะไม่เหมือนกัน

      ส่วนในด้านการรักษาโรคผมนั้น ผมมีโรคประจำตัวเล็กน้อย คือโรคภูมิแพ้  โรคกระเพาะ และมีโรคเส้นเล็กน้อย ก็ไม่มีปัญหาอะไรกับโรคประจำตัว
  1. โรคภูมิแพ้และเป็นหวัดง่ายเป็นโรคประจำตัวที่เป็นมาตั้งแต่เกิด ก็เป็นปกติ ไม่กำเริบ เพราะผมทานนมบัวหิมะธิเบตอาการก็ดีขึ้นมากแล้ว บางวันก็หยุดเอาแช่ตู้เย็นไว้ แล้วเปลี่ยนมาทานน้ำเอนไซม์บ้าง มาช่วงนี้ก็งดหมด เพื่อมาทานไข่ดองฯ เพื่อจะลองดูผลข้างเคียงของมัน
  2. โรคกระเพาะที่เป็นอยู่ก็ไม่กำเริบอะไร เพราะธรรมดา จะปวดท้องช่วงตอนเย็น แทบทุกวันพอดี ช่วงเดือนที่ผ่านมา ได้ไปประเทศอินเดีย ได้ยามากิน เป็นน้ำมันสะระแหน่ชนิดแคปซูลกลม ๆ อาการก็ไม่กำเริบตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แม้จะทานไข่ดองฯ อาการก็ไม่กำเริบ
  3. เป็นโรคเส้น รู้สึกมันขัด ๆ พาดมาตั้งแต่หลังขึ้นมาไหปลาร้าและวิ่งลงไปที่หน้าอก มันเป็นไม่มาก เกิดจากการหกล้ม เมื่อ 8 ปีก่อน  จึงลองทานไข่ดองฯและทำกายภาพบำบัดด้วย ผลหลังจากทานก็รู้สึกว่าไม่มีอาการปวดกำเริบขึ้นมา
  4. ผมเป็นความดันผมต่ำเล็กน้อย เมื่อทานไข่ดองฯแล้ว วัดดูก็เพิ่มขึ้น คือ 118/74 ก่อนทานจะอยู่ในช่วง  114/71  ประมาณนี้  มันไม่แน่นอนในการวัดแต่ละครั้ง
  
           บางท่านอาจจะผิดหวัง เพราะว่าผมไม่ได้พรรณนาสรรพคุณของยาซักเท่าไหร่ เลย ก็เพราะว่าผมไม่ได้เป็นโรคอะไรเกี่ยวข้องชัดเจน  เช่น เบาหวาน ความดัน หรือโรคหัวใจ จึงบอกผลไม่ได้ แต่ผมขอรับรองความปลอดภัยในเบื้องต้นได้ สำหรับผู้ที่ไม่เป็นโรคไตหรือโรคตับแล้ว ผลข้างเคียงมีน้อยมาก ครับ มันยากก็ตรงรสชาดนี่แหละครับ บางคนทานไปฟองเดียวเลิกเลย สำหรับท่านที่มีประสบการณ์ในการทานไข่ดองฯ ขอเชิญแสดงความคิดเห็นได้นะครับ


มารายงานผลต่อครับ วันที่ 30 มีนาคม 2555
ชุดที่ 4

ชุดนี้ดองไข่จากน้ำส้มสายชูหมักจากกล้วย
ดองตั้งแต่ วันที่ 27 มีนาคม 2555
จนครบกำหนด 5 วัน ก็จะเริ่มรับประทานฟองแรก





น้ำส้มสายชูหมักจากกล้วย ซึ่งผมได้หมักไว้ประมาณ 4 เดือน
โดยหมักในถัง 2 เดือน จนเมื่อกล้วยจมก้นถังแล้ว ผมดูดน้ำมา
หมักในถุงพลาสติก อีก 2 เดือน รวมเป็น 4 เดือน
จึงได้น้ำกล้วยใส ๆ สีอำพัน อย่างที่เห็นนี้แหละครับ
ชุดนี้เป็นสีอำพัน เพราะใช้น้ำตาลทรายแดงธรรมดา
ส่วนชุดแรก ที่ออกสีน้ำตาล เพราะใช้น้ำตายอ้อย (brown sugar)
รสชาดนั้นเปรี้ยวมากครับ แต่ยังไม่มากเท่าชุดแรก และยังมีกลิ่นแอลกอฮอลล์เล็กน้อย
แต่แปลกที่ว่าเปรี้ยวน้อยกว่า แต่ว่าละลายเปลือกไข่ได้ดี
ซึ่งบ่งบอกว่าน้ำส้มที่ผมหมักเองนั้นมีคุณภาพดี เหมาะจะนำมาดองไข่ (ขี้คุยจัง:ผู้อ่าน)





 ไข่ฟองแรกของชุดนี้เมื่อล้างเปลือกแล้ว ยังเหลือรอยเล็กน้อย





หลังจากเจาะเปลือกไข่แล้ว ก็ได้ไข่ขาวและไข่แดง
สีสวย ๆ ดังที่เห็นครับ ครั้งนี้รู้สึกว่าจะทานง่ายกว่าที่ผ่าน ๆ มา
เพราะมีกลิ่นแอลกอฮอลล์เล็กน้อย
ช่วยดับกลิ่นคาวของไข่ขาวได้บ้าง
ไข่แดงรสชาดมัน ๆ ดี ผมชอบทานนะ
ส่วนไข่ขาวก็ออกขม ๆ เปรี้ยวนิด ๆ ทานยากหน่อย
ถ้าใครมีมะนาวตบท้ายคงจะดีไม่น้อย

ผลการทานก็เหมือน ๆ เดิม แต่รู้สึกพะอืดพะอมเล็กน้อย
และตอนเย็นรู้สึกจะ มีปวด ๆ กล้ามเนื้อเล็กน้อย ไม่รู้ว่า
อุปาทาน หรือเกี่ยวกันรึเปล่า เพราะอาการมันน้อยมาก
คล้าย ๆ อาการของคนเริ่มเป็นไข้

โดยรวมก็เป็นปกติดีครับ  แต่รู้สึกว่าเมื่อเช้าการขับถ่ายจะดีมาก
มาเป็นขบวนเดียว รวดเดียว ไม่มีขาดตอน สีสันก็ออกเหลือง ๆ ดี
อิ อิ... (จะบอกอะไรละเอียดขนาดนั้น:ผู้อ่าน)






วันที่ 2 มีนาคม 2555
มาเริ่มต่อครับ ฟองนี้เป็นใบ 2 ของชุดที่ 4
แค่ล้างน้ำยังไม่ทันถูเปลือกก็จะหลุดหมดอยู่แล้วครับ
แสดงว่าน้ำส้มที่ผมหมักเองนี้คุณภาพดีจริง ๆ (คุยอีกแล้วตานี่:ผู้อ่าน)





ถูเบา ๆ ก็หลุดหมด สีสวย นุ่ม นิ่ม ดี
แต่ต้องประคองหน่อย เดี๋ยวจะแตกเสียก่อนที่จะได้เจาะไข่แดง !อิอิ!





เอาไม้จิ้มฟัน เจาะเปลือกไข่ (ก็เห็นอยู่จะบอกทำไม:)ผู้อ่าน






จะได้ไข่สีสวย ๆ  ดังนี้ครับท่าน




บีบมะนาว แต่งรสชาดซักหน่อย




อ้า..อ้า..อ้าม..อ้ำ...เอื๊อก!!


น้ำส้มสายชูหมักที่หมักเองนั้น มักจะมีกรดที่เป็นประโยชน์หลายชนิด
เช่นกรดแลคติค กรดอะซิติก และผ่านการหมักมานานซึ่งไม่เหมือนกับน้ำส้มที่ขายทั่วไป ที่เร่งการหมัก ภายในอาทติย์สองอาทิตย์ และน้ำส้มที่เราหมักเองนั้นไม่ผ่านการต้มฆ่าเชื้อ ดังนั้นทำให้สารอาหารต่าง ๆ มีโมเลกุลเล็กซึมเข้าเซลล์ได้ดี แต่ก็มีข้อด้อยกว่าตรงที่ใช้จุลินทรีย์จากธรรมชาติ ทำให้กรดน้ำส้มอาจจะน้อยกว่าที่วางจำหน่ายทั่วไป คือมีข้อดีและข้อเสียต่างกันไป 
            ผมรับประทานไข่แดงก่อน รสชาด ก็ มัน ๆ ดี ทานง่ายครับ
ที่เหลือก็ไข่ขาว ก็ทานไม่ยากแล้วครับ สงสัยจะเริ่มชิน ใช้มะนาวช่วยก็ดีขึ้น
ช่วยแก้ไขรสขมและกลิ่นคาว  ๆได้ดีครับ วันนี้บีบมะนาวลงไป
จึงไม่รู้สึกพะอืดพะอมเหมือนเมื่อวาน  แต่รู้สึกแสบท้องจากมะนาวเล็กน้อยครับ
อาการทั่วไปก็ปกติดีทุกอย่างครับ



วันที่ 3 มีนาคม 2555
รายงานต่อครับ ฟองนี้เป็นใบ 3 ของชุดที่ 4
วันนี้รวมรูปเข้าด้วยกันเลย เพื่อง่ายต่อการอัพโหลด และเพื่อความเป็นหมวดหมู่ครับ
สาเหตุที่ผมต้องการโชว์รูปให้หมด ทั้ง ๆ ที่ซ้ำ ๆ กัน ในแต่ละวัน ก็เพื่อให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนครับ เพราะการหมักในชุดที่ 4 นี้รู้สึกว่า จะให้ผลดี ทั้งในแง่ของ รูปลักษณ์ รสชาด และสรรพคุณครับ

1. ไข่ที่ดองไว้ แค่เพียงล้างน้ำ เปลือกก็หลุดออกหมดแล้ว
2. ถึงจะใช้มือถูลออกเปลือกออก ก็แทบไม่มีผลอะไร เพราะแค่น้ำล้างเปลือกก็ออกหมดแล้ว
3. เจาะไข่ใส่ถ้วย
4. บีบน้ำมะนาวใส่ เพื่อลดความขมและคาว มะนาวแพงกว่าไข่อีกครับ !!
5. จัดการรับประทานไข่แดง รู้สึกว่า จะจับตัวเป็นก้อนเพิ่มขึ้น 
6. ที่เหลือก็เป็นไข่ขาว ที่บีบน้ำมะนาวใส่

ผล ของการรับประทาน ก็รู้สึกรสชาดดีขึ้นครับ สงสัยทานจนชินแล้ว ตอนทานไข่แดงก็อร่อยดีครับ มัน ๆ เปรี้ยว ๆ ผมชอบ ส่วนไข่ขาว ก็ทน ๆ เอาครับ  มันขม ๆ เปรี้ยวหน่อย ๆ 
ตั้งแต่ ทานมารู้สึกว่า การขับถ่ายดีขึ้นครับ ตี 5 ครึ่ง ทุกวัน ซึ่งสรรพคุณนั้น ผมคิดว่า เกี่ยวข้องกับน้ำส้มสายชูที่ใช้ด้วยว่าหมักจากอะไร ส่วนด้านอื่น ๆ นั้นก็เหมือนเมื่อวันก่อน ๆ ครับ ผลข้างเคียงอะไรก็ไม่มีครับ ร่างกายทั่วไปปกติดีทุกอย่างครับ

 ไข่ดอง






วันที่ 4 มีนาคม 2555
รายงานต่อครับ ฟองนี้เป็นใบ 5 ของชุดที่ 4

1. ล้วงไข่ขึ้นมาแล้วเอามาล้างเหมือนเดิม
2. ไข่ดอง คล้าย  ๆ ดราก้อนบอลเลย
3. รู้สึกว่าไข่แดงจะจับกันเป็นก้อนกลมขึ้น
4. อันนี้เป็นไข่ขาวครับ

ผลของการรับประทาน ก็รู้สึกว่าไข่แดงจะกลมขึ้น ส่วนผลนั้นก็เหมือน ๆ เดิม และเริ่มรู้สึกว่า การทานไข่ดอง  มันจะเป็นปกติเรื่องปกติเสียแล้ว ไม่ได้มีความยากลำบาก และผลกระทบใด ๆ ต่อชีวิตทั้งสิ้น

ผลที่ได้จากการทานไข่ดอง สำหรับตัวผมเอง
1. ระบบขับถ่ายดี
2. ระบบเลือดดี สังเกตดูจากเล็บจะเป็นสีชมพู
3. ภูมิแพ้ ซึ่งจะมีคัดจมูกเวลาเช้า ดีขึ้น
4. กลางวันกระฉับกระเฉงขึ้น เล็กน้อย

ไข่ฟองนี้เป็นฟองสุดท้ายของชุดนี้แล้ว และผมยังไม่ได้ดองอีก เพราะจะกลับไปเลี้ยงนมบัวหิมะธิเบตซักพักนึงก่อน แช่ไว้ในตู้เย็น 2 อาทิตย์แล้ว กลัวจะตายเสียก่อน แล้วมีโอกาสหน้า ผมจะกลับมารายงานใหม่ ครับ ช่วงนี้ จบแค่นี้ก่อนนะครับ




Chicken ball   อิอิ..
รูปแต่งน่ะครับ ดูขำ ๆ




วันศุกร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2555

ตอนที่ 3 โรคระบบย่อยอาหาร

น้ำส้มสายชูหมัก รักษา 100 โรค 
ตอนที่ 3  โรคระบบย่อยอาหาร


อาการปวดบริเวณกระเพาะอาหาร
สูตร ขิง กระเทียม น้ำส้มสายชู
ส่วนประกอบ
ขิงสด  กระเทียม  อย่างละ 100 กรัม  น้ำส้มสายชู  500 มิลลิลิตร
วิธีทำและวิธีใช้
ล้างขิงสดให้สะอาด  หั่นเป็นชิ้น ๆ กระเทียมทั้งหัวปอกเปลือกออกเอาทั้ง 2 อย่างลงแช่ในน้ำส้มสายชู ปิดฝาให้สนิท  ดองทิ้งไว้ 1 เดือน ขึ้นไป เสร็จแล้วนำกระเทียมและขิงดองมารับประทาน พร้อมทั้งดื่มน้ำดองตามไปด้วยเล็กน้อย
ใช้กับโรค : ปวดบริเวณกระเพาะอาหารที่มีลักษณะหนาวสั่น ต้องการความอบอุ่นและปวดตามตัวต้องการการบีบนวด สำหรับผู้ที่มีกรดในกระเพาะอาหารมากเกินไป ไม่ควรใช้วิธีการรักษาวิธีนี้

ท้องร่วงเรื้องรัง
สูตรน้ำส้มสายชูกับไข่ไก่
ส่วนประกอบ
น้ำส้มสายชู 100 มิลลิลิตร  ไข่ไก่ 2 ฟอง
วิธีทำและวิธีใช้
ใช้หม้อกระเบื้องหรือหม้อดิน ใส่น้ำส้มสายชูนำไปต้ม ตอกไข่ไก่ใส่ ต้มจนสุก เสร็จแล้วนำมารับประทานทั้งไข่และน้ำส้มสายชูครั้งเดียวจนหมด หากไม่หายก็ทำรับประทานใหม่อีกครั้ง
ใช้กับโรค : อาการท้องร่วงเรื้อรัง

โรคปวดท้อง 
ที่เกิดจากกระเพาะอาหาร ม้าม อ่อนแอ
สูตรกระเทียม น้ำส้มสายชู เหล้าขาว

ส่วนประกอบ 
กระเทียม 1,500 กรัม  น้ำส้มสายชู เหล้าขาวพอประมาณ
วิธีทำและวิธีใช้
แกะกระเทียม ใส่ลงในเหล้าขาวและน้ำส้มสายชูในปริมาณเท่า ๆ กัน ดองทิ้งไว้ประมาณ 10 วัน แล้วนำมารับประทานเมื่อมีอาการปวดท้อง วันละ 3-5 กลีบ ติดต่อกันประมาณ 1 อาทิตย์
ใช้กับโรค : กระเพาะอาหาร ม้าม อ่อนแอ  มีตะคริวเกิดขึ้นบริเวณหน้าท้องจากอากาศที่หนาว ปวดท้องเมื่อมีอากาศหนาว ท้องอืด รับประทานอาหารได้น้อย

สะอึก
สูตรน้ำส้มสายชูหยุดสะอึก
วิธีใช้
ใช้น้ำส้มสายชูประมาณ ครึ่งแก้วมาดื่ม โดยค่อยดื่มลงไปทีละนิด ๆ
ใช้กับโรค : สะอึกที่เกิดจากอากาศหนาว ลมติดขัด

วันพุธที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2555

น้ำส้มสายชูหมัก รักษา 100 โรค ตอนที่ 2 โรคระบบทางเดินหายใจ



น้ำส้มสายชูหมัก รักษา 100 โรค ตอนที่ 2 
โรคระบบทางเดินหายใจ

โรคหวัด
 โรคหวัดเกิดจากอากาศเปลี่ยนแปลงและร่างกายสูดอากาศที่เปลี่ยนแปลงนั้นเข้าไป หากร่างกายไม่มีความแข็งแรงพอ ประกอบกับได้รับเชื้อไวรัสเข้าไปด้วย จึงทำให้เกิดโรคหวัดขึ้นได้ ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะคือ โรคหวัดที่เกิดจากอากาศหนาวหรือลมหนาว และโรคหวัดที่เกิดจากอากาศร้อนหรือลมร้อน
โรคหวัดที่เกิดจากอากาศร้อนหรือลมร้อน คนไข้จะมีอาการตัวร้อนสลับกับหนาวเล็กน้อย หรือมีเหงื่อไหล ปวดหัว คัดจมูก เสมหะขุ่นข้น คอแห้ง คออักเสบ ไอ เสมหะมีสีเหลืองข้นเหนียว
โรคหวัดที่เกิดจากอากาศหนาวหรือลมหนาว คนไข้จะมีอาการคัดจมูก เสียงแหบเปลี่ยน มีจามบ่อย ๆ น้ำมูกไหล ไอ คันคอ เสมหะมาก แต่ไม่ข้นใส ตัวร้อนสลับหนาว ปวดหัว ปวดเมื่อยตามร่างกาย แต่เหงื่อไม่ออก

สูตรน้ำส้มสายชูกับขิง กระเทียม รักษาโรคหวัด
ส่วนประกอบ
น้ำส้มสายชู 500 มิลลิลิตร  ขิงสด 100กรัม  กระเทียมสด 100 กรัม
วิธีทำและวิธีใช้
ล้างขิงสด กระเทียมให้สะอาด  หั่นเป็นแผ่นบาง ๆ ใส่ลงไปในกระปุก หรือขวดโหล เติมน้ำส้มสายชูลงไปให้มิด ปิดฝาให้สนิท ดองแช่ไว้ 1 เดือนขึ้นไป หากรู้สึกเป็นหวัดก็นำมารับประทานร่วมกับอาหาร หรืออาจดื่มน้ำดองขิงกระเทียม ครั้งละประมาณ 10 มิลลิลิตร วันละ 2-3 ครั้ง
ใช้ป้องกัน  และรักษาโรคหวัดที่กำลังระบาด หรือโรคทางเดินหายใจอื่น ๆ

โรคไอ
ไอเป็นโรคที่เกิดจากปอดไม่ปกติ ซึ่งพบได้บ่อย มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในที่มีอาการบอบช้ำ นำมาซึ่งอาการปอดอักเสบหรือปอดไม่สามารถหายใจเอาอากาศเข้าออกได้อย่างปกติ ในยามที่อากาศในปอดหวนขึ้นมาข้างบน จึงเกิดอาการไอเกิดขึ้น อาการไอที่เกิดจากปัจจัยภายนอก เช่นเกิดจากลม อากาศหนาว ร้อน ชื้น แห้ง หรือร้อนไฟ หกตัวร้ายนี้ที่มีส่วนเข้าไปทำลายปอด อาการไอที่พบบ่อย ๆ มักจะควบคู่กับอาการคัดจมูก เสียงแหบ ปากแห้ง คันคอ หรืออาการไอที่มีอาการแน่นหน้าอก เสียงแหบ มีอาการหนาวสั่นควบคู่ด้วย หากการไอมีอาการหนัก มีเหงื่อออก ปัสสาวะกระปิดกระปอย ปวดตามข้อ หรือไอแห้งไม่มีเสมหะ หรือเสมหะเหนียวติดคอออกมาได้ยาก คันคอ ปากแห้ง จมูกแห้งร้อน หรือมีเสมหะเหนียวข้นออกยาก มีเลือดปน ปากแห้ง คนไข้จะรู้สึกกระวนกระวายใจ หรือรำคาญตนเอง
หรืออาการไอที่เกิดจากอาการเจ็บภายใน เกิดจากความอ่อนแอของปอด หรือเกิดจากอวัยวะอื่นไม่ปกติ กระทบกระเทือนไปถึงปอด อาการที่พบคือเวลาไอจะมีเสมหะมาก หากมีเสมหะออก มาการไอก็จะหยุด เวลาไอจะรู้สึกเจ็บบริวเวณสีข้างและหน้าอก มีเหงื่อออกเอง ไม่มีแรง และจิตใจร้อนรนหรือรำคาญใจ
อาการไอ จากการวินิจฉัยของแพทย์แผนปัจจุบัน มักเกิดจากโรคติดต่อทางเดินหายใจ โรคหลอดลมอักเสบฉับพลันเรื้อรัง และอาการปอดอักเสบ เป็นต้น
สูตรน้ำส้มสายชูกับกระเทียม รักษาอาการไอ
ส่วนประกอบ
กระเทียมสีม่วง 30 กรัม น้ำส้มสายชู 6 มิลลิลิตร
วิธีทำ
แกะเปลือกกระเทียมออกเหลือแต่เนื้อ แล้วทุบหรือโขลกให้แหลก แล้วนำมาใส่ลงในหม้อต้มกับน้ำส้มสายชู ใช้เวลาพอประมาณ นำมาดื่มหลังอาหาร วันละ 1 ครั้ง ก็จะสามารถลดอาการไอลงได้

อาการหอบ
สูตรน้ำส้มสายชู น้ำตาลทรายแดง กระเทียม รักษาอาการหอบ
ส่วนประกอบ
น้ำส้มสายชู น้ำตาลทรายแดง กระเทียม
วิธีทำและวิธีใช้
เอากระเทียมทั้งลูก แช่ดองลงไปในน้ำส้มสายชู เติมน้ำตาลทรายแดงลงไป เมื่อดองได้ 1 อาทิตย์ ให้นำกระเทียมออกมารับประทานครั้งละ 1 -2 กลีบ ทุกวันตอนเช้าเมื่อตอนท้องว่าง และดื่มน้ำส้มสายชูที่ดองไว้นั้นเล็กน้อย รับประทานอย่างนี้ติดต่อกันเป็นเวลา 10-15 วัน
ใช้กับโรค หลอดลมขนาดเล็กอักเสบ และอาการหอบ

วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

รักษา สิว และมะเร็ง ด้วย นมบัวหิมะธิเบต และแฟลกซ์ซีด



      ผู้เขียนบล็อคได้พบบทความ ในการรักษาสิว และมะเร็ง อย่างง่าย ๆ  จึงขอนำมาฝาก ตามสไตล์เดิม คือถ้ามีบทความไหนที่มีผู้ได้ทำไว้แล้ว ก็จะก็อปปี้มา และใส่ลิ้งค์ของที่มา และลิ้งค์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เนื้อหามีความสมบูรณ์ ในแง่ของ สรรพคุณ หลักการทำงานของยา ผลงานวิจัยที่สนับสนุน  และวิธีรักษา

 Dr. Johanna Budwig ซึ่ง เป็นผู้ที่ทำการวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไขมันและมะเร็ง และที่รู้สึกทึ่งคือ ดร.คนนี้ได้ใช้วิธีการเหมือนกับที่เราใช้รักษาสิวกันนี้ คือ หลัก น.ส. 4 อ. ร่วมกับการกิน flaxseed oil พร้อมกับโปรตีนหรือโยเกิร์ต (อาหารโปรตีนสูง) แล้วทำให้คนไข้มะเร็งระยะสุดท้ายที่หมอบอกว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่ชั่วโมง

         เธอก็เอาคนนั้นมารักษาด้วยวิธีของเธอ ปรากฎว่าคนไข้ดีขึ้นภายใน 3 วันและไม่ตาย ผลงานวิจัยของเธอนั้นบอกว่า เธอได้ตรวจตัวอย่างเลือดของคนหลายพันคน และได้ข้อสรุปมาว่า

"คนที่มีสุขภาพดีจะมีโอเมก้า 3 มากกว่าคนที่ป่วย"

แล้วเกี่ยวยังไงกับเรา?
ยังไม่ขอลงรายละเอียดที่นี่นะคะ แต่จะขอยกเคสที่เค้าเอามาโพสต์ในกระทู้เรื่องสิว ที่ว่ากินบัวหิมะ ร่วมกับ Flaxseed oil แล้วทำให้สิวหาย

ต้นฉบับ
     Caucasian Kefir, a natural, God given, pro-biotic drink (which you ferment yourself with
the Kefir culture grain in milk, so it's dirt cheap!!) to fix skin problems and many many more ailments from the inside out.
It will treat acne much faster than Roaccutane, and has no known side effects, you can't beat nature!!! Search the internet for "Caucasian Kefir." Some people give it away free if you can't find it free search at ebay or other online sites that sell it.
      Here is a testimonial Posted: Sat Dec 01, 2007 5:03 am Post subject: Acne gone in three weeks, wow!!
      I'm 49 years old and developed acne in my early 40's. My son had acne as a teenager and went on roaccutane (horrific drug).
      It cured his acne, but I certainly wouldn't recommend it.
      My daughter had serious cystic acne and wanted to go on roaccutane as well recently, which I was very much against, but she is 20 years old and has suffered for years.
      It has scarred her back, chest, her upper arms, and of course her face. I couldn't understand why we had this problem, because we have the perfect diet (I thought).
      I was diagnosed with stage four breast cancer five years ago and we did a drastic change of diet, as in extreme healthy.
       Also, there is no history of skin disorders on either side of the family. The skin problems, however, persisted.
Four months ago I started making kefir with kefir grains that I bought on the internet... if you google you will find several suppliers. Also some people will send them for free.
I happened to start taking Udo's oil and fish oil at the same time. It was a coincidence. My skin was clear within three weeks.
I had to persuade her to use the kefir and flx oil/fish oil combination. She's used to me trying out all sorts of combinations over the years.
My daughter had just finished a course of antibiotics for her skin (very much against my wishes as I think that in most cases antibiotics are a waste of time and dangerous to boot), and was clamouring for the roaccutane.
 Finally she gave in and within three weeks (NOT kidding here, it happened so fast, just like for me) she was clear. We drink the kefir and take the oils at the same time.
I looked up 'Kefir Flax oil' in google and came up with Dr. Johanna Budwig, who was a German scientist who claimed to cure cancer with a flaxseed/quark (kefir, cottage cheese...) combination.
 It sounds far-fetched but actually she was nominated for a noble prize six times. Alot of info on good fats/oils was discovered by her.
 On top of clearing our skin beautifully (no lumps, bumps, irritations of any kind... we have great energy.
This has worked for us and I wanted to share it.
From Barry Hilton who has been using Kefir for many years. Acne and Excema Treatment:
Caucasian Kefir cultured milk instructions:
LEAVE CRUST (which forms) dry and do not remove at night. Clean off the following morning.
Even some cases of severe excema heals after 4 days and you will be amazed how quickly it will treat Acne. (18/24 hrs fermented Kefir Culture Milk).


แปล
           บัว หิมะคอเคเซียน เครื่องดื่มจุลินทรีย์ธรรมชาติที่สวรรค์ประทานมา (ที่หมักได้เองด้วยเชื้อบัวหิมะในนม ถูกมาก) เพื่อรักษาโรคผิวหนังและโรคอื่น ๆ จากภายใน มัน รักษาสิวได้เร็วกว่าโรแอคคิวเทน เสียอีก และไม่มีผลข้างเคียงด้วย คุณสู้ธรรมชาติไม่ได้หรอก!! ค้นหาในอินเตอร์เน็ตด้วยคำว่า "บัวหิมะคอเคเซียน" คุณจะพบว่าบางคนก็แจกจ่ายมาฟรี ๆ หรือถ้าหาไม่ได้ ก็ไปที่อีเบย์หรือเว็บไซท์อื่น ๆ ที่เค้าขายกันก็ได้

        นี่เป็นคำยืนยันจากการใช้ โพสต์เมื่อเสาร์ที่ 1 ธันวาคม 2007 เวลาตี 5:03 หัวข้อ สิวหายใน 3 สัปดาห์   ว้าว!!
      ฉันอาุยุ 49 ปีและเริ่มมีสิวเมื่อฉันเริ่มเข้าสู่วัย 40 ลูกชายของฉันก็มีสิววัยรุ่น และกินโรแอคฯ (ยายอดแย่)มันก็ช่วยเรื่องสิวของเค้านะ แต่ฉันไม่แนะนำแบบนั้นแน่ ๆ ลูก สาวของฉันมีปัญหาสิวหนองอย่างรุนแรงและกินโรแอคฯเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งฉันต่อต้านมาก ๆ แต่ตอนนี้เธออายุ 20 ปีแล้วและก็ทรมานกับมันมานาน มันทำให้ หลัง แขนส่วนบน และหน้าเป็นรอยแผลเป็น ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพวกเราถึงมีสิว เพราะเรากินอาหารที่ดีต่อสุขภาพมาก ๆ (ฉันคิดว่างั้นนะ)

            ฉัน ถูกวินิจฉัยเมื่อห้าปีก่อนว่าเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ 4 และหลังจากนั้น พวกเราก็เปลี่ยน รูปแบบการกินโดยสิ้นเชิงมาเป็นแนวสุขภาพมาก ๆ และในประวัติครอบครัวของเราก็ไม่มีใครเป็นสิวด้วย แต่ถึงอย่างนั้น ฉันและลูก ๆ ก็ยังคงมีสิวอยู่  สี่ เดือนที่แล้ว ฉันเริ่มกินบัวหิมะที่ซื้อมาจากอินเตอร์เน็ต...ถ้าหากคุณกูเกิ้ลดู คุณจะเจอซัพพลายเออร์หลายเจ้ามาก ๆ และบางคนก็ไม่คิดเงิน และ ฉันก็เริ่มกินน้ำมันอูโด (บีมคิดว่าเป็นน้ำมันที่ถือว่าเกรดดีต่อสุขภาพมาก ๆ สำหรับฝรั่งนะคะ เห็น Seppo ก็พูดถึง) และก็กินน้ำมันปลาในเวลาเดียวกัน มันบังเิอิญมากค่ะ สิวของฉันหายใน 3 สัปดาห์  ลูก สาวของฉันพึ่งจะกินยาปฏิชีวนะครบโดส (ฉันไ่ม่อยากให้กินเลย เพราะฉันคิดว่ายานี่ทำให้เสียเวลาและก็อันตรายด้วย) และเรียกร้องจะกินโรแอคฯฉันต้องหว่านล้อมเธอให้ใช้บัวหิมะและกินน้ำมันปอ (flax oil) หรือน้ำมันปลาด้วยกัน แต่เธอก็ยังลองอย่างอื่นอีกหลายปี สุดท้ายเธอก็ยอมและภายใน 3 สัปดาห์ (ไม่ได้ล้อเ่ล่นนะ มันเกิดขึ้นเร็วมาก เหมือนของฉันเลย) หน้าก็หายจากสิว เราดื่มบัวหิมะและน้ำมันที่ว่านันไปพร้อม ๆ กัน



ฉัน หาใน กูเกิ้ลดู น้ำมันปอบัวหิมะ และก็มาเจอ ดร.โจฮันน่า บัดวิก (สะกดถูกมั้ยเนี่ย) นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันผู้ซึ่งประกาศว่าสามารถรักษามะเร็งได้ด้วยการกิน เมล็ดปอ (flaxseed) และโปรตีน (บัวหิมะ และชีส...)
      ดูเหมือนเกินจริง แต่ว่าเธอได้รับการเสนอชื่อให้เข้ารับรางวัลโนเบลถึง 6 ครั้ง มีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับไขมัน/น้ำมันที่เธอได้ค้นพบ
     ยิ่งไปกว่าการมีผิวสวย (ไม่มีตุ่ม ปุ่ม การระคายเคืองใด ๆ ) เรามีพลังงานเหลือเฟือ


นี่เป็นสูตรที่เราใช้แล้วหายและฉันต้องการแบ่งปันให้กับคุณ


วิธีทำนมหมักบัวหิมะ:

จาก แบรี่ ฮิลตันผู้ซึ่งใช้บัวหิมะมาเป็นเวลาหลายปีในการรักษาสิวและโรคเรื้อนกวาง

Drink half a litre daily; moreover, rub some (36/48 hrs fermented Kefir Cultured Milk) into the affected areas.

     ดื่มนมหมักครึ่งลิตรต่อวัน และถูนมหมักบางส่วน (หมัก 36 หรือ 48 ชั่วโมง) บริเวณที่เป็นสิวหรือโรคผิวหนัง  ปล่อยให้มันเคลือบผิวอย่างนั้นล่ะ ไม่ต้องล้างออกในตอนกลางคืน ค่อยมาล้างตอนเช้าของอีกวัน
โรคเรื้อนกวาง ที่ว่ารักษายาก ดีขึ้นภายใน 4 วัน และคุณจะแปลกใจที่มันรักษาสิวได้เร็วมาก ๆ (โดยใช้นมหมัก 18 หรือ 24 ชั่วโมง)

เมล็ดแฟล็กซ์ซีด


 นมบัวหิมะธิเบต



     ลิ้งค์บทความที่เกี่ยวข้อง

ดร.โจฮันน่า บัดวิก 2  แปลโดยกูเกิ้ล



วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

น้ำส้มสายชูหมัก รักษา 100 โรค ตอนที่ 1 สรรพคุณของน้ำส้มสายชู และ ไข่ไก่


หนังสือ มหัศจรรย์แห่ง ไข่ไก่
& และน้ำส้มสายชูหมัก
รักษา 100 โรค
เรียบเรียงโดย ชาตรี แซ่บ้าง
--------------------------------------------------
เสียงอ่านหนังสือ ผมขออนุญาตอ่านให้ฟังในบทความนี้
 ^_^
 ถ้ามีคนสนใจ ผมจะทยอย ๆ อ่าน ในบทความอื่นด้วย
ส่วนตัวควบคุมเสียงอยู่ด้านล่างนะครับ
....................

มีข้อบกพร่องตรงไหนก็ขออภัย....ล่วงหน้านะครับ....
--------------------------------------------------

คำนำสำนักพิมพ์ เมดอินไทยแลนด์ ก็มันเป็นอย่างนั้น วันนี้ วันนั้น วันไหน ปล่อยเขา ดอกไม้พลาสติก คำนำสำนักพิมพ์

มีผู้รู้ได้กล่าวไว้ว่า “ไข่” คืออาหารมหัศจรรย์ ที่พระเจ้าประทานมาให้มนุษย์  คำกล่าวนี้ไม่ได้เหนือความจริงไปแต่ประการใด ด้วยเพราะเหตุผลว่า ไข่ มีธาตุอาหารครบ อาจเรียกได้ว่าครบทุกอย่างที่ใช้ในการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิตก็ว่าได้ จะสังเกตได้ว่าสิ่งมีชีวิตที่เกิดออกมาจากไข่ เติบโตเป็นตัวอ่อนแล้วฟักออกมาเป็นตัวได้เองโดยไม่ได้รับสารอาหารเพิ่มเติมจากแม่แต่อย่างใด ดังนั้น จึงแสดงว่าในไข่มีพร้อมทั้ง โปรตีน ไขมัน แร่ธาตุต่าง ๆ  รวมทั้งวิตามินและแคลเซี่ยม ที่สิ่งมีชีวิตต้องใช้ในการเสริมสร้างอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายให้ครบสมบูรณ์เพื่อพร้อมที่จะออกมามีชีวิตอยู่บนโลกภายนอกได้ ต่างจากสัตว์ที่ออกลูกเป็นตัวหรือเลี้ยงลูกด้วยนม จะต้องอาศัยสารอาหารจากแม่ในครรภ์จนครบกำหนดคลอดก่อน ถึงจะมีชีวิตออกมาดูโลกภายนอกได้ จากนั้นยังจะต้องอาศัยน้ำนมจากแม่ในการเสริมสร้างการเจริญเติบโตต่อไปอีกระยะหนึ่งด้วย ด้วยเหตุนี้ชนชาวจีนตั้งแต่โบราณกาลเป็นต้นมา ได้คิดค้นและนำ “ไข่” มาเป็นส่วนประกอบในการรักษาโรคและใช้ได้ผลอย่างน่าอัศจรรย์ มายาวนานหลายร้อยปีมาแล้ว อนึ่ง เมื่อมีการนำไข่มาผสมกับน้ำส้มสายชูในรูปแบบของการหมักดองหรือต้มนึ่ง และผสมกับยาสมุนไพรรวมเข้าไปด้วย ก็ยิ่งทำให้การรักษาโรคต่าง ๆ ได้ผลดียิ่งขึ้น
ในโอกาสนี้ ทางสำนักพิมพ์ฯ จึงมีความยินดีและรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมถ่ายทอดผลงานการรวบรวมสูตรตัวยาและวิธีรักษาโรคต่าง ๆ ที่มีส่วนประกอบของ ไข่ และน้ำส้มสายชูเอาไว้มากกว่า 100 โรค ถ่ายทอดเป็นภาษาไทยโดยอาจารย์ ชาตรี แซ่บ้าง ผู้ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ในเมืองจีนมาอย่างยาวนานเกือบครึ่งค่อนชีวิต และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาจารย์เป็นผู้ที่ดูแลสุขภาพของตนเองอยู่ตลอดเวลา ประกอบกับก่อนหน้านั้น อาจารย์ได้ป่วยเป็นโรคที่ยากต่อการรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งได้ตระเวนรักษามาเกือบทุกโรงพยาบาลแล้ว แต่ก็ไม่หาย ดังนั้น อาจารย์จึงได้มีการทดลองรักษาและบำบัดร่างกายด้วยยาแผนโบราณควบคู่ไปด้วย “ไข่และน้ำส้มสายชูรักษาได้ 100 โรค” จึงได้ถูกนำมาทดลองรักษาในครั้งนั้นด้วย เป็นที่น่าแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่ออาจารย์มีการรับประทาน ไข่ น้ำส้มสายชูพร้อมน้ำยาที่ได้ปรุงอย่างต่อเนื่องแล้ว อาการของโรคดังกล่าวเริ่มทุเลาลงเรื่อย ๆ และแล้วก็หายเป็นปกติในที่สุด เมื่อได้กลับมาใช้ชีวิตในเมืองไทยและมีโอกาสอาจารย์จึงได้นำมาถ่ายทอดเป็นภาษาไทย ทั้งนี้เพื่อยังประโยชน์สำหรับท่านที่สนใจ และต้องการนำไปทดลองทำที่บ้าน ซึ่งสามารถทำได้โดยง่าย ไม่ยุ่งยาก ประหยัด ราคาถูก และที่สำคัญ คือท่านจะได้รับผลเป็นที่น่าพอใจเหมือนดังเช่นอาจารย์ได้ทดลองมาแล้วอย่างแน่นอน

ด้วยความปรารถนาดี
สำนักพิมพ์ ปัญญาชน



          .
คำนำ
ชนชาติจีนมีประวัติยาวนานมากว่า 5,000 ปี และสมุนไพรจีนก็มีบทบาทสำคัญยิ่งสำหรับชีวิตและสุขภาพของชาวจีน น้ำส้มสายชูและไข่ไก่ นอกจากจะนำมาประกอบอาหารที่ขาดไม่ได้แล้ว คนจีนยังนำมาใช้ในการรักษาโรคต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย เพราะว่าหาง่ายและราคาถูก ปลอดภัยและที่สำคัญได้ผลสำเร็จเป็นอย่างดี
“น้ำส้มสายชูและไข่ไก่รักษาโรค” เล่มนี้ เรียบเรียงมาจากตำรายารักษาโรคของชาวจีนที่มีมาอย่างยาวนานและผ่านการใช้รักษาผู้ป่วยมาอย่างเห็นผล พิสูจน์ได้อย่างชัดเจนมาแล้ว ในหนังสือเล่มนี้ได้นำเสนอสูตรเกี่ยวกับการรักษาโรคโดยใช้น้ำส้มสายชูและไข่ไก่ไว้มากมายหลายสูตร ซึ่งถือว่าเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งสำหรับผู้ที่สนใจที่จะนำไปทดลองปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะปัจจุบันที่คนส่วนใหญ่ประสบกับโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ มากมาย ทั้งโรคที่เกิดจากการรับประทานอาหารผิดสุขลักษณะ โรคเกิดจากสภาพแวดล้อมที่วิกฤต แม้กระทั่งโรคที่เกิดจากความเครียดต่าง ๆ อีกด้วย การรักษาด้วยสูตรไข่และน้ำส้มสายชูนี้ นอกจากจะทำได้โดยง่าย ค่าใช้จ่ายถูกประหยัดแล้ว ยังปลอดภัยต่อผู้ที่รับประทานอีกด้วย
สำหรับเล่มนี้เป็นเล่มที่ 1 ได้รวบรวมสูตรที่ใช้รักษาโรคเกี่ยวกับ ระบบทางเดินหายใจ ระบบย่อยอาหาร ระบบไหลเวียนโลหิต โรคทางพันธุกรรม โรคติดต่อต่าง ๆ และโรคเกี่ยวกับระบบประสาท เป็นต้น ซึ่งหากเล่มนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ที่สนใจแล้ว ทางผู้เรียบเรียงจะจัดทำเล่มสองอีกต่อไป ซึ่งในเล่มสองนั้น จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับโรคด้านศัลยกรรม โรคกระดูก โรคผิวหนัง โรคเกี่ยวกับสุภาพสตรี โรคเด็ก และโรค ปาก หู คอ จมูก เป็นต้น
การจัดทำหนังสือเล่มนี้ เพื่อประโยชน์สำหรับท่านที่สนใจ สามารถนำไปทดลองปฏิบัติได้ด้วยตนเอง หากท่านใดที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านนี้ ทางผู้เรียบเรียงและทางสำนักพิมพ์ฯ ยินดีรับคำแนะนำเพิ่มเติม และขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้

                                                           ด้วยความปรารถนาดี
                                                                ชาตรี  แซ่บ้าง



น้ำส้มสายชู

ส่วนประกอบของน้ำส้มสายชู
น้ำส้มสายชูที่เราใช้บริโภค มีส่วนประกอบที่สำคัญสำหรับร่างกายมากมาย เช่น กรดอะมิโน ซึ่งเป็นสารพื้นฐานของโปรตีนก็มีมากชนิด รวมทั้ง 8 ชนิดที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ ต้องมาจากอาหาร ยังมีสารประเภทน้ำตาล เช่น น้ำตาลองุ่น น้ำตาลผลไม้ น้ำตาลจากหน่ออ่อนของข้าวสาลี ซึ่งเป็นพลังงานที่สำคัญของร่างกาย และยังมีเกลืออนินทรีย์อีกหลายชนิด
สารเหล่านี้สำคัญมากในการเติบโตของร่างกาย และชะลอความแก่ชรา และขาดมิได้สำหรับระบบการเปลี่ยนถ่ายเซลล์ของร่างกาย

คุณประโยชน์ของน้ำส้มสายชู
เป็นเครื่องปรุงอาหารที่ขาดมิได้สำหรับอาหารแต่ละมื้อ
เติมลงไปในกับข้าว สามารถขจัดรสคาวและความมันที่มากเกินไป สามารถทำให้กับข้าวมีสีสวย รสหอมและอร่อยขึ้น และยังสามารถรักษาสรรพคุณ ในการบำรุงร่างกายไม่ให้เสื่อมลง
ยังสามารถละลายสลายแคลเซี่ยมในอาหาร เพื่อให้ร่างกายดูดรับได้ง่าย
ใช้น้ำส้มสายชูแช่อาหาร สามารถเพิ่มรสชาติของอาหาร และยังป้องกันการบูดเสียของอาหารได้ด้วย
ใช้น้ำส้มสายชูคนกับผักดิบที่สะอาด ทำให้มีรสชาติอร่อยน่ารับประทาน
ทางด้านยา
น้ำส้มสายชูก็มีประโยชน์มาก สามารถสลายลิ่มเลือดเป็นก้อนแข็งในร่างกาย แก้พิษ ช่วยย่อยอาหาร ช่วยเจริญอาหาร สลายไอน้ำในร่างกาย รักษาความเจ็บปวดจากเลือดลมในท้องและหัวใจ รักษาการเมาจากเลือดหลังคลอด ละลายเสมหะ รักษาโรคดีซ่าน ปากลิ้นเป็นแผล เลือดก้อนจากอาการบาดเจ็บ ขจัดหนอนในธัญพืช ปลา เนื้อ ผัก ฯลฯ คนจีนเอามารักษาคางอักเสบ หรือคางคูม เกลื้อน พยาธิในท่อตับ แก้แมลงพิษกัด รักษาอาการปวดเอว ฯลฯ
ใช้น้ำส้มสายชูแช่เมล็ดถั่วลิสง สามารถรักษาความดันโลหิตสูงและลดคอเลสเตอรอลได้
น้ำส้มสายชู ยังสามารถฆ่าเชื้อโรค และป้องกันโรคติดต่อในลำไส้
ใช้น้ำส้มสายชูแช่ดองยาจีน สามารถเพิ่มสรรพคุณของยา และเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาโรคของยาได้
นอกจากนั้น น้ำส้มสายชู ยังรักษาอาการเมาค้างได้ รักษาอาการท้องผูกได้ รักษาโรคเบาหวานได้ ดื่มน้ำส้มสายชูบ่อย ๆ ทำให้พลังงานในร่างกายดีขึ้น ร่างกายแข็งแรง มีประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจ

ทางด้านเสริมสวย
น้ำส้มสายชู ยังมีบทบาทในการกระตุ้นให้ผิวหนังอ่อนนุ่มให้หลอดเลือดขยายตัว เพิ่มความไหลเวียนของเลือดบริเวณผิวหนัง และยังสามารถฆ่าเชื้อโรคบนผิวหนังได้ ทำให้ผิวหนังเกลี้ยงนุ่ม
ปัจจุบันน้ำส้มสายชู ยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้น จากการใช้ปรุงอาหารอย่างเดียว ค่อย ๆ กลายเป็นอาหารที่สำคัญมากอย่างหนึ่ง และส่วนประกอบของยาในการรักษาโรค เป็นต้น

สรรพคุณในการรักษาโรค และการใช้
สรรพคุณ และการรักษาโรคที่สำคัญคือ
สลายก้อนเลือด ระงับเลือด แก้พิษ ฆ่าหนอน ความสามารถในการรักษาโรค ที่สำคัญคือ รักษาการเมาเลือดหลังคลอด โรคดีซ่าน เหงื่อเหลือง อาเจียนเป็นเลือด เลือดออกจากจมูก อุจจาระเป็นเลือด ปวดท้องจากมีพยาธิ อาการคันของอวัยวะเพศภายนอก เป็นฝีแผลบวม พิษจากปลาสด เนื้อ ผัก ฯลฯ
วิธีใช้ และปริมาณในการใช้
รับประทาน โดยใส่ลงในยาน้ำ หรือคนผสมกับยา เป็นเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ ใช้ผสมกับน้ำดื่มครั้งละ 1 ถ้วยเหล้าเล็ก ๆ
ใช้ภายนอก เผาให้ร้อน อบอาการเหม็น ใช้บ้วนปาก ผสมกับยาทาภายนอก
ข้อควรระวังในการใช้น้ำส้มสายชู
1. ผู้เป็นโรคกระเพาะ และโรคเกี่ยวกับเส้นเอ็น โรคอาการหนาวจากภายนอก เริ่มแรก ไม่เหมาะในการรับประทานจะต้องระวังในการรับประทาน เพราะว่า ความเปรี้ยวเป็นผลเสียต่อเอ็น ข้อ กระเพาะ ม้าม
2. ถึงแม้ว่าน้ำส้มสายชูจะมีสรรพคุณมากมาย แต่ในการใช้รับประทานประจำวัน ไม่ควรใช้เกินปริมาณ โดยทั่วไปผู้ใหญ่วันหนึ่ง 20-40 มิลลิลิตร อย่างมากสุด ไม่เกิน 100 มิลลิลิตร ผู้สูงอายุ คนที่ร่างกายอ่อนแอ สตรี เด็ก คนป่วย ต้องลดปริมาณในการรับประทาน ตามสภาพร่างกายของตนเอง บางคนรับประทานน้ำส้มสายชูปริมาณมาก เพื่อรักษาโรคนั้นไม่ถูกต้อง ดังนั้น การรับประทานน้ำส้มสายชูเพื่อรักษาโรคควรดำเนินไปอย่างวิทยาศาสตร์และเหมาะสม อย่ารีบร้อนเพื่อให้ได้ผลเร็ว เริ่มแรกควรดื่มปริมาณน้อย เพื่อทดลอง หลังจากรับประทานน้ำส้มสายชูแล้วต้องบ้วนปาก เพื่อไม่ให้มันไปทำลายฟัน
3. ใช้น้ำส้มสายชูปรุงอาหาร ต้องใช้กระทะเหล็ก อย่าใช้กระทะอลูมิเนียม และกระทะทองเหลืองทองแดง เพราะว่าการใช้กระทะเหล็กปรุงอาหารธาตุเหล็กก็จะละลายลงไปในน้ำ หากใส่น้ำส้มสายชูเป็นเครื่องปรุง ปริมาณธาตุเหล็กที่ละลายออกมาก็จะเพิ่มมากขึ้น มีประโยชน์ในการป้องกันและรักษาอาการโลหิตจาง และการขาดธาตุเหล็กได้ แต่หากใช้กระทะอะลูมิเนียมปรุงอาหาร ใส่น้ำส้มสายชูไม่ได้เพราะน้ำส้มสายชูจะทำให้อะลูมิเนียมละลายออกมามากกว่าเดิม ร่างกายเรา หากสะสมอะลูมิเนียมมากเกินไป จะทำลายความเคลื่อนไหวของระบบขับถ่ายบางอย่างลง ทำให้ประสิทธิภาพการย่อยอาหารไม่ปกติ อีกทั้งยังทำให้องค์ประกอบของสมองได้รับความเสียหาย กระทบกับการพัฒนาด้านสติปัญญา โดยเฉพาะระบบประสาท อาจได้รับความเสียหายร้ายแรงได้
น้ำส้มสายชูยังใส่ในกระทะทองเหลืองทองแดงปรุงอาหารไม่ได้ เนื่องจากน้ำส้มสายชูสามารถละลายสารประกอบของทองเหลืองทองแดงได้ หากรับประทานเข้าไปอาจเกิดพิษต่อร่างกายได้
4. ฤดูที่อากาศร้อนมาก น้ำส้มสายชูอาจจะเกิดเชื้อราหรืออาจมีหนอนเกิดขึ้นได้ ดังนั้นหากนำมาใช้ควรจะต้มด้วยอุณหภูมิประมาณ 72 องศาเซลเซียส ประมาณ 5-10 นาที แล้วกรองเอากากออก ก็สามารถนำมาใช้ได้ตามปกติ

วิธีการเก็บรักษาไม่ให้น้ำส้มสายชูเสีย
1. ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย
2. หยดน้ำมันงาลงบนผิวของน้ำส้มสายชูเพื่อเคลือบผิวไว้
3. ใส่กระเทียม 2-3 กลีบ ลงไปในขวดน้ำส้มสายชู
           
ไข่ไก่
ไข่ไก่ ถึงแม้จะมีขนาดเล็ก แต่มีสรรพคุณมากมายทั้งทางอาหารและทางการรักษาโรค ซึ่งถือได้ว่าเป็นความแปลกมหัศจรรย์อยู่พอสมควร ความมหัศจรรย์ของไข่ เนื่องจากว่าไข่กำเนิดขึ้นมาจากสิ่งมีชีวิต และเป็นจุดกำเนิดของชีวิตใหม่ มีความสัมพันธ์กับจิตอารมณ์และเลือดเนื้อ แฝงไว้ด้วยพลังแห่งชีวิต ดังนั้นจึงมีประโยชน์ต่อผู้ที่บริโภคเป็นอย่างมาก เหนือกว่าการรับประทานพืชผักซึ่งไม่มีด้านพลังจิตและอารมณ์

ส่วนประกอบของไข่
ไข่ไก่มีส่วนประกอบด้านโภชนาการที่สมบูรณ์ มีโปรตีน ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ อนินทรีย์ รวมทั้งสารที่มีส่วนของการหมักย่อยสลาย สารอาหารเหล่านี้มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ทำให้สุขภาพแข็งแรงและอายุยืนนาน
โปรตีนของไข่ไก่ เป็นโปรตีนที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับโปรตีนจากอาหารชนิดอื่น ๆ ดังนั้น โปรตีนจากไข่ไก่จึงถูกกำหนดให้เป็นค่ามาตรฐานของโปรตีนจากธาตุอาหารชนิดอื่น ๆ อีกด้วย
อาหารที่มีส่วนประกอบของโปรตีนต่ำเช่น ธัญพืช เนื้อปลา ฯลฯ หากรับประทานร่วมกับไข่ไก่ จะเป็นการเสริมซึ่งกันและกันได้ดี ยกระดับการใช้โปรตีนของร่างกายให้สูงขึ้น เช่น การรับประทานอาหารที่ขาดกรดอะมิโน หรืออาหารที่มีโปรตีน คุณภาพต่ำ แต่หากรับประทานร่วมกับไข่ไก่ ก็สามารถส่งเสริมกัน ทำให้กลายเป็นโปรตีนมีคุณภาพได้ ไข่สามารถตอบสนองต่อความต้องการพลังในการเสริมสร้างเซลล์ในร่างกายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ไข่ไก่และอาหารประเภทเนื้อสัตว์ในปริมาณที่เท่ากัน แต่คุณค่าในการเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอของร่างกายแตกต่างกันมาก ซึ่งไข่สามารถเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอของทางร่างกายได้ดีกว่าเนื้อสัตว์หลายเท่าตัว อีกทั้งไข่ยังมีราคาถูก ดังนั้นควรส่งเสริมให้มีการรับประทานไข่เพิ่มมากยิ่งขึ้น
ไข่มีปริมาณไขมันประมาณ 10 % ส่วนใหญ่อยู่ในไข่แดง ส่วนไข่ขาวเกือบจะไม่มีไขมันอยู่เลย ส่วนประกอบของไขมันในไข่ไก่ คือฟอสฟอรัส และคอเลสเตอรอล ฟอสฟอรัสเป็นส่วนประกอบหลักของไข่แดง มีบทบาทต่อการฟักไข่เป็นตัว สิ่งที่ฟอสฟอรัสถูกแยกออกเมื่อรับประทานเข้าสู่ร่างกายแล้ว จะมีบทบาทหรือมีคุณสมบัติในการป้องกันและเสริมสร้าง สมรรถนะของร่างกาย ทำให้ชะลอความแก่ชราลงได้
คอเลสเตอรอล เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นต่อร่างกายอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งร่างกายไม่สามารถที่จะผลิตออกมาใช้ได้อย่างเพียงพอ ดังนั้น จึงอาศัยการรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของคอเลสเตอรอล เพิ่มเติม ถึง 1 ใน 3 ส่วน

บทบาทของคอเลสเตอรอล มีดังต่อไปนี้
คอเลสเตอรอล มีบทบาทในการเสริมสร้างฮอร์โมนเพศชาย วิตามินและน้ำดี ฮอร์โมนเพศชายและวิตามินดี มีบทบาทสำคัญในด้านการเจริญเติบโตของระบบสืบพันธุ์  น้ำดีมีบทบาทในการย่อยสลายไขมัน เพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยและดูดซึมไขมันของลำไส้เล็ก นอกจากนั้น คอเลสเตอรอลยังมีบทบาทในการป้องกันไม่ให้เม็ดโลหิตแดงถูกทำลายได้โดยง่าย และทำให้ผนังหลอดเลือดมีความแข็งแรงไม่แตกได้ง่าย แต่หากคอเลสเตอรอลเกาะสะสมที่ผนังหลอดเลือดมากจนเกินไป จะทำให้เส้นโลหิตแดงเกิดความแข็ง หากหลอดเลือดไม่แข็งแรงพอ ก็จะทำให้หลอดเลือดแตกได้เหมือนกัน เป็นโรคเลือดออกในสมอง ซึ่งจะส่งผลต่อความพิการของร่างกายได้ สุภาษิตจีนกล่าวไว้ว่า “สิ่งต่าง ๆ ไม่มีดีและเลวเสมอไป หากมีมากไปก็จะเป็นภัย” น้ำสามารถให้เรือเดินทางได้ แต่ขณะเดียวกันก็สามารถให้เรือล่มได้เหมือนกัน” ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเน้นถึงความเหมาะสมด้วย
ในชีวิตประจำวัน หากไม่รับสารคอเลสเตอรอลมากจนเกินไป ไม่เพียงไม่น่ากลัวแล้ว ยังมีความจำเป็นอีกด้วย เพียงแต่ต้องระมัดระวัง ในการรับสารอาหารแต่ละอย่างให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างร่างกายและยังสามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ได้
ในไข่ไก่ มีวิตามินสะสมอยู่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะวิตามินเอ และ บี 2 อยู่ในไข่แดง ส่วนในไข่ขาวก็มีวิตามินบี 2 อยู่เล็กน้อย วิตามินเป็นสารอาหารที่มีความจำเป็นในการฟักไข่ให้เป็นตัวอ่อน และยังเป็นส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้ในระบบของการเกิดขึ้นและย่อยสลายของเซลล์ในร่างกาย ดังนั้น มนุษย์จึงมีความต้องการวิตามินในปริมาณที่เหมาะสม หากวันหนึ่งเรารับประทานไข่ 2 ฟอง ก็สามารถรับวิตามินเอได้ 50% ต่อวัน และวิตามิน บี 2 ตามสัดส่วน
เหล็กในเกลืออนินทรีย์ ทั้งหมดสะสมอยู่ในไข่แดง ธาตุเหล็กในร่างกายมีบทบาทในการสร้างเซลล์เม็ดเลือด และเป็นตัวนำพาออกซิเจนเข้าไปหมุนเวียนในระบบโลหิต ซึ่งมีความสำคัญต่อการสร้างเสริมสุขภาพ ร่างกายของมนุษย์ หากร่างกายขาดธาตุเหล็กก็จะทำให้เป็นโรคโลหิตจางได้
ในไข่ไก่ยังมีสารฟอสฟอรัส ซึ่งประกอบกันขึ้นเป็นกรดฟอสเฟตที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งเป็นสารที่ขาดไม่ได้ในการให้พลังงานและคงไว้ซึ่งความสมดุลภายในร่างกาย นอกจากนั้นยังมีแคลเซี่ยม โปแตสเซียม สารโซเดียม ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการเสริมสร้างเซลล์ในร่างกาย
ในไข่ขาวของไข่ไก่ยังมีกรดชนิดหนึ่ง ซึ่งมีบทบาทในการย่อยสลายแบคทีเรีย เปลือกของไข่ไก่มีรูพรุนมากมาย สามารถให้อากาศผ่านเข้าออกได้ ถึงแม้เชื้อแบคทีเรียจะสามารถผ่านเข้าไปในไข่ไก่ตามรูพรุนนี้ได้ แต่เมื่อเจอกรดที่สามารถย่อยสลายแบคทีเรียได้ จึงทำให้ไข่ไม่ถูกทำลายและสามารถอยู่ได้นาน ไข่ไก่ที่ต้มสุกทำให้บูดเสียง่ายเนื่องจากกรดในไข่ถูกทำลายลงด้วยความร้อน
นอกจากนั้น กรดดังกล่าวยังสามารถระงับโรคอันเกิดจากเพศสัมพันธ์ที่มีขนาดเล็กได้ รวมทั้งยังสามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียอื่นๆ  ได้อีกด้วย

วิธีคัดเลือกและเก็บรักษาความสดของไข่ไก่
วิธีคัดเลือกไข่ไก่
ไข่ไก่เมื่อใช้เป็นสูตรยารักษาโรค ควรเลือกไข่สด ไข่แดงที่แตกกระจายแล้วไม่ควรใช้ ไข่ที่บูดเสียหรือเปลี่ยนสภาพห้ามนำมาใช้เด็ดขาด
วิธีเลือกซื้อไข่สดจากตลาด โดยทั่วไปจะดูจากภายนอกหรือใช้แสงตรวจ ไข่สดข้างบนเปลือกจะมีละอองคล้ายหมอก ไข่จะสมบูรณ์ ไม่มีรอยแตกหรือรอยจุดจากเชื้อรา มีเงาเกลี้ยง หากใช้มือจับแล้วส่องแสงไฟ หรือทางพระอาทิตย์ ไข่ทั้งฟองจะมีสีแดงอ่อน มองไม่เห็นไข่แดง หรือมองเห็นเป็นเงาดำเล็กน้อย หรือใช้วิธีนำไข่ใส่ลงในน้ำเกลือ ไข่สดจะจมน้ำ ส่วนไข่ไม่สดจะลอยน้ำ
การรักษาไข่สด
1. ฝังไข่ไว้ในเกลือ จะสามารถเก็บได้นานไม่เสียง่าย
2. เอาด้านแหลมของไข่ลงด้านล่าง แล้วเอาไข่ฝังในขี้เถ้าหญ้า
3. ใช้วาสลีนหรือพาราฟินทาบนเปลือกไข่ สามารถป้องกันไม่ให้แบคทีเรียเข้าไปในไข่ได้
4. เอาไข่สดใส่ลงแช่ในน้ำด่างสักครู่ นำเอาขึ้นมาผึ่งไว้ สามารถป้องกันแมลงแทะกัด หรือแบคทีเรียเข้าไปได้ สามารถเก็บได้ 2-3 เดือน ไม่เสีย
5. เอาดินสอพอง 50 กรัม และน้ำสะอาด 1,000 มิลลิเมตร ผสมน้ำให้เข้ากันแล้วเทใส่ลงในไห แล้วใส่ไข่สดลงไป สามารถเก็บรักษาไข่สดได้ประมาณครึ่งปีไม่เสีย
6. เอาทรายเหลืองที่ร่อนแล้วตากให้แห้งสนิท เอาไข่ฝังไว้ในทรายหนึ่งเดือนพลิกไข่ 1 ครั้ง สามารถเก็บรักษาไข่ไก่ได้ 3-4 เดือน ไม่เสีย
7. เอาไข่สดใส่ในช่องแช่เย็นของตู้เย็น สามารถเก็บรักษาความสดได้ 2 เดือน
8. เอาน้ำมันที่ทำอาหารทาลงบนไข่ สามารถป้องกันแบคทีเรียเข้าไป ในฤดูร้อนสามารถเก็บรักษาไข่ไก่ได้ประมาณ 1 เดือน
9. เอาไข่ลวกลงไปในน้ำร้อน 90-100 องศาเซลเซียส 5-7 วินาที แล้วเอาขึ้นตากแห้ง เอาไว้ในที่แห้งลมโกรก สามารถเก็บรักษาไข่ได้ 2 เดือน

สูตรน้ำส้มสายชูกับไข่ไก่
สูตรน้ำส้มสายชูกับไข่ไก่ ต้องเลือกไข่ที่สุด แช่ลงในน้ำส้มสายชู ไข่ 1 ฟอง ต่อน้ำส้มสายชู 100-180 มิลลิลตร แช่เป็นเวลานาน 48 ชั่วโมง แล้วทุบไข่ให้แตก แช่ไว้อีก 24 ชั่วโมง แล้วนำเอามาดื่ม ซึ่งเป็นวิธีผลิตยาอาหารบำรุงที่วิเศษอีกอย่างหนึ่ง
ในการผลิตสูตรนี้ น้ำส้มสายชูต้องเลือกคุณภาพดี ประมาณกรดน้ำส้ม 9 % ไม่มีสี หากไม่มีปริมาณกรดระบุไว้ ก็ให้เลือกเอาที่คุณภาพเชื่อถือได้ แต่เวลาแช่ไข่อาจจะนานมากขึ้น ทั้งนี้ให้สังเกตว่าเปลือกไข่อ่อนตัวหรือนุ่มลง ถือว่าใช้ได้แล้ว
สูตรน้ำส้มสายชูกับไข่ ถือว่าเป็นอาหารบำรุงร่างกายอย่างหนึ่ง ไม่ขัดกันกับตัวยาชนิดอื่น เวลาที่รับประทานยารักษาโรคประจำอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องระงับการใช้แต่อย่างใด ในระหว่างการดื่มนั้น หากไม่มีผลข้างเคียง สามารถดื่มติดต่อกันนาน ๆ ได้ ไม่มีผลเสียหายใด ๆ ดื่มได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่
น้ำส้มสายชูและไข่ไก่ เมื่อได้นำมาปฏิบัติตามสูตรแล้ว ไม่เพียงแต่มีผลต่อการบำรุงร่างกายและการรักษาโรคด้วยน้ำส้มสายชูและไข่ไก่ได้ดีเท่านั้น ไข่เมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำส้มสายชูแล้ว โมเลกุลจะแตกหักเป็นโมเลกุลที่เล็กลง ฟอสฟาไทด์และแร่ธาตุชนิดอื่น ๆ จะแตกตัวออก ทำให้ลำไส้ดูดซึมได้ง่ายยิ่งขึ้น
ไข่ขาวเป็นส่วนประกอบที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง นอกจากจะมีกรดที่สลายแบคทีเรียที่สมบูรณ์แล้วยังมีสารต่อต้านมะเร็งอีกด้วย เมื่อนำไข่ขาวลงแช่ในน้ำส้มสายชูแล้ว โมเลกุลของไข่ขาวจะแตกแยก ขนาดเล็กลง สารกรดสลายแบคทีเรียและสารต่อต้านมะเร็ง ก็จะแพร่กระจายออกมา ซึ่งมีประโยชน์ในการรักษาโรค
เปลือกไข่เมื่อแช่น้ำส้มสายชูแล้วจะอ่อนนิ่มแยกละลายกลายเป็นแคลเซียม กรดน้ำส้มสายชูละลายในน้ำได้ง่าย แคลเซียมสามารถให้ลำไส้เล็กดูดซึมเข้าไปได้ง่าย แคลเซียมมีบทบาททำให้กระดูกเจริญเติบโต และยังสามารถป้องกันและรักษาโรคความดันโลหิตสูงได้อีกด้วย

สรุปแล้วน้ำส้มสายชูกับไข่ไก่ สามารถปรับสมดุลในร่างกาย แก้ไขและยกระดับระบบการเกิดและย่อยสลายของเซลล์ในร่างกายให้ดีขึ้น เพิ่มความแข็งแรงของร่างกายเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคของร่างกายให้ดียิ่งขึ้น
โรคที่รักษาแล้วเห็นผลชัดเจนได้แก่โรค ความดันโลหิตสูง โรคที่เกิดจากหลอดเลือดอุดตันในสมอง โรคหลอดลมอักเสบ โรคปวดเมื่อย นอนไม่หลับ โรคท้องผูก กระเพาะอาหารหย่อนคล้อย โรคไหล่อักเสบ โรคเบาหวาน ฯลฯ
โรคที่ตอบสนองต่อการรักษา ได้แก่ โรคลำไส้อักเสบ โรคเลือดไปเลี้ยงสมองและหัวใจไม่เพียงพอ โรคปวดประสาท โรคประสาทอ่อน โรคเส้นโลหิตแดงแข็ง โรคอาการเหงื่อออกมาก ไตอักเสบผิวหนังอักเสบ โรคกระดูกงอก ปากมีกลิ่นเหม็น ฯลฯ จนกระทั่งโรคที่เป็นเรื้อรังรักษาไม่หาย เมื่อได้ดื่มน้ำส้มสายชูผสมไข่ไก่แล้ว ก็ทำให้อาการดีขึ้น จนถึงขั้นหายขาดในเวลาอีกไม่นาน

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More

 
Best Blogger TipsBest Blogger Tips